กฎการเงิน 10 ข้อ เพื่อการใช้ชีวิตที่ร่ำรวย ของรามิตร เศรษฐี (Ramit Sethi) ผู้เขียนหนังสือขายดี “ผมจะสอนให้คุณรวย”

กฎการเงิน 10 ข้อ เพื่อการใช้ชีวิตที่ร่ำรวย ของรามิตร เศรษฐี (Ramit Sethi) ผู้เขียนหนังสือขายดี “ผมจะสอนให้คุณรวย”

รามิตร เศรษฐี (Ramit Sethi) คือ เศรษฐีร้อยล้านที่สร้างความมั่งคั่งด้วยตัวเอง ผู้เขียนหนังสือขายดี “ผมจะสอนให้คุณรวย” (ติดหนังสือขายดีของ The New York Times ด้วย) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาทางการเงิน มีรายการทาง Netflix ชื่อ “I Will Teach You to Be Rich”

แนวคิดเรื่องการเงินของเศรษฐีอาจจะแตกต่างจากคำแนะนำแบบดั้งเดิมสักหน่อย

เขาจะไม่บอกให้งดกาแฟหรือสิ่งที่คุณรักออกจากชีวิต อย่างถ้าคุณรักกระเป๋าถือแบรนด์เนมคุณก็ซื้อได้ แต่สิ่งที่สิ่งที่เขาบอกคือ “ให้รู้ว่าเมื่อไหร่ที่คุณ ‘พร้อม’ จะซื้อ” มากกว่า

เป็นการใช้หลักจิตวิทยา ไม่ใช่สร้างความกลัวในการใช้เงิน แต่ให้จัดเป้าหมายในชีวิตก่อนต่างหาก เขาบอกว่า

“คำแนะนำเรื่องเงินแบบดั้งเดิมเป็นเรื่องของการบอกว่า ‘ไม่’ : ไม่กินกาแฟ ไม่ไปเที่ยว ไม่ต้องสนุก ผมเชื่อว่าเรื่องเงินนั้นคือการบอกว่า “เยส” กับ ‘ชีวิตที่ร่ำรวย’ (Rich Life) มากกว่า...เป็นการออมให้มากขึ้น ลงทุนให้มากขึ้น และใช้ให้มากขึ้นกับสิ่งที่คุณรัก”

เพราะฉะนั้นชีวิตที่ร่ำรวยของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไป

กฎการเงิน 10 ข้อสำหรับชีวิตที่ร่ำรวยของเขาเอง (เน้น! ว่าของเขา ซึ่งแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ต้องปรับให้เข้ากับชีวิต สิ่งที่คุณให้คุณค่า สิ่งที่สำคัญ สร้างลิสต์ขึ้นมาให้เพื่อให้ชีวิตมีความเป็นระเบียบ)

1. มีเงินสำรองฉุกเฉินเป็นเงินสดสำหรับ 1 ปีอยู่เสมอ

เศรษฐีเล่าย้อนไปถึงช่วงปี 2020 ที่ตอนนั้นจู่ๆ เกิดโรคระบาดขึ้นมาแบบไม่มีใครคาดคิด ตกงานกันแบบไม่ทันตั้งตัว (Gallop ได้ทำการสำรวจมาพบว่ากว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลกเจอกระทบเรื่องงาน ในประเทศไทยเองกว่า 56% ของแรงงานได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ถ้าไม่ตกงานก็ธุรกิจต้องปิดตัวไป)

ในบางครั้งเราไม่รู้หรอกว่าชีวิตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

แม้นั่นจะเป็นระดับโลก คนมากมายได้รับผลกระทบก็จริง แต่ในระดับบุคคล เราก็ไม่มีทางรู้เช่นกัน บางครั้งคนที่บ้านอาจจะป่วยกะทันหัน เราต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแล หรือบางทีเป็นเราเองก็ได้ ไม่ว่าจะตกงาน ประสบอุบัติเหตุ ฯลฯ เราไม่มีทางรู้ได้

แม้จะดูเหมือนการมองโลกในแง่ร้ายสักหน่อย แต่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เสมอ

ตอนที่ทุกอย่างดีอยู่ เป็นจังหวะที่เราต้องรีบเก็บเงินฉุกเฉินสักก้อนหนึ่งที่เพียงพอสำหรับหนึ่งปีเอาไว้ก่อน

“การทำแค่เรื่องนี้เพียงอย่างเดียวจะช่วยบรรเทาความกังวลเมื่อคิดถึงเรื่องเงินของเราไปได้มากเลย”

หากมันดูตึงเกินไป ก็อาจจะปรับเป็น 6 เดือนก็ได้ จำไว้เสมอว่านี่คือกฎที่คุณอยากสร้างขึ้นมาเพื่อชีวิตของคุณเอง

2. ออม 10% ลงทุน 20% ของรายได้ทั้งปี

ตอนที่เริ่มต้นทำงานเก็บเงิน เงินสำรองฉุกเฉินถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

หลังจากเงินสำรองฉุกเฉินเก็บเรียบร้อยแล้ว เงินที่ได้มาเศรษฐีตัด 10% เพื่อการออมโดยอัตโนมัติ พร้อมกับอีก 20% เพื่อลงทุน เพื่ออนาคตของตัวเอง

คำแนะนำคือให้พยายามทำให้เป็นอัตโนมัติ ตัดบัญชีไปเลย

แต่คนที่ยังไม่พร้อม มีภาระอื่นๆ ที่ต้องจัดการดูแล อย่างหนี้สิน หรือการเงินส่วนอื่น ก็อาจจะเก็บออมและลงทุนตามที่พอไหวไปก่อนในตอนนี้

3. มีเงินสดพร้อมสำหรับการจ่ายของชิ้นใหญ่ๆ ก่อนจะใช้ (งานแต่งงาน, เดินทาง, แหวนหมั้น) และสำหรับบ้านต้องมีเงินดาวน์ 20% อย่างต่ำ

เศรษฐีเน้นย้ำถึงการสร้างสุขภาพการเงินที่ดี โดยให้ระวังเงินก้อนใหญ่ที่มีดอกเบี้ยตามมาด้วย

บางครั้งเราอาจจะคิดว่ารูดบัตรไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวค่อยๆ จ่ายไป ไม่เป็นไรหรอก

แต่ชีวิตก็ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้น เกิดปุ๊บปั๊บป่วยขึ้นมา ไปห้องฉุกเฉินไม่สบาย แผนการเงินที่วางมาอาจจะล้มได้เลย หากมีหนี้ก้อนใหญ่ที่มีดอกเบี้ยตามมาด้วย

“ใช้เงินนั้นก็ต่อเมื่อมีเงินนั้นแล้วเท่านั้น” เศรษฐีกล่าว

4. ไม่ต้องคิดเรื่องการใช้เงินกับหนังสือ อาหารว่าง สุขภาพ หรือ บริจาคให้การระดมทุนเพื่องานการกุศลของเพื่อน

นิสัยอย่างหนึ่งของเศรษฐีคือการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นสำหรับเขาแล้วการซื้อหนังสืออ่านจึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าสำหรับตัวเอง เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะฉะนั้นถ้าเจอหนังสือที่เขาสนใจอยากอ่านก็จะซื้อเลย

นอกจากนั้นแล้วเขายังชอบสั่งอาหารว่างก่อนมื้อหลักเวลาไปร้านอาหาร ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพของตัวเอง และบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศลที่สนับสนุนอีกด้วย

เราอาจจะมีสิ่งที่สำคัญสำหรับตัวเอง อะไรก็ตามที่ทำให้เราเติมเต็ม มีความสุข

บางคนอาจจะชอบปลูกดอกไม้ ชอบทำสวน ก็ไม่ต้องไปกังวลเรื่องการจ่ายเงินเพื่อซื้ออุปกรณ์ทำสวน เมล็ดพันธุ์ดอกไม้ ครีมกันแดด ฯลฯ

ลองดูว่าสิ่งที่สำคัญสำหรับเราคืออะไรแล้วสร้างกฎข้อนี้ของตัวเองขึ้นมาครับ

5. นั่ง Business Class หากเป็นการเดินทางนานเกินกว่า 4 ชั่วโมง

อาจจะดูหรูหรา แต่ด้วยงานและการใช้ชีวิตของเขาที่ต้องเดินทางบ่อยๆ การตั้งกฎข้อนี้ขึ้นมาช่วยให้เขารู้สึกมีกำลังใจและสะดวกสบายขึ้น เมื่อไปถึงปลายทางก็รู้สึกไม่เหนื่อยจนเกินไป

สำหรับบางคนกฎข้อนี้อาจจะไม่ได้อยู่ในลิสต์ของคุณเลยก็ได้ แต่สำหรับเศรษฐีมองว่าอยากขอเลือกความสะดวกสบายบ้างในบางครั้งคราว

6. ซื้อของที่ดีที่สุดและใช้ให้นานที่สุด

บางครั้งการซื้อของถูกกลายเป็นสุดท้ายเราต้องจ่ายเงินมากกว่าเดิม เพราะมันเสียแล้วก็ต้องซ่อมอยู่เรื่อยๆ หรือต้องเสียเงินซื้อใหม่อยู่เรื่อยๆ และการจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อของคุณภาพดีกลับประหยัดเงินได้ในท้ายที่สุด เพราะมันอยู่กับเราได้นานกว่า

การซื้อสินค้าที่มีคุณภาพดี แต่เชื่อถือได้ มีการรับประกันที่ดี แม้จะมีราคาแพงกว่าอาจจะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

7. เรื่องสุขภาพและความรู้ใช้เงินได้แบบไม่มีลิมิต

ข้อนี้อาจจะเสริมต่อจากข้อ 4 ว่าเศรษฐีให้ความสำคัญกับสองอย่างนี้มาก ทั้งเรื่องสุขภาพและความรู้

มันเป็นสิ่งที่สร้างผลตอบแทนให้เราอย่างคุ้มค่าในระยะยาว

การออกกำลังกาย ดูแลตัวเองจะช่วยให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น หรือการหาความรู้ใหม่ๆ เรียนคอร์สต่างๆ ก็จะช่วยให้คุณก้าวหน้าในหน้าที่การงาน (รวมไปถึงการเงิน) ได้ด้วย

สำหรับหลายๆคน คำว่า ‘ไม่มีลิมิต’ อาจจะดูน่ากลัวสักหน่อย ลองตั้งเท่าที่ไหวก็ได้ครับ

8. หารายได้มากพอที่จะทำงานเฉพาะกับคนที่คุณเคารพและชื่นชอบเท่านั้น

สำหรับเศรษฐีแล้วความมีน้ำใจ ความนับถือ และความเชื่อใจถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เมื่อต้องเลือกคนที่จะทำงานด้วย

หากคุณกำลังอยู่ในจุดที่ไม่อยากลุกไปทำงานในแต่ละวัน ลองสำรวจดูก็ได้นะครับว่าเป็นเพราะเรากำลังทำงานกับหัวหน้าที่ไม่รู้มาเป็นหัวหน้าได้ยังไง หรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่ค่อยน่ารักสักเท่าไหร่

หากเป็นแบบนั้นลองทำงานเก็บเงินให้มากพอแล้วเลือกไปทำงานกับคนที่คุณเคารพและชื่นชอบจะดีกว่า

9. ให้ความสำคัญกับเวลานอกเหนือจากตัวเลขในบัญชี (ครอบครัว คนที่รัก และ สุขภาพ)

กฎการเงินนั้นไม่ได้มีไว้แค่สำหรับการจัดการเรื่องเงินในบัญชีหรือติดตามการจับจ่ายในบัญชีรายรับรายจ่ายเท่านั้น กฎเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราได้มีชีวิตที่เราอยากจะใช้ ชีวิตที่ร่ำรวยของตัวเอง

เพราะฉะนั้นหากทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี อย่าลืมให้ความสำคัญกับเวลานอกเหนือจากแค่เรื่องการเงินด้วย ใช้เวลากับคนที่เรารัก ครอบครัว และแน่นอนอย่าลืมเรื่องสุขภาพสำคัญมากๆ

10. แต่งงานกับคนที่ใช่

เรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ในความสัมพันธ์ แต่ละคนเติบโตมาในครอบครัว วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมที่หล่อหลอมความเชื่อ/กรอบคิดเรื่องการเงินที่แตกต่างกันออกไป

สิ่งสำคัญคือการหาคนที่เราสามารถพูดคุยและมีความเชื่อเรื่องการเงินที่ยอมรับซึ่งกันและกันได้ ไปในทิศทางเดียวกัน การทะเลาะกันเรื่องเงินเกิดขึ้นได้ แต่ต้องเป็นการทะเลาะกันด้วยเหตุผล ก่อให้เกิดผลลัพธ์ในเชิงบวก

สิ่งที่เราอาจจะสังเกตได้คือว่ากฎของเขานั้นไม่ใช่การตัดทุกอย่างออกไปซะหมดเพื่อให้มีเงินในกระเป๋าเยอะๆ แต่เป็นการลงทุนและให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตัวเองรัก สิ่งไหนที่ไม่จำเป็นก็ตัด สิ่งที่คิดว่าสำคัญก็ใช้

เศรษฐีบอกว่า “จำเอาไว้ว่ากฎเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคุณ​ ความชอบ ความสามารถ ไลฟ์สไตล์ และมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ผิดหากจะพลาดบ้าง แต่ต้องจำเอาไว้เสมอว่าความผิดพลาดที่แท้จริงคือการไม่ทำอะไรเลย ทุกคนสามารถตัดสินใจอย่างฉลาดในการสร้างแผนการเงินที่เหมาะกับตัวเองและมั่นคง”

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save