เสียเพื่อนว่าเจ็บแล้ว แต่เสียทั้งเพื่อนเสียทั้งเงินยิ่งเจ็บกว่า : เมื่อคนใกล้ตัวมายืมเงิน การทำสัญญาก็ดี แต่เราต้องบอกว่า ‘ไม่’ ให้เป็น

เสียเพื่อนว่าเจ็บแล้ว แต่เสียทั้งเพื่อนเสียทั้งเงินยิ่งเจ็บกว่า : เมื่อคนใกล้ตัวมายืมเงิน การทำสัญญาก็ดี แต่เราต้องบอกว่า ‘ไม่’ ให้เป็น

🎬 วันก่อนไปเห็นคลิปหนึ่งของ คุณดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร นักธุรกิจและนักลงทุนที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง (ลิงก์ในคอมเมนต์) ที่น่าสนใจมากๆ ที่พูดถึงเรื่องการให้เพื่อนสนิทยืมเงิน

เรื่องคร่าวๆ คือคุณดิวมีเพื่อนคนหนึ่ง สมมุติชื่อ A

คุณ A ไปรู้จักกับผู้ปกครองของเพื่อนลูกที่โรงเรียน ซึ่งก็สนิทสนมกัน ลูกๆ ของทั้งสองครอบครัวสนิทกันมาก มีมานอนค้างที่บ้าน ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันถึงขั้นนั้น

💰 มาวันหนึ่งผู้ปกครองท่านนั้นบอกหมุนเงินไม่ทัน เลยมาขอยืมเงินคุณ A ซึ่งตอนแรกก็ไม่เยอะหรอก มีสัญญาเขียนอะไรไว้ พร้อมเขียนเช็คให้เป็นหลักประกัน

หลังจากนั้นก็มีจ่ายมาบ้าง มียืมเพิ่มบ้าง หมุนไปหมุนมา 3 ปี

ยอดมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้รวมๆ 5 ล้านบาท ผู้ปกครองท่านนั้นหยุดจ่าย ค้างเลย ทวงยังไงก็แล้ว ก็ไม่ได้คืน สุดท้ายก็เลยต้องฟ้องร้องกัน

💸 หลายคนอาจจะคิดว่าแล้วทำไมคุณ A ถึงให้ยืมไปแต่แรก ไม่ให้ยืมก็หมดเรื่อง คุณดิวอธิบายให้ฟังว่าเหตุการณ์แบบนี้บางทีพอเป็นเพื่อนสนิทกันมันก็พูดยากเวลาเขามาขอความช่วยเหลือ ภายนอกผู้ปกครองคนนั้นก็ดูโอเค ขับรถแพง ใส่แบรนด์เนมต่างๆ ธุรกิจอาจจะมีสะดุดนิดหน่อยก็เลยให้ยืมไป

==============

ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนสมัยเพิ่งเริ่มทำงานแรกๆ รายได้ผมก็ไม่ได้เยอะอะไรมาก แต่โชคดีว่าที่บ้านก็มีธุรกิจของตัวเอง เงินที่ได้มาก็เลยพอใช้พอเก็บบ้าง ลงทุนอะไรว่ากันไป

วันหนึ่งเพื่อนสนิทคนหนึ่งก็โทรมา คือปกติเราก็คุยกันบ่อยอยู่แล้วแหละ เพียงแต่วันนั้นเขาดูแปลกๆ สักหน่อย น้ำเสียงดูเกร็งๆ ดูหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง หลังจากพูดทักทายกันนิดหน่อย เขาก็ถามว่า “เราจะขอยืมเงินสัก 50,000 บาท ได้ไหม?”

⚖️ ผมนี่งงเลย เพราะที่ผ่านมาคือก็ไม่ได้มีทีท่าว่าเขาจะเงินขาดมือ เป็นหัวหน้าในองค์กรขนาดใหญ่ หน้าที่การงานก็ดีมั่นคง ผมก็เลยถามกลับไปว่า “เฮ้ย…เป็นอะไรวะ? เกิดอะไรขึ้น” เขาก็หัวเราะแห้งๆ กลับมา “อืมมมม…มันช็อตนิดหน่อยแหละ เดี๋ยวเดือนหน้าคืนให้”

มันเป็นจังหวะที่กระอักกระอ่วนใจมาก เงินตรงนั้นถามว่ามีให้ยืมไหมก็มีแหละ แต่เราก็เพิ่งเริ่มทำงาน เงินก็ไม่ได้มีเยอะ ใจหนึ่งก็อยากช่วยเพื่อน แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าถ้าช่วยแล้วถ้าไม่คืน คราวนี้ผมจะเสียเพื่อนดีๆ คนหนึ่งไปเลยนะ แต่ถ้าไม่ช่วยก็อาจจะเสียเพื่อนได้เหมือนกัน

==============

สถานการณ์แบบเพื่อนคุณดิวหรือของผมช่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากมีเพื่อนสนิทมาขอยืมเงิน หากคุณไม่ให้ยืมมันก็ทำลายความสัมพันธ์ได้ เพื่อนอาจจะไม่พอใจว่าแค่นี้ทำไมช่วยไม่ได้ หรือหากให้ยืมมันก็ทำลายความสัมพันธ์ได้เช่นเดียวกัน เพราะเพื่อนอาจจะไม่คืน (ปวดหัวแท้)

การให้ยืมเงินสร้างความแตกแยกในความสัมพันธ์มานักต่อนักแล้ว

📖 คุณเบสต์-ลงทุนศาสตร์เขียนวิธีแก้เอาไว้ในหนังสือ ‘ยอดคนเงินเหลือ’ อยู่ 3 ข้อ

💔💵 1. วัดใจ

วิธีนี้คือการตั้งตัวเลขไว้เลยว่านี่คือเงินที่คุณให้ได้มากที่สุดโดยที่ไม่เดือดร้อน คิดไว้ก่อนเลยว่ายังไงก็ไม่ได้คืน และเป็นเงินที่ “ถือเป็นค่าซื้อความสัมพันธ์” และอาจจะเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่จ่ายเสร็จแล้วแยกจากชีวิตหายกันไปเลย

ให้ยืมเสร็จก็รอดูผล ไม่คืนก็เลิกคบกันไป คล้ายกับการให้เงินไปเลยนั่นแหละครับ

เป็นเงินที่เอาให้ได้โดยที่เราสบายใจ ให้แค่นี้แหละพอแล้ว ถ้าได้คืนก็ดี ถ้าไม่ได้คืนก็ไม่เป็นไร เพราะเราไม่หวังได้คืนแต่แรกอยู่แล้ว

📝✍️ 2. ทำสัญญา

อันนี้คุณเบสต์แนะนำว่าหากเป็นเงินก้อนที่มากกว่าแค่เงินที่ให้ไปเลยได้ ก็ต้องทำสัญญากันเลยเป็นลายลักษณ์อักษร ถูกต้องตามกฎหมาย ระบุดอกเบี้ย ลายเซ็นพยาน มีสำเนาบัตรประชาชนรับรอง ทำเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย

หนี้ก้อนใหญ่ ไม่ว่าสนิทแค่ไหน ทำสัญญาเสมอ เพราะเมื่อมีสัญญามาผูกมัด คนที่ยืมก็มีโอกาสจ่ายเงินคืนได้มากกว่า และอย่างน้อยก็เป็นลดความไม่สบายใจฝ่ายเราที่ให้ยืม มีวันเวลาแน่นอนที่จะได้เงิน แถมยังแสดงความบริสุทธิ์ใจของผู้ยืมด้วยฃฃฃ

🚫🗣️ 3. กล้าปฏิเสธไปเลย

เราต้องเข้าใจก่อนว่าเงินที่จะให้ยืมคือเงินของเรา เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ให้ยืม อีกฝั่งก็เอาไปไม่ได้

หากเราวิเคราะห์แล้วว่าเงินมันก้อนใหญ่เกินไปให้ไม่ได้ ไม่งั้นตัวเองก็จะลำบาก ทำสัญญาก็ไม่ได้ช่วยทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นเพราะเห็นแล้วว่าคนเหล่านี้น่าจะไม่คืนแน่ๆ

“สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องรู้จักพูดคำว่า ‘ไม่’” 🛑

เราอาจจะอยู่ในวัฒนธรรมที่ขี้เกรงใจ ปฏิเสธคนไม่เป็น แต่ปัญหาเรื่องการยืมเงินจะไม่ลุกลามบานปลายเลยถ้าเราปฏิเสธตั้งแต่แรก

🌟 แต่ถ้าใครมายืมเงินแล้วเราไม่รู้จะตอบยังไง น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา เขียนคำแนะนำที่เราสามารถนำไปใช้ตอบคำถามที่เราลำบากใจจะตอบเอาไว้ในหนังสือ “โชคดีที่มึงได้อ่าน” ไว้แบบนี้

“ทำไมยังไม่มีแฟน.. อ๋อ ไม่สะดวกค่ะ
เมื่อไหร่จะแต่งงาน...ไม่สะดวกครับ
เมื่อไหร่จะมีลูก... ไม่สะดวกอะค่ะ
ใช้ได้แม้กระทั่งยืมตังค์เลยนะ
เวลามีคนมายืมตังค์ให้ตอบกลับไปได้เลยว่า "ไม่สะดวก" โอเคนะ
แรกๆอาจจะยังไม่คล่องปาก หมั่นซ้อมบ่อยๆเดี๋ยวจะเก่งขึ้นเองอย่าลืมล่ะ ใครถามอะไรแล้วลำบากใจให้ตอบออกไปว่า ‘ไม่สะดวก’”

==============

เพื่อนของคุณดิวเลือกวิธีที่ 2 ทำสัญญาเพราะความเชื่อใจและคิดว่าคงไม่บิดเบี้ยว แม้จะเขียนเช็คทิ้งไว้ให้ก็ไม่มีประโยชน์ “มันแค่กระดาษใบหนึ่งเท่านั้น” คุณดิวแนะนำว่าถ้าเลือกที่จะให้ยืมและทำสัญญาต้องมีอะไรมาค้ำเท่านั้น ที่ดิน รถยนต์ เครื่องประดับ ฯลฯ อะไรก็ได้ที่แปลงเป็นเงินได้จะดีกว่า

ส่วนในกรณีของผมตอนนั้นเลือกวิธีที่ 3 ปฏิเสธไปเลยสบายใจกว่า

เหตุผลเพราะรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่ชอบทวงเงินคนอื่น ไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องไปตามทวงตามถาม ไม่ชอบความรู้สึกว่าตัวเองจู้จี้ แต่ถ้าไม่ทวงก็รู้สึกเหมือนกำลังโดนคนอื่นเอาเปรียบ

ที่จริงไม่ใช่แค่กับเพื่อนสนิทคนนั้นที่มายืมเงิน แต่กับทุกคนเลยด้วยซ้ำที่มายืม ผมจะบอกปฏิเสธเหมือนๆ กัน (แค่ในกรณีของเพื่อนสนิทมันรู้สึกกระอักกระอ่วนมากกว่า)

คุณเบสต์บอกว่า

😢 “ผมคิดว่าหากใครสักคนจะเลิกคบเรา เพราะว่าเราไม่ให้เขา ยืมเงินก็ปล่อยให้เขาเลิกคบไปเถอะ นั่นแปลว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขาสามารถตีมูลค่าเป็นเงินได้อย่างง่ายดาย

ท่องไว้เสมอว่าเสียเพื่อนไปยังดีกว่าเสียทั้งเพื่อนและเสียทั้งเงิน เพราะการเสียแบบหลังนั้นต้องเจ็บใจมากกว่าแน่ๆ ดังนั้นเลือกทำสิ่งที่ตัวเองสบายใจเสมอ จะให้เงินไปเลยก็ได้ จะให้ยืมเงิน ก็ได้ แต่เผื่อใจไว้ด้วยว่าถ้าโดนโกง ถ้าไม่ได้เงินคืนแล้วจะรู้สึกอย่างไร ถ้ารับมือได้ อยากจะให้เท่าไหร่ก็ให้เลย”

🚫 “สนิทกันแค่ไหนก็อย่าให้ยืมเงิน” คุณดิวสรุปตอนจบ “ยืมเงินปุ๊บพูดไม่ออกสักราย วันที่เขาไม่มีเงินนะ เขาจะพูดอะไรก็ได้” ต้องระวังไว้ให้ดี

ส่วนในกรณีของผมยังจำได้ดีเลย ผมวัดใจบอกเพื่อนคนนั้นไปว่า “ผมไม่อยากเสียเพื่อนเพราะเงิน 50,000 บาท ขอโทษนะเราให้ยืมไม่ได้จริงๆ วะ” หลังจากนั้นเราก็บอกลาแล้ววางสายไป

ถ้าเขาจะหายไปก็ตามนั้น ทำใจเลย

แต่เชื่อไหมมาจนถึงตอนนี้เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาโดยตลอด คุยกันบ่อยๆ และรู้สึกโชคดีมากที่วันนั้นไม่ตัดสินใจให้ยืม เพราะถ้าให้ยืม ถึงตรงนี้อาจจะไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วก็ได้

เพราะฉะนั้นก่อนคิดไว้เสมอครับว่าสนิทแค่ไหนก็อันตราย คิดให้ดีก่อนให้เพื่อนยืมเงิน เพราะถ้าไม่ให้ยืมแล้วเสียเพื่อนว่าเจ็บแล้ว แต่ถ้าให้ยืมแล้วเสียทั้งเพื่อนเสียทั้งเงินยิ่งเจ็บกว่าอีกนะครับ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save