เสียเพื่อนว่าเจ็บแล้ว แต่เสียทั้งเพื่อนเสียทั้งเงินยิ่งเจ็บกว่า : เมื่อคนใกล้ตัวมายืมเงิน การทำสัญญาก็ดี แต่เราต้องบอกว่า ‘ไม่’ ให้เป็น

วันก่อนไปเห็นคลิปหนึ่งของ คุณดิว-วีรวัฒน์ วลัยเสถียร นักธุรกิจและนักลงทุนที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง (ลิงก์ในคอมเมนต์) ที่น่าสนใจมากๆ ที่พูดถึงเรื่องการให้เพื่อนสนิทยืมเงิน
เรื่องคร่าวๆ คือคุณดิวมีเพื่อนคนหนึ่ง สมมุติชื่อ A
คุณ A ไปรู้จักกับผู้ปกครองของเพื่อนลูกที่โรงเรียน ซึ่งก็สนิทสนมกัน ลูกๆ ของทั้งสองครอบครัวสนิทกันมาก มีมานอนค้างที่บ้าน ไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันถึงขั้นนั้น
มาวันหนึ่งผู้ปกครองท่านนั้นบอกหมุนเงินไม่ทัน เลยมาขอยืมเงินคุณ A ซึ่งตอนแรกก็ไม่เยอะหรอก มีสัญญาเขียนอะไรไว้ พร้อมเขียนเช็คให้เป็นหลักประกัน
หลังจากนั้นก็มีจ่ายมาบ้าง มียืมเพิ่มบ้าง หมุนไปหมุนมา 3 ปี
ยอดมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้รวมๆ 5 ล้านบาท ผู้ปกครองท่านนั้นหยุดจ่าย ค้างเลย ทวงยังไงก็แล้ว ก็ไม่ได้คืน สุดท้ายก็เลยต้องฟ้องร้องกัน
หลายคนอาจจะคิดว่าแล้วทำไมคุณ A ถึงให้ยืมไปแต่แรก ไม่ให้ยืมก็หมดเรื่อง คุณดิวอธิบายให้ฟังว่าเหตุการณ์แบบนี้บางทีพอเป็นเพื่อนสนิทกันมันก็พูดยากเวลาเขามาขอความช่วยเหลือ ภายนอกผู้ปกครองคนนั้นก็ดูโอเค ขับรถแพง ใส่แบรนด์เนมต่างๆ ธุรกิจอาจจะมีสะดุดนิดหน่อยก็เลยให้ยืมไป
==============
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนสมัยเพิ่งเริ่มทำงานแรกๆ รายได้ผมก็ไม่ได้เยอะอะไรมาก แต่โชคดีว่าที่บ้านก็มีธุรกิจของตัวเอง เงินที่ได้มาก็เลยพอใช้พอเก็บบ้าง ลงทุนอะไรว่ากันไป
วันหนึ่งเพื่อนสนิทคนหนึ่งก็โทรมา คือปกติเราก็คุยกันบ่อยอยู่แล้วแหละ เพียงแต่วันนั้นเขาดูแปลกๆ สักหน่อย น้ำเสียงดูเกร็งๆ ดูหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง หลังจากพูดทักทายกันนิดหน่อย เขาก็ถามว่า “เราจะขอยืมเงินสัก 50,000 บาท ได้ไหม?”
ผมนี่งงเลย เพราะที่ผ่านมาคือก็ไม่ได้มีทีท่าว่าเขาจะเงินขาดมือ เป็นหัวหน้าในองค์กรขนาดใหญ่ หน้าที่การงานก็ดีมั่นคง ผมก็เลยถามกลับไปว่า “เฮ้ย…เป็นอะไรวะ? เกิดอะไรขึ้น” เขาก็หัวเราะแห้งๆ กลับมา “อืมมมม…มันช็อตนิดหน่อยแหละ เดี๋ยวเดือนหน้าคืนให้”
มันเป็นจังหวะที่กระอักกระอ่วนใจมาก เงินตรงนั้นถามว่ามีให้ยืมไหมก็มีแหละ แต่เราก็เพิ่งเริ่มทำงาน เงินก็ไม่ได้มีเยอะ ใจหนึ่งก็อยากช่วยเพื่อน แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าถ้าช่วยแล้วถ้าไม่คืน คราวนี้ผมจะเสียเพื่อนดีๆ คนหนึ่งไปเลยนะ แต่ถ้าไม่ช่วยก็อาจจะเสียเพื่อนได้เหมือนกัน
==============
สถานการณ์แบบเพื่อนคุณดิวหรือของผมช่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากมีเพื่อนสนิทมาขอยืมเงิน หากคุณไม่ให้ยืมมันก็ทำลายความสัมพันธ์ได้ เพื่อนอาจจะไม่พอใจว่าแค่นี้ทำไมช่วยไม่ได้ หรือหากให้ยืมมันก็ทำลายความสัมพันธ์ได้เช่นเดียวกัน เพราะเพื่อนอาจจะไม่คืน (ปวดหัวแท้)
การให้ยืมเงินสร้างความแตกแยกในความสัมพันธ์มานักต่อนักแล้ว
คุณเบสต์-ลงทุนศาสตร์เขียนวิธีแก้เอาไว้ในหนังสือ ‘ยอดคนเงินเหลือ’ อยู่ 3 ข้อ

1. วัดใจ
วิธีนี้คือการตั้งตัวเลขไว้เลยว่านี่คือเงินที่คุณให้ได้มากที่สุดโดยที่ไม่เดือดร้อน คิดไว้ก่อนเลยว่ายังไงก็ไม่ได้คืน และเป็นเงินที่ “ถือเป็นค่าซื้อความสัมพันธ์” และอาจจะเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่จ่ายเสร็จแล้วแยกจากชีวิตหายกันไปเลย
ให้ยืมเสร็จก็รอดูผล ไม่คืนก็เลิกคบกันไป คล้ายกับการให้เงินไปเลยนั่นแหละครับ
เป็นเงินที่เอาให้ได้โดยที่เราสบายใจ ให้แค่นี้แหละพอแล้ว ถ้าได้คืนก็ดี ถ้าไม่ได้คืนก็ไม่เป็นไร เพราะเราไม่หวังได้คืนแต่แรกอยู่แล้ว

2. ทำสัญญา
อันนี้คุณเบสต์แนะนำว่าหากเป็นเงินก้อนที่มากกว่าแค่เงินที่ให้ไปเลยได้ ก็ต้องทำสัญญากันเลยเป็นลายลักษณ์อักษร ถูกต้องตามกฎหมาย ระบุดอกเบี้ย ลายเซ็นพยาน มีสำเนาบัตรประชาชนรับรอง ทำเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย
หนี้ก้อนใหญ่ ไม่ว่าสนิทแค่ไหน ทำสัญญาเสมอ เพราะเมื่อมีสัญญามาผูกมัด คนที่ยืมก็มีโอกาสจ่ายเงินคืนได้มากกว่า และอย่างน้อยก็เป็นลดความไม่สบายใจฝ่ายเราที่ให้ยืม มีวันเวลาแน่นอนที่จะได้เงิน แถมยังแสดงความบริสุทธิ์ใจของผู้ยืมด้วยฃฃฃ

3. กล้าปฏิเสธไปเลย
เราต้องเข้าใจก่อนว่าเงินที่จะให้ยืมคือเงินของเรา เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ให้ยืม อีกฝั่งก็เอาไปไม่ได้
หากเราวิเคราะห์แล้วว่าเงินมันก้อนใหญ่เกินไปให้ไม่ได้ ไม่งั้นตัวเองก็จะลำบาก ทำสัญญาก็ไม่ได้ช่วยทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นเพราะเห็นแล้วว่าคนเหล่านี้น่าจะไม่คืนแน่ๆ
“สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องรู้จักพูดคำว่า ‘ไม่’”
เราอาจจะอยู่ในวัฒนธรรมที่ขี้เกรงใจ ปฏิเสธคนไม่เป็น แต่ปัญหาเรื่องการยืมเงินจะไม่ลุกลามบานปลายเลยถ้าเราปฏิเสธตั้งแต่แรก
แต่ถ้าใครมายืมเงินแล้วเราไม่รู้จะตอบยังไง น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา เขียนคำแนะนำที่เราสามารถนำไปใช้ตอบคำถามที่เราลำบากใจจะตอบเอาไว้ในหนังสือ “โชคดีที่มึงได้อ่าน” ไว้แบบนี้
“ทำไมยังไม่มีแฟน.. อ๋อ ไม่สะดวกค่ะ
เมื่อไหร่จะแต่งงาน...ไม่สะดวกครับ
เมื่อไหร่จะมีลูก... ไม่สะดวกอะค่ะ
ใช้ได้แม้กระทั่งยืมตังค์เลยนะ
เวลามีคนมายืมตังค์ให้ตอบกลับไปได้เลยว่า "ไม่สะดวก" โอเคนะ
แรกๆอาจจะยังไม่คล่องปาก หมั่นซ้อมบ่อยๆเดี๋ยวจะเก่งขึ้นเองอย่าลืมล่ะ ใครถามอะไรแล้วลำบากใจให้ตอบออกไปว่า ‘ไม่สะดวก’”
==============
เพื่อนของคุณดิวเลือกวิธีที่ 2 ทำสัญญาเพราะความเชื่อใจและคิดว่าคงไม่บิดเบี้ยว แม้จะเขียนเช็คทิ้งไว้ให้ก็ไม่มีประโยชน์ “มันแค่กระดาษใบหนึ่งเท่านั้น” คุณดิวแนะนำว่าถ้าเลือกที่จะให้ยืมและทำสัญญาต้องมีอะไรมาค้ำเท่านั้น ที่ดิน รถยนต์ เครื่องประดับ ฯลฯ อะไรก็ได้ที่แปลงเป็นเงินได้จะดีกว่า
ส่วนในกรณีของผมตอนนั้นเลือกวิธีที่ 3 ปฏิเสธไปเลยสบายใจกว่า
เหตุผลเพราะรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่ชอบทวงเงินคนอื่น ไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องไปตามทวงตามถาม ไม่ชอบความรู้สึกว่าตัวเองจู้จี้ แต่ถ้าไม่ทวงก็รู้สึกเหมือนกำลังโดนคนอื่นเอาเปรียบ
ที่จริงไม่ใช่แค่กับเพื่อนสนิทคนนั้นที่มายืมเงิน แต่กับทุกคนเลยด้วยซ้ำที่มายืม ผมจะบอกปฏิเสธเหมือนๆ กัน (แค่ในกรณีของเพื่อนสนิทมันรู้สึกกระอักกระอ่วนมากกว่า)
คุณเบสต์บอกว่า
“ผมคิดว่าหากใครสักคนจะเลิกคบเรา เพราะว่าเราไม่ให้เขา ยืมเงินก็ปล่อยให้เขาเลิกคบไปเถอะ นั่นแปลว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขาสามารถตีมูลค่าเป็นเงินได้อย่างง่ายดาย
ท่องไว้เสมอว่าเสียเพื่อนไปยังดีกว่าเสียทั้งเพื่อนและเสียทั้งเงิน เพราะการเสียแบบหลังนั้นต้องเจ็บใจมากกว่าแน่ๆ ดังนั้นเลือกทำสิ่งที่ตัวเองสบายใจเสมอ จะให้เงินไปเลยก็ได้ จะให้ยืมเงิน ก็ได้ แต่เผื่อใจไว้ด้วยว่าถ้าโดนโกง ถ้าไม่ได้เงินคืนแล้วจะรู้สึกอย่างไร ถ้ารับมือได้ อยากจะให้เท่าไหร่ก็ให้เลย”
“สนิทกันแค่ไหนก็อย่าให้ยืมเงิน” คุณดิวสรุปตอนจบ “ยืมเงินปุ๊บพูดไม่ออกสักราย วันที่เขาไม่มีเงินนะ เขาจะพูดอะไรก็ได้” ต้องระวังไว้ให้ดี
ส่วนในกรณีของผมยังจำได้ดีเลย ผมวัดใจบอกเพื่อนคนนั้นไปว่า “ผมไม่อยากเสียเพื่อนเพราะเงิน 50,000 บาท ขอโทษนะเราให้ยืมไม่ได้จริงๆ วะ” หลังจากนั้นเราก็บอกลาแล้ววางสายไป
ถ้าเขาจะหายไปก็ตามนั้น ทำใจเลย
แต่เชื่อไหมมาจนถึงตอนนี้เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาโดยตลอด คุยกันบ่อยๆ และรู้สึกโชคดีมากที่วันนั้นไม่ตัดสินใจให้ยืม เพราะถ้าให้ยืม ถึงตรงนี้อาจจะไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วก็ได้
เพราะฉะนั้นก่อนคิดไว้เสมอครับว่าสนิทแค่ไหนก็อันตราย คิดให้ดีก่อนให้เพื่อนยืมเงิน เพราะถ้าไม่ให้ยืมแล้วเสียเพื่อนว่าเจ็บแล้ว แต่ถ้าให้ยืมแล้วเสียทั้งเพื่อนเสียทั้งเงินยิ่งเจ็บกว่าอีกนะครับ
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

