TaxBugnoms

TaxBugnoms

25 November 2015

ใกล้สิ้นปีแบบนี้ ซื้อ LTF กองไหนดี บทความนี้มีคำตอบจ้า

สวัสดีครับ ยิ่งเข้าใกล้ปลายปีมากแค่ไหน คำถามสุดฮอตฮิตติดลมบนคงไม่พ้นกับคำถามสั้นๆ ง่ายๆ (แต่ตอบยาก) ว่า ซื้อ LTF กองไหนดี? เอาแบบที่ลดภาษีได้เยอะๆ และได้ผลตอบแทนดีๆ อะแฮ่ม ถ้ากล้าถามแบบนี้ วันนี้ก็มีคำตอบให้ชัดๆ กันไปเลยครับ

แต่ก่อนที่จะตอบว่า ซื้อ LTF กองไหนดี ผมขอแนะนำแบบนี้ให้ทราบกันก่อนนะครับว่าในการซื้อ LTF นั้นควรมีข้อระวังดังต่อไปนี้

1. คำนวณภาษีให้เป็น

ข้อนี้ผมเน้นทุกบทความจนแทบจะละเมอทุกครั้งที่มีคนถามแล้วครับ เพราะคำถามแรกที่เราต้องถามตัวเองก็คือ เราต้องเสียภาษีหรือเปล่า? ถ้าเราไม่ต้องเสียภาษี เราไม่จำเป็นต้องซื้อ LTF แต่ควรไปซื้อกองทุนอื่นๆ ที่ไม่ติดเงื่อนไขจะดีกว่า เนื่องจากถ้าหากไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ทำให้เราอาจจะต้องเสียภาษีในส่วนของกำไรจากการขายได้ครับ

2. เข้าใจทรัพย์สินที่ลงทุน

ก่อนจะตัดสินใจซื้อ LTF ควรต้องทราบก่อนว่า LTF นั้นลงทุนในอะไร ใช่ครับผม LTF คือกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นอย่างน้อยเป็นสัดส่วนถึง 65% ของสินทรัพย์ทั้งหมดในกองทุนนั้นๆ ซึ่งมันแปลว่าเราจะมีความเสี่ยงจากการลงทุนตามมาด้วยนะคร้าบ

3. อย่าวุ่นกับเงื่อนไขภาษี

อีกเรื่องหนึ่งทีต้องรู้ คือ เงื่อนไขในการลดหย่อนภาษี อย่างการซื้อได้สูงสุด 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ในจำนวนสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทและต้องถือครองไว้อย่างน้อย 5 ปีปฏิทินด้วยครับ

เอาล่ะ… ถ้าหากเข้าใจและผ่านเงื่อนไขทั้งสามข้อแล้ว เราก็สบายใจหายห่วงกับเงื่อนไขในการลดภาษี แถมกำไรจากการขายก็ยังได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย ทีนี้เราลองมาตอบคำถามกันดีกว่าครับว่า เราควรจะซื้อ LTF กองไหนดี วันนี้เลยขออนุญาตหยิบกองทุน LTF ฮอตฮิตทั้ง 4 กองมาวิเคราะห์ให้ฟังในสไตล์ของตัวเองครับ ซึ่งได้แก่ กองทุน CG-LTF, MS-CORE LTF, VALUE-D LTF และ ABLTF

ที่มา : ผลการดำเนินงานย้อนหลังจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน  AIMC ณ วันที่ 6 ต.ค. 58

ซี่งจากตารางนี้ก็จะเห็นว่าแต่ละกองทุนนั้นมีนโยบายการลงทุนและสัดส่วนการลงทุนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับนั้นแตกต่างกันอีกด้วยครับ โดยหลักการพิจารณาของผม ก็จะพิจารณาโดยตอบคำถามตัวเองดังนี้ครับว่า

  1. เรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน … ถ้ารับความเสี่ยงได้มากและไม่กลัวความผันผวนก็เลือกลงทุนในกองทุนที่ลงทุนในหุ้น 100% ได้เลยครับ
  2. เราชอบนโยบายการลงทุนแบบไหน … สไตล์หุ้นที่เลือกลงทุนของแต่ละกองทุนที่แตกต่างกันนั้น ทำให้เราพิจารณาว่า เราชอบแบบไหน และหุ้นแบบไหนที่ถูกกับจริตในการลงทุนของเราครับ และถ้าอยากดูนโยบายการลงทุนที่ละเอียดกว่านี้ ผมแนะนำให้ดูเพิ่มในหนังสือชี้ชวนหรือ Fund Fact Sheet เพิ่มเติมด้วยครับ
  3. เราอยากได้เงินปันผลไหม .. กระแสเงินสดจากการลงทุนจำเป็นกับเราหรือเปล่า หรือเราต้องการสร้างโอกาสเพิ่มในการลงทุนให้กับตัวเอง นี่ก็เป็นคำตอบอีกทางหนึ่งเหมือนกันครับ
  4. ผลตอบแทนที่ผ่านมาสม่ำเสมอไหม ถึงแม้ว่าผลตอบแทนในอดีตจะไม่ได้การันตีถึงความสำเร็จในปัจจุบัน แต่มันก็เป็นหนึ่งช่องทางในการพิจารณาถึงฝีมือในอดีตของแต่ละกองทุนครับ
  5. ค่าธรรมเนียม จำนวนเงินขั้นต่ำ สิ่งเหล่านี้ก็ต้องพิจารณาด้วยครับว่า ลักษณะการลงทุนของเราเป็นแบบไหน ถ้าชอบซื้อเฉลี่ยโดยที่เงินไม่มากนัก อาจจะต้องเลือกซื้อกองทุนที่ซื้อขั้นต่ำจำนวนน้อยๆ หรือถ้าไม่ชอบค่าธรรมเนียมแพงๆ ก็อาจจะต้องดูกองทุนที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมในการซื้อ อะไรแบบนี้คร้าบ

ดังนั้น คำตอบสุดท้ายสำหรับคำถามที่ว่า “ซื้อกองทุนไหนดี” คงไม่สามารถที่จะตอบได้หรอกครับว่า “กองนี้ดี” หรือ “กองนั้นโดน” ตราบใดที่เรายังไม่รู้ความต้องการของตัวเอง ต่อให้กูรูเทพแค่ไหนมาเลือกให้ มันก็คงไม่ใช่กองทุนที่ “ดี” และ “ถูกใจ” หรอก จริงไหมคร้าบบบ

สุดท้ายนี้ ผมมั่นใจครับว่าต้องมีคนถามแน่ๆ ว่า แล้วจะไปซื้อกองทุนที่ว่า 4 กองนี้ได้ที่ไหน คำตอบอันนี้ตอบได้ทันทีเลยครับว่า สามารถไปซื้อได้ที่ TMB ทุกสาขา โดยทาง TMB มีบริการที่เรียกว่า TMB OPEN ARCHITECHTURE ที่ช่วยคัดเลือกกองทุน LTF และ RMF ดีๆ จากทาง บลจ. ชั้นนำให้เราเลือกซื้อได้อย่างสะดวกสบายจาก 450 สาขาทั่วประเทศคร้าบ หากใครสนใจก็สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/TMBOA114

บทความนี้เป็นบทความ advertorial

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save