“ราชการ – เอกชน – คนทำอาชีพอิสระ” หากวันหนึ่งต้องเสียชีวิตจากโลกนี้ไป ทายาทมีสิทธิ์ได้รับเงินก้อนจากไหนบ้าง?

“ราชการ – เอกชน – คนทำอาชีพอิสระ” หากวันหนึ่งต้องเสียชีวิตจากโลกนี้ไป ทายาทมีสิทธิ์ได้รับเงินก้อนจากไหนบ้าง?

“เกิด แก่ เจ็บ ตาย” สัจธรรมชีวิตที่แม้รู้ว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้น แต่เราก็ไม่อยากให้วันนั้นมาถึง โดยเฉพาะคนเป็นพ่อเป็นแม่ ก็มักจะกังวลว่าลูกหลานจะเป็นอย่างไรยามที่ตนเองต้องจากไป การวางแผนมรดกจึงเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งที่คนไทยไม่ว่าจะรวยหรือจน อาชีพอะไรก็ให้ความสำคัญมากในทุกวันนี้ แล้วอย่างนี้ตอนลาจากในแต่ละอาชีพ เราจะมีทรัพย์สินอะไรทิ้งไว้ให้ลูกหลานบ้าง

กรณีข้าราชการ

(1) กรณีเสียชีวิตระหว่างรับราชการ ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงิน

ดังนี้

???? บำเหน็จตกทอด
✅ ได้รับเป็นจำนวน เท่ากับ เงินเดือนเดือนสุดท้าย คูณด้วย จำนวนปีเวลาราชการ

???? เงินช่วยเหลือพิเศษ
✅ ได้รับเป็นจำนวน 3 เท่า ของเงินเดือนเต็มเดือน
*ต้องดำเนินการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ข้าราชการตาย

(2) กรณีเสียชีวิตระหว่างรับบำนาญ ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงิน

ดังนี้

???? บำเหน็จตกทอด (กรณีรับบำเหน็จ)
✅ ได้รับเป็นจำนวน 30 เท่าของเงินบำนาญ
* กรณีขอรับบำเหน็จดำรงชีพไปจำนวน 15 เท่า แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ไปแล้วจะได้รับส่วนที่เหลืออีก 15 เท่า

???? เงินช่วยเหลือพิเศษ
✅ ได้รับเงินบำนาญรวมกับเงินช่วยค่าครองชีพ (ช.ค.บ.: ถ้ามี) จำนวน 3 เดือน

(3) กรณีเสียชีวิตไม่ว่าในขณะรับราชการหรือขณะรับบำนาญ ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงิน

ดังนี้

???? เงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เมื่อสมาชิก กบข. เสียชีวิต กบข. จะจ่ายเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทนเงินดังกล่าวให้แก่ผู้มีสิทธิรับมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ (มาตรา 59 แห่ง พ.ร.บ. กบข. พ.ศ. 2539) เพราะเงินจาก กบข. เป็นทรัพย์มรดก ดังนั้นสมาชิก กบข. สามารถทำพินัยกรรมเพื่อระบุทายาทที่จะได้รับมรดกได้ แต่ หากไม่มีพินัยกรรมระบุไว้ก็จะตกแก่ทายาทโดยธรรมตามลำดับต่อไป

กรณีลูกจ้างเอกชน

ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงินดังนี้

???? เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)

กรณีที่สมาชิกกองทุนเสียชีวิต ผู้จัดการกองทุนจะต้องจ่ายเงินกองทุนให้แก่ “ผู้รับผลประโยชน์” ที่สมาชิกระบุไว้ในหนังสือผู้รับประโยชน์ ซึ่งหนังสือผู้รับประโยชน์อาจมีลักษณะเป็นพินัยกรรมรูปแบบหนึ่งตามประมวลแพ่งและพาณิชย์ หากสมาชิกระบุผู้รับประโยชน์ไว้ทั้งในหนังสือผู้รับประโยชน์และพินัยกรรมโดยระบุเป็นคนละคนกัน ผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินกองทุนคือ คนที่สมาชิกระบุไว้ในหนังสือผู้รับประโยชน์หรือพินัยกรรมที่ลงวันที่ล่าสุด หากสมาชิกกองทุนไม่ได้ระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ไว้ หรือระบุไว้คนเดียวหรือหลายคน แต่บุคคลทั้งหมดเสียชีวิต

กฎหมายกำหนดให้จ่ายเงินกองทุนให้แก่บุคคล 3 กลุ่มตามสัดส่วน คือ บุตร 2 ส่วน (หากมีบุตร 3 คนขึ้นไปจะได้รับ 3 ส่วน) คู่สมรส 1 ส่วน และบิดามารดา 1 ส่วน หากไม่มีบุคคลเหล่านี้

???? กองทุนประกันสังคม

ได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิตจากกองทุนประกันสังคม กรณีที่ผู้ประกันตน ม.33 ม.39 ถึงแก่ชีวิต โดยไม่ใช่เหตุที่มาจากการทำงาน และได้มีการจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 1 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนเดือนที่เสียชีวิต สิทธิที่จะได้รับมี ดังนี้

1) เงินค่าทำศพ 50,000 บาทให้กับผู้จัดการศพ

2) เงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตน ม.33 ม.39 ถึงแก่ความตาย จะจ่ายตามจำนวนและระยะเวลาที่ผู้ประกันตนจ่ายสมทบไว้ก่อนถึงแก่ความตาย ดังนี้

• หากผู้ประกันตนส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน หรือ 3 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี จะได้รับเงินสงเคราะห์ในอัตราค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน

• หากผู้ประกันตนส่งเงินสมทบ 120 เดือนขึ้นไป หรือ 10 ปี จะได้รับเงินสงเคราะห์ในอัตราค่าจ้าง 6 เดือน

3) เงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคม

กรณีที่ 1 หากผู้ประกันตนเสียชีวิตก่อนที่จะได้รับบำนาญ หรือ บำเหน็จ ทายาทจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพในจำนวนตามเงื่อนไขของกรณีบำเหน็จชราภาพ

กรณีที่ 2 หากผู้ประกันตนเสียชีวิตหลังจากได้รับบำนาญชราภาพมาบ้างแล้ว ทายาทจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ โดยมีเงื่อนไขการรับ สิทธิ ดังนี้

• กรณีผู้ประกันตนรับเงินบำนาญชราภาพแล้ว ต่อมาเสียชีวิตภายใน 60 เดือน นับจากเดือนที่รับบำนาญ ทายาทจะได้รับเงินบำเหน็จ เท่ากับ จำนวนเงินบำนาญชราภาพเดือนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต × จำนวนเดือนที่เหลือจนครบ 60 เดือน

• กรณีผู้ประกันตนกลับไปเป็นผู้ประกันตนและต่อมาเสียชีวิต (ได้รับเงินบำนาญไม่เกิน 60 เดือน) ทายาทจะได้รับเงินบำเหน็จ เท่ากับ จำนวนเงินบำนาญชราภาพที่ได้รับก่อนกลับไปเป็นผู้ประกันตน × จำนวนเงินเดือนที่เหลือจนครบ 60 เดือน

• กรณีรับเงินชราภาพมาแล้วเหลือน้อยกว่า 10 เดือน ทายาทได้รับเงินบำเหน็จ เท่ากับ จำนวนเงินบำนาญชราภาพที่ได้รับเดือนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต × 10 เท่า

กรณีผู้ประกอบอาชีพอิสระ

เมื่อผู้ประกอบอาชีพอิสระเสียชีวิต ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงินดังนี้

???? กรณีเป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม (มาตรา 40) และได้ส่งเงินสมทบอย่างน้อย 6 เดือน

ภายใน 12 เดือนก่อนเสียชีวิต (สำหรับกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ส่งเงินสมทบอย่างน้อย 1 เดือน ภายใน 6 เดือนก่อนเสียชีวิต) ทายาทจะได้รับเงิน ดังนี้

• เงินค่าทำศพ ในอัตรา 25,000 บาท (สำหรับทางเลือกที่ 1-2) หรือ 50,000 บาท (สำหรับทางเลือกที่ 3) จ่ายให้แก่ผู้จัดการศพ

• เงินสงเคราะห์ เฉพาะทางเลือกที่ 1-2 หากส่งเงินสมทบอย่างน้อย 60 เดือนก่อนเสียชีวิต ในอัตรา 8,000 บาท

• เงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคม (มาตรา 40) เฉพาะกรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ทางเลือกที่ 2-3 เสียชีวิตก่อนได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ

???? กรณีเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)

กอช. จะคืนเงินออมสะสมทั้งหมดของสมาชิกเป็นเงินก้อน ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ที่สมาชิกระบุไว้ตอนสมัคร หรือตามที่กฎหมายกำหนด โดยเงินทั้งหมดจะประกอบด้วยเงินออมของสมาชิก เงินสมทบจากรัฐบาล และเงินดอกผลที่เกิดจากการนำเงินทั้งสองส่วนแรกไปลงทุน

นอกจากนี้ ไม่ว่าเราจะอยู่อาชีพอะไร เราก็สามารถสร้างมรดกให้ลูกหลานได้ผ่านผลิตภัณฑ์การเงินหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น RMF, SSF,TESG, ประกันชีวิต, เงินฝาก หรือ การลงทุนรูปแบบต่างๆ แต่อย่างไรก็ตาม เงินมรดกจะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับการเตรียมพร้อมของเราในวันที่มีชีวิตอยู่ครับ

เขียนโดย: สาธิต บวรสันติสุทธิ์, นักวางแผนการเงิน CFP

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save