“เลี้ยงฉันหน่อยได้ไหม” เดตแรกใครควรจ่าย ‘ชายหรือหญิง’ เมื่อ ‘ความรัก’ มักเกี่ยวกับ ‘เงิน’

ในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดกระแสใน Tiktok ฝั่งยุโรปที่มีการพูดถึงคอนเทนต์ในหัวข้อ “Why guys should pay on the first date” ว่าด้วยเหตุผลที่ผู้ชายควรจะจ่ายก่อนในเดตแรก ซึ่งภายในคลิปได้มีหญิงสาวรายหนึ่งทำการแต่งหน้าพร้อมบอกเครื่องสำอางที่เธอใช้พร้อมราคา เพื่อสื่อให้เห็นว่าสาเหตุที่ผู้ชายควรจ่ายก่อนในเดตแรก เป็นเพราะผู้หญิงต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆ ในราคาแพง เช่น การแต่งหน้าแต่งตัว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกเดต ซึ่งในเรื่องนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ว่าในความเป็นจริงใครควรจ่ายกันแน่ วันนี้ aomMONEY จึงอยากจะชวนเพื่อนๆ มาแชร์ความคิดเห็นในเรื่องนี้กัน
ผลสำรวจเรื่อง "เงิน" กับ "การออกเดต"
เป็นเรื่องที่หลายคนมองว่าปกติไปแล้ว สำหรับการที่ผู้ชายมักเป็นผู้จ่ายเงินก่อนในเดตแรกเสมอ สอดคล้องกับผลสำรวจของมหาวิทยาลัยแชปแมน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2015 เรื่อง "ใครควรจ่ายเงินสําหรับการออกเดต" ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 17,607 คนทั้งชายและหญิง โดยพบว่า ผู้ชายมักเป็นฝ่ายจ่ายเงินก่อนในเดตแรก อีกทั้งยังพบว่า ผู้หญิงเกือบ 40% มีความคิดเห็นว่า “พวกเธอต้องการให้ผู้ชายจ่ายเงินในเดตแรก” และผู้ชายอีก 76% มีความเห็นว่า “พวกเขารู้สึกไม่สบายใจเมื่อรับเงินจากผู้หญิง”
แต่ในปัจจุบันบรรทัดฐานใหม่ได้เกิดขึ้น จากกระแสความเท่าเทียมทางเพศ ส่งผลให้มีแนวคิดว่าทั้งเพศหญิงและเพศชายมีความเท่าเทียมกัน สอดคล้องกับผลสำรวจของ เดวิด เฟรดเดอริค (David Frederick) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยแชปแมน ที่พบว่า “ผู้หญิงถูกคาดหวังว่าอย่างน้อยพวกเธอก็ควรแสดงเจตนาในการช่วยจ่ายค่าอาหารในครั้งนี้ด้วย”
แล้วใครควรจ่าย? ยังคงเป็นคำถามที่คนในสังคมนำมาถกกันอย่างร้อนแรงเป็นเวลาหลายปี ว่าสุดท้ายแล้วในเดตแรกใครควรเป็นคนจ่ายกันแน่ เราลองมาดูความเห็นของแต่ละเหตุผลกันดีกว่า
(1) เหตุผลที่หลายคนมองว่าผู้ชายควรจ่าย?
เหตุผลที่สนับสนุนว่า ผู้ชายควรจ่ายก่อน เพราะบางคนมองว่าผู้หญิงมีราคาค่าดูแลตัวเอง ซึ่งผลิตภัณฑ์สําหรับผู้หญิงนั้นมีราคาแพงกว่าผลิตภัณฑ์ของผู้ชาย จนถึงขั้นตั้งชื่อให้ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ว่า “Pink tax” จากแรงกดดันที่ผู้หญิงต้องดูแลรูปลักษณ์ของตนอย่างสม่ำเสมอ
(2) คนที่เอ่ยปากชวนออกเดตควรเป็นคนจ่าย?
ส่วนบางคนมองว่า เนื่องจากคนที่เอ่ยปากชวนต้องพร้อมในการจ่ายเงิน มีการวางแผนเกี่ยวกับกิจกรรมและค่าใช้จ่ายไว้เรียบร้อยแล้ว จึงเอ่ยปากชวน ดังนั้น เมื่อผู้ชวนเป็นผู้จ่าย ฝ่ายถูกชวนก็ควรวางตัวอย่างเหมาะสม เช่น ให้ฝ่ายที่ชวนเป็นผู้เลือกร้านอาหาร เวลาสั่งอาหารให้อีกฝ่ายเป็นผู้เลือกหรือสั่งอาหารที่ราคาไม่แพง ในแง่หนึ่งก็ถือเป็นการแสดงถึงความเกรงใจและให้เกียรติฝ่ายที่ชวนด้วย
(3) ควรแชร์กันระหว่างชายและหญิง
มีหลายคนมองว่าควรหารกันเพื่อความเท่าเทียมและความสบายใจของคนทั้งคู่ อยากสั่งอะไรก็สามารถสั่งได้โดยไม่ต้องเกรงใจอีกฝ่ายมากจนเกินไป โดยก่อนออกเดตทั้งคู่ควรมีการพูดคุยกันในความสัมพันธ์ถึงเรื่องการใช้เงินให้ชัดเจนก่อนว่ามีรสนิยมอย่างไร บางคนชอบที่จะแชร์กันมากกว่า บางคนชอบการจ่ายเป็นมื้อๆ ผู้ชายเลี้ยงมื้อนี้ ผู้หญิงเลี้ยงมื้อหน้า หรือบางคนต้องการเลี้ยงอาหารคาวและให้อีกคนเลี้ยงของหวานแทนเป็นต้น ดังนั้นการพูดคุยตกลงกันอย่างเปิดใจและตรงไปตรงมามีความสำคัญมาก เราต้องการอะไร ชอบหรือไม่ชอบอะไรควรพูดและรับฟังกันและกันอย่างเปิดใจ ปรับหาตรงกลางที่ทั้งสองฝ่ายโอเค เพื่อป้องกันการไม่พอใจกันในทีหลังและมีความสุขในการเดตครั้งนี้ด้วยกันทั้งคู่
อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถสรุปได้จริงๆ ว่า สุดท้ายแล้ว ‘เดตแรกใครควรจ่าย’ อย่างเป็นรูปธรรม ขึ้นอยู่กับการพูดคุยตกลงกันของแต่ละคู่ แล้วเพื่อนๆ มีความคิดเห็นอย่างไรมาแชร์กันได้เลย
เขียน: ธัชกมล ก้อนทอง
ภาพ: ภควดี เหมพานิช
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

