TaxBugnoms

TaxBugnoms

23 July 2020

ลงทุนกองทุนรวมแบบใหม่ ได้ทั้งโอกาสรับผลตอบแทน ได้ทั้งประกันสุขภาพและอุบัติเหตุกลุ่ม

ลงทุนกองทุนรวมแบบใหม่ ได้ทั้งโอกาสรับผลตอบแทน ได้ทั้งประกันสุขภาพและอุบัติเหตุกลุ่ม

ถ้าถามนักลงทุนหลายๆ คนว่า ลงทุนในกองทุนรวมได้อะไรบ้าง? คำตอบส่วนใหญ่คงไม่พ้น โอกาสของกำไร (โอกาสสร้างผลตอบแทนจากการขายหน่วยลงทุน) และรวมถึงโอกาสในการได้รับเงินปันผล (ถ้ากองทุนรวมนั้นมีนโยบายจ่ายปันผล) ใช่ไหมครับ

แต่ถ้าใครรู้จักกับ กองทุนเปิดกรุงไทย ยกกำลังสุข(ภาพ) หรือ Krung Thai Happy Health (KTHH) อาจจะต้องเปลี่ยนคำพูดเสียใหม่ เพราะการลงทุนในกองทุนรวมนี้จะได้ “ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุกลุ่ม” มาด้วย 

ใช่ครับ... ฟังไม่ผิดหรอกครับ ลงทุนแล้วได้ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุกลุ่มด้วย และไม่ใช่การได้แบบเป็นของแถม แต่มันเพิ่มขึ้นตามมูลค่าเงินลงทุนด้วยครับ แต่ก่อนที่จะไปว่าถึงเรื่องราวของประกัน ผมขอเชิญหันกลับมาทำความรู้จักกับกองทุนนี้ให้ดีก่อนครับ 

รู้จักกับกองทุนเปิดกรุงไทย ยกกำลังสุข(ภาพ)

สำหรับกองทุน KTHH เป็นกองทุนใหม่ที่เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ในวันที่ 3-21 สิงหาคม 2563 โดยมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม (Fund of Funds) หลากหลายประเภท ตั้งแต่หน่วย CIS กองทุนรวมอีทีเอฟ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยมีกลยุทธ์ในการบริหารแบบ Active Management (หรือเอาชนะผลตอบแทนของตลาด) นั่นเองครับ ซึ่งกรอบการลงทุนสามารถเป็นได้ตามรูปด้านล่างนี้ครับ

โดยตัวอย่างพอร์ตการลงทุนตามตารางด้านบน ใช้สมมติฐานในการลงทุนกองทุน Fund of Fund ของ KTAM และมีการคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มที่ 1.50% ต่อปี และมีการปรับพอร์ต (Rebalance) ในทุกๆเดือนตามสัดส่วนดังนี้ครับ

ผลการดำเนินงานในอดีตที่ได้จากตัวอย่างพอร์ตการลงทุนข้างต้น มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ดังนั้น ถ้าเรามองภาพรวมของการลงทุนในกองทุนนี้ (เฉพาะส่วนของการจัดพอร์ทและนโยบายการลงทุน) ก็จะเห็นว่ากองทุนนี้เหมาะกับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ในระยะกลางหรือระยะยาว และสามารถรับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ (จากการลงทุนในกองทุนต่างประเทศ) ร่วมกับการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภทที่มีความเสี่ยงแตกต่างกันไป (ซึ่งตรงนี้อยู่ที่ความเสี่ยงของแต่ละคนที่ยอมรับได้แล้วล่ะครับ)

แต่อย่างที่บอกไปครับ โอกาสการได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนนี้ไม่ได้มีแค่การลงทุน แต่เขายังพูดในเรื่องของประกันสุขภาพและอุบัติเหตุกลุ่มด้วย โดยผู้ที่มีมูลค่าเงินลงทุนตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป จะได้รับแผนความคุ้มครองสุขภาพและอุบัติเหตุที่ดูแลจากทางทิพยประกันภัย โดยมีรายละเอียด ดังนี้ครับ

โดยหลักการของการได้รับความคุ้มครองตามแผนการลงทุนนั้นจะมีรายละเอียดดังนี้ครับ

ความคุ้มครองตามแผนการลงทุนที่ได้รับในแต่ละช่วงเวลา

  1. กรณีซื้อหน่วยลงทุน ณ วันที่ IPO โดยมีมูลค่าเงินลงทุนเป็นไปตามที่กำหนด จะได้รับความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดจากเดือนที่จดทะเบียนกองทุนเป็นต้นไป (อย่างในกรณีนี้ความคุ้มครองจะเริ่มตั้งแต่ 1 กันยายน 2563 ครับ)
  2. กรณีซื้อหน่วยลงทุนหลังจากวันที่ IPO หากเป็นการซื้อภายในวันที่ 20 ก่อนเวลา 15.30 น. ของเดือนนั้น ๆ วันที่จะได้รับสิทธิ์คุ้มครองคือวันที่ 1 ของเดือนถัดจากเดือนที่ลงทุน แต่ถ้าหากซื้อหลังวันที่ 20 จะได้รับความคุ้มครองในวันที่ 1 ของเดือนที่ถัดจากเดือนที่ลงทุน 2 เดือนครับ เช่น
    1. ซื้อหน่วยลงทุนวันที่ 18 กันยายน 2563 ได้รับความคุ้มครองวันที่ 1 ตุลาคม 2563
    2. ซื้อหน่วยลงทุนวันที่ 21 กันยายน 2563 ได้รับความคุ้มครองวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563

โดยความคุ้มครองจะสิ้นสุดในกรณีที่มีมูลค่าเงินลงทุนคงเหลือต่ำกว่า 50,000 บาท (มูลค่าเงินลงทุนคงเหลือ = มูลค่าเงินที่ผู้ถือหน่วยซื้อ / สับเปลี่ยนเกองทุน - มูลค่าเงินที่ผู้ถือหน่วย ขาย /สับเปลี่ยนออกจากกองทุน) โดยวันสิ้นสุดความคุ้มครองจะเป็นวันทำการสุดท้ายของเดือนที่ทำรายการขายหน่วยลงทุนครับ เช่น ขายหน่วยลงทุนวันที่ 22 กันยายน 2563 จะถือว่าสิ้นสุดความคุ้มครองในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 หรืออีกกรณีหนึ่งคือ กรณีกรมธรรม์ประกันสิ้นสุดข้อตกลงกับทางกองทุนเปิดกรุงไทย ยกกำลังสุข(ภาพ) กับ บริษัทประกันภัย

การคิดต้นทุนเฉลี่ยในการได้รับสิทธิความคุ้มครอง

โดยหลักการของการคิดแผนการลงทุนนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงตามมูลค่าเงินลงทุน (ต้นทุนสะสมของเงินลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุน) ที่แตกต่างกันไป และมีเงื่อนไขในการคำนวณตามตัวอย่างต่อไปนี้ครับ

จากตัวอย่างแรก จะเห็นว่ากรณีแผนประกัน (ความคุ้มครอง) จะเปลี่ยนตามต้นทุนสะสมของเงินลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งหากมีการลงทุนเพิ่มแล้วถึงเกณฑ์ที่กำหนดก็สามารถได้ปรับแผนประกันตามสิทธิที่ได้รับจาก 1 เป็น 2 และกลับลงมาเป็น 1 เมื่อต้นทุนต้นทุนสะสมของเงินลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนเปลี่ยนแปลงครับ

จากตัวอย่างที่สอง แผนประกัน (ความคุ้มครอง) จะเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการขายหน่วยลงทุน และถ้าหากขายหน่วยลงทุนจนมีมูลค่าต้นทุนสะสมของเงินลงทุนต่ำกว่ามูลค่าที่กำหนดไว้คือ 50,000 บาท จะถูกบังคับขายหน่วยลงทุนทั้งหมด และหมดสิทธิได้รับความคุ้มครอง

จากตัวอย่างที่สาม แผนประกัน (ความคุ้มครอง) จะเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการขายและซื้อหน่วยลงทุน โดยดูจากมูลค่าต้นทุนสะสมของเงินลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นหลัก ซึ่งไม่ได้สนใจในมูลค่าของหน่วยลงทุน (NAV) ว่าจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงหรือไม่

จากตัวอย่างสุดท้าย กรณีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวจะเห็นว่าแผนประกัน (ความคุ้มครอง) ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าต้นทุนสะสมของเงินลงทุนเมื่อไร แผนประกันจะถูกปรับเปลี่ยนตามมูลค่าต้นทุนสะสมของเงินลงทุนเช่นกันครับ

ดังนั้นโดยสรุปของความคุ้มครองที่ได้รับ จะพิจารณาจาก 2 ปัจจัย คือ วันเวลาที่ซื้อหน่วยลงทุน และ มูลค่าของต้นทุนสะสมของเงินลงทุนของผู้ถือหน่วยลงทุนในการลงทุนนั่นเองครับ 

ค่าธรรมเนียม

สำหรับในส่วนของค่าธรรมเนียม ทางกองทุนมีการคิดค่าบริหารจัดการดังนี้ครับ

แต่อย่างไรก็ตาม หากเป็นการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนของ KTAM เหมือนกัน ทางกองทุนนี้จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทางครับ

บทสรุป

โดยรวมแล้ว นี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลงทุนของนักลงทุนที่ต้องการทั้งโอกาสจากการลงทุนและประกันสุขภาพและอุบัติเหตุกลุ่มที่ช่วยคุ้มครองความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด ซึ่งถ้าหากใครต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนนี้ ดูได้ที่ https://www.ktam.co.th/mutual-fund-detail.aspx?IdF=416 หรือ ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 ในเวลาทำการ และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) หรือ สามารถสอบถามแผนการคุ้มครองสุขภาพได้ที่: บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ศูนย์บริการลูกค้า 1736 กด 1

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง รวมถึงเงื่อนไขการลงทุนในกองทุนรวมที่ให้สิทธิประโยชน์ของประกันสุขภาพและอุบัติเหตุและเงื่อนไขกรมธรรม์เพิ่มเติมเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์และความคุ้มครองตามกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจลงทุน / กองทุนมีปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ เช่น ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง และความเสี่ยงจากราคาผันผวนของราคาหลักทรัพย์ เป็นต้น และกองทุนนี้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

บทความนี้เป็น Advertorial

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save