ทำไมไข่ปลาคาเวียร์ถึงแพงจังอะครับ?

มีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้นปิกัสโซ่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าเขาต้องการกินคาเวียร์ เขาต้องนำภาพที่ตนวาดไปแลก เรื่องราวนี้ถูกเล่าเพื่อเปรียบเปรยว่า "คาเวียร์คือรสชาติแห่งความมั่งคั่ง" ที่แม้กระทั่งปิกัสโซ่ยังต้องยอมวาดรูปไปแลก
แต่รู้หรือไม่ว่า... ก่อนจะกลายเป็นอาหารประจำงานปาร์ตี้หรูหราคาเวียร์เคยเป็นเพียงอาหารธรรมดาถูกวางแจกในร้านเหล้าเหมือนถั่วลิสงและชาวบ้านยังเอาไว้ใช้เลี้ยงสัตว์ด้วยซ้ำ อะไรที่ทำให้มันกลับมาแพงเป็นพิเศษนี้?
คาเวียร์คืออะไร ตอนนี้ยังแพงอยู่ไหม?
Caviar เป็นคำในภาษาเปอร์เซียแปลว่า ไข่ปลาปรุงรส และยังคงได้รับความนิยมและเป็นหนึ่งในอาหารแสดงฐานะที่ถ้าพูดถึง 10 วัตถุดิบที่แพงที่สุดในโลก "คาเวียร์" ต้องติดอยู่ในลิสต์เสมอ และบางลิสต์ก็จะมีคาเวียร์ติดอยู่ถึงสองรายการ แตกต่างกันตามสายพันธุ์ของปลาสเตอร์เจียนที่ให้ผลผลิตมัน นิยมกินคู่กับขนมปัง blinis (แพนเค้กรัสเซียขนาดเล็ก) หรือจับคู่กับแชมเปญในงานสังสรรค์
Guinness World Records ยกให้คาเวียร์ สายพันธุ์ Albino Sturgeon ที่ถูกจับได้ที่ทะเลแคสเปียนในอิหร่าน เป็นคาเวียร์ที่แพงที่สุดในโลก โดยมีราคาสูงถึง 34,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม (ประมาณ 1,207,500 บาท) และนั่นยังไม่ใช่ราคาที่แพงที่สุด!
เพราะจากรายงานของ Time ยังมี "White Gold Caviar" คาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียนเผือกไซบีเรียที่ถูกจับได้ตามธรรมชาติ (Siberian Albino sturgeon) มีราคาทะลุ 113,630 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลกรัม! (ประมาณ 3,977,050 บาท – ได้บ้านเดี่ยวหลังนึง)
แม้จะผ่านมาหลายศตวรรษแต่คาเวียร์ก็ยังเป็นที่ต้องการของตลาดและมีการเติบโตอย่างน่าสนใจ จากมูลค่า 2,830 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 คาดว่าจะพุ่งขึ้นเป็น 3,130 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2025 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปีถึง 10.5% (ข้อมูลจาก the business research company)
ในโลกที่ทุกอย่างกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน ทำไมคาเวียร์ยังได้รับความนิยม?
คำตอบของความนิยมของคาเวียร์อาจจะไม่ได้อยู่ที่รสชาติ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะชื่นชอบรสชาติของมัน แต่คนชอบมันเพราะมันเป็นเรื่องของรสนิยม วัฒนธรรม ความเชื่อเรื่องสุขภาพ การเข้าถึงความหรูหรา และแน่นอน... เรื่องของสถานะทางสังคม
และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ราคาคาเวียร์แสนแพงนี้ คุ้มค่าที่จะจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อได้ลิ้มลองรสชาติแค่เพียงไม่กี่คำ?
1. แพงเพราะ Storytelling
ในอดีต คาเวียร์นับเป็นอาหารโปรดสำหรับจักรพรรดิรัสเซีย และชาห์แห่งอิหร่าน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในอาหารที่ชาวรัสเซียและชาวโรมันนิยมกินกันเพราะเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยา
หรือแม้กระทั่งถูกใช้เป็นอาหารที่เพื่อสานสัมพันธ์ทางการทูต โดยจักรพรรดิปีเตอร์มหาราชแห่งรัสเซียที่ได้เสด็จเยือนฝรั่งเศส พระองค์ก็ทรงประทานคาเวียร์เป็นของขวัญแด่จักรพรรดินโปเรียนเพราะในฝรั่งเศสคาเวียร์เป็นของหายากในฝรั่งเศส แต่ในทะเลสาบ Caspian เคยมีปลาสเตอร์เจียนอาศัยอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์และเป็นอาหารที่ชาวประมงรัสเซียได้จับกันเป็นว่าเล่น
นอกจากนี้ วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ยังระบุว่า คาเวียร์มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก เพราะเป็นแหล่งของวิตามินหลากหลายชนิด โดยการรับประทานคาเวียร์เพียงแค่หนึ่งช้อน (ซึ่งต้องใช้ช้อนมุกนะ เพราะช้อนทั่วไปจะทำให้รสชาติเปลี่ยน) ก็อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญ เช่น กรดไขมันโอเมก้า 3, วิตามินบี 12, ซีลีเนียม และวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ในปริมาณที่มาก แม้จะรับประทานในปริมาณน้อยก็ตาม
2. แพงเพราะเป็นปลาจากสายพันธุ์หายาก
ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 19 ไข่ปลาสเตอร์เจียนมีอยู่มากมายจนกลายเป็นของฟรีตามบาร์ในอเมริกา ขณะที่ในยุโรป มันถูกใช้เป็นเพียงอาหารสำหรับเลี้ยงไก่หรือหมู หรือแม้แต่ถูกทิ้งให้เน่าเสียตามชายหาด—ภาพที่แทบจะไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับสถานะอันหรูหราของคาเวียร์ในปัจจุบัน
นั่นเพราะ เมื่อร้อยปีก่อน ปลาชนิดนี้จะแหวกว่ายอยู่ทั่วแม่น้ำสายหลักทุกสายบนโลก ด้วยความสามารถพิเศษในการปรับตัวได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม ปลาสเตอร์เจียนเคยมีอยู่ 27 สายพันธุ์ทั่วโลก แต่การทำประมงเกินขนาดได้สร้างวิกฤติครั้งใหญ่ให้กับประชากรปลาสเตอร์เจียน จนในปี 2010 ปลาสเตอร์เจียนถึง 18 สายพันธุ์ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ทำให้ปลาชนิดนี้กลายเป็นหนึ่งในสัตว์ที่ถูกคุกคามมากที่สุดในโลก การจับปลาสเตอร์เจียนจากธรรมชาติกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และนี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้คาเวียร์มีราคาสูงลิบลิ่ว
3. แพงเพราะอายุปลา
ฟาร์ม Kaluga Queen ในจีน ผู้ครองสัดส่วนตลาดคาเวียร์โลกถึง 35% นำเสนอกับ Brand Insider ว่ามีการเก็บเกี่ยวไข่ปลาอยู่ 2 แบบ
- วิธีดั้งเดิม คือการสละชีวิตปลาเพื่อเก็บเกี่ยวไข่ทั้งหมด วิธีการที่ใช้มานานหลายศตวรรษและยังคงแพร่หลายในอุตสาหกรรมนี้
- วิธีสมัยใหม่ หรือ "Stripping Method" เริ่มด้วยการให้ฮอร์โมนกระตุ้นการคลอด แล้วนวดท้องปลาอย่างนุ่มนวลเพื่อปลดปล่อยไข่ออกมาโดยที่ปลายังมีชีวิตรอด โดย กระบวนการเก็บคาเวียร์แบบไม่ฆ่าจะทำให้คาเวียร์ที่ได้มีราคาสูงกว่าวิธีการแบบดั้งเดิม เพราะมีความเชื่อว่าเมื่อปลามีอายุมากขึ้นก็จะให้คุณภาพของไข่ที่ดียิ่งขึ้น หรือถ้าในเชิงการตลาดการบอกว่าคาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียนอายุกวว่า 30 ปี ย่อมดูแพงกว่าบอกว่าปลาสเตอร์เจียนอายุ 7-8 ปี
4. แพงเพราะความเค็มน้อย (Malossol?)
ส่วนหนึ่งของกระบวนการทำคาเวียร์ต้องผ่านการหมักเกลือ เพื่อรสชาติและการถนอมอาหาร และจะใช้คำว่า มาลอสซอล ซึ่งเป็นคำภาษารัสเซียที่แปลตรงตัวว่า "เกลือน้อย"
ถ้าเป็นคาเวียร์มาลอสซอล หรือคาเวียร์ที่ผ่านการหมักเกลือเพียงเล็กน้อย มีอายุการเก็บรักษาสั้นกว่าและมีราคาสูงกว่า
5. แพงเพราะขนาด สีและรสชาติ
อีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อราคาภายในชนิดเดียวกันของคาเวียร์คือเกรดของมัน โดยคาเวียร์จะถูกนำมาจัดเกรดตามขนาด สี รสชาติ และความสม่ำเสมอของเมล็ด เช่น ยิ่งไข่มีขนาดใหญ่มากเกรดก็ยิ่งสูงมาก ถ้ารสชาติของไข่มีรสคล้ายถั่ว เนยหรือมีคาวปลากลางๆ ก็จะถูกจัดอยู่ในคาเวียร์เกรดสูง เป็นต้น
6. แพงเพราะเป็นคาเวียร์สด
เช่นเดียวกับอาหารส่วนใหญ่ ระดับความสดมีผลโดยตรงต่อรสชาติ กลิ่น และราคา
คาเวียร์ที่ผ่านการพาสเจอไรซ์ หมายความว่าไข่ปลานี้ต้องผ่านกระบวนการให้ความร้อนเพื่อรักษาอุณหภูมิสูงเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ด้วยเหตุนี้ คาเวียร์พาสเจอไรซ์จึงมีราคาถูกกว่าคาเวียร์สด แต่นั่นมาพร้อมกับการสูญเสียรสชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารชอบรสชาติของคาเวียร์สดมากกว่า ส่งผลให้พวกเขาเต็มใจจ่ายในราคาที่สูงกว่าเพื่อสิ่งนี้
อีกทั้งปัจจุบันยังมี คาเวียร์จากพืช (Plant-Based Caviar) ที่ทำจาก สาหร่ายทะเลหรือสาหร่ายไมโคร (Algae) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นตัวเลือกที่ยั่งยืนและราคาเข้าถึงได้ เช่น คาเวียร์จากสาหร่ายที่จำหน่ายโดย IKEA ปริมาณ 85 กรัม ราคาเพียง 100 บาท ถูกกว่าคาเวียร์ธรรมดาๆ ในซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำที่ขายคาเวียร์นำเข้า 15 กรัมที่ราคา 1,990 บาท ประมาณ 113 เท่า!
"ถ้าแพงแสดงว่าคุณไม่ใช่กลุ่มลูกค้า"
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

