23 August 2017

สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 28 สิงหาคม – 1 กันยายน 2560 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]

สวัสดีครับ กลับมาเจอกันอีกครั้งกับคอลัมน์ Weekly Outlook สรุปและอัพเดทกลยุทธ์การลงทุนประจำสัปดาห์ กับผม 'อัศวินกองทุน' เจ้าเก่ากันอีกแล้วครับ สำหรับสัปดาห์นี้เรามาดูกันต่อครับว่า ทิศทางการลงทุนควรจะเป็นอย่างไรแบบไหน จะได้จัดการได้ถูกต้องตามที่เราต้องการครับ

ภาพรวมของตลาด

เริ่มต้นกันที่ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ครับ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากความกังวลต่อความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐฯ เลยทำให้ไม่กล้าดีดกลับสักเท่าไร ถึงแม้ตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคการบริการจะออกมาดีกว่าคาดก็ตามครับ

ส่วนทางฝั่ง ตลาดหุ้นยุโรป ปรับตัวลดลงครับ เนื่องจากนักลงทุนคาดว่า ‘นายมาริโอ ดรากี’ ประธานธนาคารกลางยุโรป จะมีการส่งสัญญาณลดวงเงินซื้อพันธบัตรฯ ในการประชุมที่ประเทศสหรัฐฯ (แจ็กสัน โฮล) ซึ่งทำให้นักลงทุนทั้งหลายรอดูท่าทีกัน

มาดูทางฝั่งตลาดหุ้นจีนกันบ้าง ทางฝั่ง H-Share ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการเข้าซื้อของนักลงทุน เนื่องจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ งานนี้ต้องเอาใจช่วยกันต่อไปครับ

สุดท้ายปู่ SET ตลาดหุ้นไทยบ้านเรานั้น มีการปรับตัวดีขึ้นสอดคล้องกับตลาดส่วนใหญ่ในภูมิภาคหลังจากความตึงเครียดในคาดสมุทรเกาหลีผ่อนคลายลง และราคาน้ำมันที่ปรับตัวดีขึ้น ทำให้ตลาดบ้านเรากลับมาน่าสนใจอีกครั้งหนึ่งครับ

มาฝั่งสินทรัพย์ทางเลือกกันบ้าง เริ่มจากราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการเกิดพายุเฮอริเคนฮาร์วีย์บริเวณชายฝั่งรัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันดิบที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ ทำให้การผลิตน้ำมันหยุดชะงักลง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นตามกันไปด้วย

สำหรับภาพรวมสัปดาห์นี้ มีความผันผวนนิดหน่อยครับ ทีนี้เรามาดูกันว่ากลยุทธ์ลงทุนควรจะเป็นแบบไหนยังไงกันต่อเลยดีกว่าครับผม

กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารทุน

ตลาดหุ้นเกิดใหม่

ยังแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นประเทศเกิดใหม่ในเอเชียจากปัจจัยค่าเงินดอลลาร์อ่อนที่ยังสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่อยู่ครับ หลังจากบันทึกการประชุม FED เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ชี้ว่าคณะกรรมการหลายท่านยังไม่สนับสนุนให้รีบขึ้นดอกเบี้ยเนื่องจากแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯที่ปรับตัวลง ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ขาดปัจจัยสนับสนุนให้แข็งค่าครับ และนอกจากนี้ ปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นเกิดใหม่ยังมีแนวโน้มดีขึ้นอยู่ครับ เช่น ตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่องตามความต้องการจากประเทศพัฒนาแล้ว เป็นปัจจัยสนับสนุนโดยตรงต่อประเทศ เช่น เกาหลี จีน และไทย ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่เหมาะสมในการจัดการลงทุนครับ

ตลาดหุ้นยุโรป

ณ ช่วงจังหวะนี้ผมอยากแนะนำให้สะสมหุ้นยุโรปครับ เนื่องจากตลาดปรับตัวลงมาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม และลงมาเรื่อยๆ ซึ่งสะท้อนความกังวลของนักลงทุนถึงการลดการกระตุ้นทางการเงินของธนาคารกลางยุโรป แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าธนาคารกลางยุโรปจะคงมาตรการกระตุ้นต่อเนื่องไปอีก เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อในกลุ่มยูโรโซนมีแนวโน้มปรับตัวลง ประกอบกับการส่งออกเริ่มชะลอตัวจากเงินยูโรแข็งค่า ดังนั้นการย่อตัวของตลาดหุ้นในตอนนี้เป็นโอกาสให้นักลงทุนทยอยซื้อสะสมเพื่อสร้างผลตอบแทนครับ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

สำหรับพี่ใหญ่ในตอนนี้ ผมขอให้ชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯไปก่อนครับ เนื่องจากมูลค่าพื้นฐานที่อยู่ในระดับสูง บ่งชี้ว่านักลงทุนได้คาดการณ์ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไว้มากแล้ว ซึ่งตอนนี้ตลาดยังขาดปัจจัยหนุนในระยะสั้นหลังจากบริษัทส่วนใหญ่ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสสองเสร็จสิ้นแล้ว นอกจากนี้ การเปิดประชุมสภาในช่วงต้นเดือนกันยายนเกี่ยวกับการยกเพดานหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันให้กับตลาดหุ้นอีกด้วยครับ ดังนั้นหยุดรอจังหวะกันก่อนละกันนะครับ

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ผมยังคงแนะนำให้ชะลอการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นซึ่งอาจถูกกดดันจากค่าเงินเยนแข็ง เนื่องจากบันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือน ก.ค.ชี้ว่า คณะกรรมการบางท่านยังไม่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ค่าเงินดอลลาร์มีทิศทางอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินเยน ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกดดันต่อราคาหุ้นกลุ่มบริษัทผู้ส่งออก ดังนั้นรอกันไปยาวๆสำหรับญี่ปุ่นได้เลยครับ

สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้

ตลาดเกิดใหม่ทั้งหลายยังคงน่าสนใจอยู่เหมือนเดิมครับ แต่สำหรับสัปดาห์นี้แนะนำให้เพิ่มการลงทุนในหุ้นยุโรปควบคู่กันไปครับ

กลยุทธ์ลงทุนในตลาดตราสารหนี้

ตราสารหนี้สหรัฐฯ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังทรงตัวในสัปดาห์ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่าตลาดยังมีความคาดหวังที่ต่ำต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ก่อนการประชุม Jackson Hole Symposium ที่จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 ส.ค. ทั้งนี้คาดว่าตลาดตราสารหนี้สหรัฐฯ ระยะยาวจะถูกปัจจัยกดดันจากการเปิดประชุมสภาฯ อีกครั้งในวันที่ 5 ก.ย. จึงยังไม่แนะนำให้เพิ่มอายุเฉลี่ยของการลงทุนในตราสารหนี้

ตราสารหนี้ไทย

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 1-3 ปี ทรงตัวแม้กระทรวงพาณิชย์จะประกาศตัวเลขดุลการค้าของไทยซึ่งขาดดุลการค้าครั้งแรกในรอบ 27 เดือน ส่งผลให้ค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่า อย่างไรก็ตามเรายังมีมุมมองบวกต่อภาคการท่องเที่ยวซึ่งจะยังสนับสนุนให้ดุลบัญชีเดินสะพัดไทยเกินดุล และค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งจะดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในตราสารระยะสั้น เป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือ 1-3 ปี เป็นต้น

สรุปคำแนะนำการลงทุนในสัปดาห์นี้

เหมือนเดิมเลยครับผม การลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับตราสารหนี้ คือ เน้นกระจายการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ ที่มีนโยบายลงทุนใน เงินฝาก ตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ภาครัฐ สถาบันการเงิน และให้ผลตอบแทนที่ดีแทนครับ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save