05 April 2017

สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 7 – 11 พฤศจิกายน 2559 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]

[WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน] สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 7 – 11 พฤศจิกายน 2559

สวัสดีครับ กลับมาแล้วครับกับ Weekly Outlook ครั้งที่ 21 โดยผม “อัศวินกองทุน” เจ้าเก่าเจ้าเดิม เพิ่มเติมกับมุมมองการลงทุนประจำวันที่ 7-11 พฤศจิกายน 2559

ก่อนที่จะเข้าเรื่อง ผมก็มีเรื่องมาฝากอีกแล้วครับ หลังจากสัปดาห์ที่แล้วแนะนำตลาดเอเชียแปซิฟิคไป ก็มีหลายคนถามเข้ามาครับว่า “ตรงไหนที่น่าสนใจ และมีแนวโน้มอะไรที่น่าลงทุนบ้าง?” โอเคได้ครับ อัศวินกองทุนจัดให้ตามใจครับผม

ถ้าหากเราพิจารณาแนวโน้มการขยายตัวของเอเชียในอนาคต จะเห็นว่ามีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะสังคมเมือง (Urbanization) มากขึ้น โดยในอีก 15 ปี ข้างหน้า คนเอเชียจะอาศัยอยู่ในเมืองเพิ่มขึ้นคิดเป็น 50-70% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2010 ที่คนเอเชียอาศัยอยู่ในสังคมเมืองเพียง 25-50% ของประชากรทั้งหมดเท่านั้น

จากข้อมูลพบว่าจำนวนประชากรจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองเพิ่มขึ้นเป็น 905 ล้านคนจาก 630 ล้านคน ขยายตัวเพิ่ม 44% ในขณะที่จำนวนประชากรอินเดียอาศัยในเขตเมือง 590 ล้านคน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 368 ล้านคน ขยายตัวเป็น 60% ทำให้เอเชียจำเป็นต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นอย่างมาก เพื่อรองรับการปรับตัวเข้าสู่สังคมเมืองในอนาคต ดังนั้นจับตาดูเรื่องนี้ไว้ให้ดีกันนะครับ เอาล่ะ… ทีนี้เรามาดูกันต่อกับภาพรวมประจำสัปดาห์ดีกว่าครับ!

คลิกเพื่อดูภาพใหญ่

สรุปภาพรวมประจำสัปดาห์
“จับตาผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ”

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ทางฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ช่วงที่ผ่านมาปรับตัวลงหลังจากคะแนนความนิยมของผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ’โดนัล ทรัมป์’ เพิ่มขึ้น แม้ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาสสามจะออกมาดีกว่าคาด ทำให้การขายทำกำไรของนักลงทุนในช่วงที่ผ่านมา และการปรับตัวลงแบบนี้ถือว่าเป็นโอกาสในการเข้าสะสมหุ้นสหรัฐฯ จังหวะดีแบบนี้ เพิ่มสัดส่วนการลงทุนกันเลยดีกว่าครับผม

ตลาดหุ้นยุโรป

ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของยุโรปในช่วงที่ผ่านมายังคงส่งสัญญาณเชิงบวก โดยที่ผ่านมาผมมองว่าผลของ Brexit กระทบเศรษฐกิจน้อยกว่าคาด และการประชุมล่าสุดธนาคารกลางอังกฤษได้ปรับคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้น ดังนั้นนี่ก็เป็นอีกจังหวะในการปรับสัดส่วนเพิ่มการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปเหมือนกันครับ

ตลาดหุ้นจีน (A-SHARE / H-SHARE)

มาดูฝั่งจีนกันบ้างครับ ผมมองว่าพื้นฐานเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มดีขึ้น หลังจากตัวเลขภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ แสดงการขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับการปรับน้ำหนักประจำไตรมาสของดัชนี MSCI ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือน พ.ย. โดยการเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีนมีโอกาสมากขึ้นหลังจากรัฐบาลเริ่มดำเนินโครงการเชื่อมต่อตลาดหุ้น SZ-HK นี่ก็เป็นอีกโอกาสที่เราจะเพิ่มการลงทุนในตลาดจีนเหมือนกันครับ

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ส่วนทางฝั่งตลาดหุ้นญี่ปุ่นนั้น ผมมองว่าความผันผวนของตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังมีอยู่ ถึงแม้เงินดอลลาร์สหรัฐฯยังมีโอกาสกลับไปแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินเยน จากความคาดหวังว่า Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ธ.ค.อีกด้วยครับ แนะนำให้รักษาระดับการลงทุนเพื่อดูท่าทีไปก่อนครับ

ตลาดหุ้นเกาหลี

ส่วนทางฝั่งเกาหลี มีผลประกอบการไตรมาสสามที่ออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ ประกอบกับประเด็นทางการเมืองยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้น ทำให้ GDP ไตรมาสสี่มีแนวโน้มชะลอตัว สถานการณ์แบบนี้ ผมคิดว่าเราดูท่าทีกันไปต่อสักพักดีกว่าครับ แนะนำคงการลงทุนครับผม

ตลาดหุ้นไทย

เศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นการปรับตัวภาคการส่งออกที่ดีขึ้น และคาดว่าในช่วงปลายปีรัฐบาลมีโอกาสออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศเพิ่มเติม ประกอบกับเม็ดเงินลงทุน LTF และ RMF ที่มีแนวโน้มเข้าลงทุนในช่วงปลายปี จะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นไทยให้เติบโตในช่วงต่อไป แบบนี้จัดไปครับ เพิ่มสัดส่วนการลงทุนกันไปเลยดีกว่าครับผม

ตลาดหุ้นอินเดีย

ผมมองว่าตัวเลขเศรษฐกิจอินเดียล่าสุดยังคงบ่งชี้ถึงการขยายตัวอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการจ้างงานและการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผลประกอบการบริษัทมีแนวโน้มเร่งตัว รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง จะเพิ่มโอกาสให้ธนาคารกลางอินเดียสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพิ่มเติม พูดง่ายๆก็คือโอกาสยังคงอยู่ที่อินเดียอยู่ครับ ผมแนะนำจัดเพิ่มสัดส่วนการลงทุนกันต่อยาวๆไปครับผม

เงินสดและกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น

ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมครับ ผมว่าหลายคนคงท่องกันได้แล้วล่ะว่า “ความผันผวนของตลาดหุ้นมีแนวโน้มลดลง นักลงทุนควรลดการถือครองเงินสด และหาการลงทุนที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น” นั่นแหละครับ กระจายการลงทุนต่อไปกันยาวๆครับผม

น้ำมัน

ความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตน้ำมันยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ เนื่องจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำมาเป็นเวลานานเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายภาครัฐในกลุ่มประเทศ OPEC ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงทางการเมือง ประกอบกับความไม่สงบในไนจีเรียจะทำให้การส่งออกน้ำมันดิบมีการชะงัก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมัน ถ้ามีโอกาสแล้วล่ะก็ ผมแนะนำปรับเพิ่มการลงทุนในน้ำมันก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีในการกระจายความเสี่ยงครับ

ทองคำ

หลังความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์จะกลับมาแข็งค่าตามความคาดหวัง Fed ขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นจะเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมต่อราคาทองคำ แบบนี้ลดการลงทุนไปก่อนจะดีที่สุดครับผม แนะนำลดการลงทุนครับ

ตราสารหนี้ไทย

ดัชนีพันธบัตรรัฐบาลไทยช่วงอายุ 1-3 ปีปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับทิศทางตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลยังมีความน่าสนใ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save