สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 26-30 มิถุนายน 2560 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]
[WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน] สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 26-30 มิถุนายน 2560
สวัสดีครับ เจอกันอีกแล้วทุกสัปดาห์กับมุมมองการลงทุนทั่วโลก พร้อมอัพเดทกลยุทธ์การลงทุน กับผม 'อัศวินกองทุน' ขาประจำที่จะมาทำหน้าที่ช่วยทุกท่านจัดพอร์ทการลงทุน ถ้าใครอยากรู้ว่าในแต่ละสัปดาห์ควรจะลงทุนแบบไหน จัดพอร์ทอย่างไร ติดตามกันต่อไปยาวๆเลยครับผม
สำหรับสิ้นเดือนที่ยังไม่สิ้นใจแบบนี้ เรามาเริ่มต้นที่ภาพรวมของตลาดกันก่อนเลยครับ
ภาพรวมของตลาด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความมั่นใจของนักลงทุนต่อนโยบายสหรัฐฯ หลังจากสมาชิกวุฒิสภาของพรรครีพับลิกันที่มีการเปิดเผยถึงความคืบหน้าของนโยบายการปฏิรูปประกันสุขภาพที่จะมาใช้แทนกฎหมายประกันสุขภาพฉบับเดิม แหม่..ดูท่าสหรัฐฯ ยังจะมาอยู่เหมือนเดิมครับผม
ทางฝั่งเอเชียอย่างตลาดหุ้นญี่ปุ่นก็ไม่ยอมน้อยหน้าครับ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากค่าเงินเยนที่เริ่มมีแนวโน้มกลับมาอ่อนค่า และตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีอย่างต่อเนื่อง อันนีก็ถือว่าเป็นข่าวดีเช่นกันครับ
ส่วนทางตลาดหุ้นจีนก็ขอไปด้วยเช่นกันครับ สัปดาห์ที่ผ่านมามีการปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจาก MSCI ประกาศนำหุ้นจีน A-Share มารวมในดัชนีในปีหน้า ทำให้นักลงทุนคาดว่าจะมีปริมาณการซื้อหุ้นในตลาด A-Share เพิ่มขึ้น ทำให้จีนก็เป็นอีกตลาดหนึ่งที่กลับมาน่าสนใจครับ
สุดท้ายกับปู่ SET ของเรา ตลาดหุ้นไทยถึงแม้จะช้า แต่ว่าก็ยังมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น จากตัวเลขการส่งออกที่ดีกว่าตลาดคาดการณ์ โดยตัวเลขการส่งออกในเดือนพฤษภาคมเติบโต 13.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และรัฐบาลมีความความคืบหน้าของแผนในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ผมเดาเลยครับว่าสถานการณ์แบบนี้ดูท่าน่าจะดีเป็นแน่ครับผม
ทางฝั่งสินทรัพย์ทางเลือกอย่างราคาน้ำมันปรับตัวลดลง จากอุปทานที่ล้นตลาด โดยมีการเพิ่มกำลังการผลิตของสหรัฐฯ ลิเบีย และไนจีเรีย ซึ่งกดดันต่อนโยบายของกลุ่ม OPEC ที่พยายามลดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมันครับ ใครสะสมมาเรื่อยๆก็อย่าเพิ่งท้อใจนะครับ เดี่ยวเรามาจัดการกันใหม่ครับผม
อย่ารอช้า เรามาต่อกันที่กลยุทธ์การลงทุนกันเลยดีกว่าครับผม
กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน
ตลาดหุ้นเกาหลี และอินเดีย
สำหรับสองกลุ่มนี้ ผมแนะนำให้ชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีและอินเดียทั้งคู่เลยล่ะครับ เนื่องจากตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมามากตั้งแต่ต้นปี และจากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์ ทำให้กระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดหุ้นเกาหลี และอินเดีย มีความเสี่ยงถูกเทขายหลังจาก FED ส่งสัญญาณการลดขนาดงบดุลที่เร็วกว่าการคาดการณ์ของนักลงทุนครับ แบบนี้ต้องระวังกันให้ดีแล้วล่ะครับผม
ตลาดหุ้นจีน
อย่างที่บอกไปครับว่าจีนกำลังกลับมาน่าสนใจ ในตอนนี้ผมยังแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นจีนทั้ง H-share และ A-share กันต่อครับ เพราะจากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในทุกภาคส่วน โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ รัฐบาลจีนมีท่าทีผ่อนคลายกับนโยบายการเงินมากขึ้น หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยธนาคารกลางจีนทำการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบธนาคารพาณิชย์สูงที่สุดในรอบ 9 เดือน ดูท่ายังจะพอไปต่อได้นะครับ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ภาพรวมสดใสแบบนี้ ผมแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นสหรัฐฯ ต่อไปครับ เนื่องจากเศรษฐกิจที่ยังคงแข็งแกร่ง ดังที่เห็นได้จากตัวเลขทางเศรษฐกิจล่าสุดที่ออกมาดีกว่าการคาดการณ์ และผลประกอบการบริษัทโดยรวมยังมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โอกาสยังไม่หมดไปครับผม
ตลาดหุ้นยุโรป
ผมยังแนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อสะสมหุ้นยุโรปจากการคลายความกังวลในทางการเมือง โดยล่าสุดธนาคารกลางยุโรปได้มีการปรับประมาณการตัวเลขการขยายตัวเศรษฐกิจหรือ GDP เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีชี้นำทางเศรษฐกิจยุโรปที่ชี้ถึงการขยายตัวในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ส่งผลให้การบริโภคครัวเรือนและความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง อันนี้ก็แนะนำครับ
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น
เช่นเดียวกันกับตลาดประเทศพัฒนาอื่นๆ ผมยังแนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นญี่ปุ่นต่อไปครับ หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจ รวมถึงแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่จะแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนตัวลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยทางบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น
สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้
สำหรับประเทศพัฒนาแล้วเน้นสะสมตลาดสหรัฐ ยุโรป และ ญี่ปุ่นครับ ส่วนตลาดเกิดใหม่เน้นฝั่งเอเชียเน้น ไทยและจีนครับ แค่นีก็เห็นถึงความสดใสแล้วล่ะครับผม
กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้
ตราสารหนี้สหรัฐฯ
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังจากที่ราคาน้ำมันปรับตัวลงต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ความคาดหวังเงินเฟ้อปรับลดลง ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่ผ่านมาออกมาต่ำกว่าคาด ทั้งนี้ การปรับตัวลงของพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวสหรัฐฯ ได้สะท้อนปัจจัยลบไปแล้วค่อนข้างมาก ในระยะถัดไป ความคืบหน้าของการออกกฎหมาย Healthcare จะส่งผลให้ตลาดกลับมาเชื่อมั่นต่อนโยบายเศรษฐกิจ และจะสนับสนุนการดำเนินนโยบายตึงตัวของ FED ผมจึงอยากเตือนให้ระมัดระวังการขยายอายุการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศด้วยครับ
ตราสารหนี้ไทย
พันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ปรับตัวลงตามอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลไทยอายุต่ำกว่า 3 ปี ทรงตัว ทั้งนี้ จากตัวเลขส่งออกไทยเดือน พ.ค. ที่ขยายตัวสูงกว่า 13.2% สนับสนุนเงินบาทแข็งค่า และตารางประมูลพันธบัตรรัฐบาลล่าสุด รัฐบาลเน้นออกตราสารอายุยาวกว่า 5 ปี ส่งผลให้การลงทุนในช่วงอายุ น้อยกว่า 3 ปียังมีความผันผวนต่ำ
สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้
เหมือนเดิมครับ กับสถานการณ์แบบนี้ผมแนะนำให้นักลงทุนเน้นกระจายการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่มีนโยบายลงทุนใน เงินฝาก ตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ
You might also like
![สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 24 ธันวาคม 2561 – 4 มกราคม 2562 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]](https://assets.aommoney.com/aommoney/wp-content/uploads/2024/02/161614_large-1-480x251.jpeg)
สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 24 ธันวาคม 2561 –...
สวัสดีครับผม!!! อัศวินกองทุนยุค Digital กลับมาแล้วครับ ปลายปีแบบนี้ สถานการณ์โดยรวมเหมื...
![สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 17-21 ธันวาคม 2561 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]](https://assets.aommoney.com/aommoney/wp-content/uploads/2024/02/448589_large-1-480x251.jpeg)
สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 17-21 ธันวาคม 2561 [WE...
สวัสดีครับผม!!! อัศวินกองทุนยุค Digital กลับมาแล้วครับ สัปดาห์นี้ยังดูเหมือนจะอึมครึมใน...
![สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 11-14 ธันวาคม 2561 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]](https://assets.aommoney.com/aommoney/wp-content/uploads/2024/02/226253_large-1-480x251.jpeg)
สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 11-14 ธันวาคม 2561 [WE...
สวัสดีครับผม!!! อัศวินกองทุนยุค Digital กลับมาแล้วครับ สัปดาห์นี้สถานการณ์เศรษฐกิจของสห...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
