เจาะ 4 เคล็ดลับคัด “หุ้นปันผลคุณภาพ” ปันผลดีแบบยั่งยืน อยู่กันยาวๆ ไม่ถูกทิ้งไว้กลางทาง

เจาะ 4 เคล็ดลับคัด “หุ้นปันผลคุณภาพ” ปันผลดีแบบยั่งยืน อยู่กันยาวๆ ไม่ถูกทิ้งไว้กลางทาง

เงินปันผล ถือเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนหุ้นที่หลายคนชื่นชอบ

แต่ไม่ใช่หุ้นทุกตัวที่จะจ่ายเงินปันผลดี และสม่ำเสมอ

บางตัวจ่ายปันผลสูง แต่แค่บางปีเท่านั้น

บางตัวผลประกอบการดี แต่จ่ายเงินปันผลน้อย

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

???? โดยปกติแล้ว เมื่อกิจการมีกำไร และมีเงินสด กิจการจะเลือกจ่ายเงินปันผลหรือไม่ก็ได้ ซึ่งเงินปันผลถือว่าเป็นผลตอบแทนหนึ่งที่กิจการจะคืนให้กับนักลงทุน

อย่างไรก็ตาม บางบริษัทแม้มีผลประกอบดี แต่ไม่จ่ายเงินปันผล หรือจ่ายน้อย ก็อาจเป็นเพราะต้องการนำเงินไปขยายกิจการ

หากขยายกิจการได้ดี กำไรก็จะโตขึ้น และจะส่งผลต่อราคาหุ้นในที่สุด นักลงทุนที่ลงทุนในกิจการประเภทหลังนี้ก็จะได้รับผลตอบแทนในรูปกำไรจากส่วนต่างราคาแทนนั่นเอง

สำหรับบางบริษัทที่จ่ายเงินปันผลสูงแค่บางปี ก็อาจเป็นเพราะมีรายได้หรือมีกำไรพิเศษเข้ามาแค่ชั่วคราวเท่านั้น

แบบนี้จะไม่เข้าข่ายว่าเป็นหุ้นปันผลที่มีคุณภาพ

วันนี้จะพาทุกคนไปดู 4 ทริกเลือกหุ้นที่จ่ายปันผลสูงและสม่ำเสมอ หรือ “หุ้นปันผลคุณภาพ”

➡️ 1. เป็นหุ้นที่มีรายได้และกำไรที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ มีการเติบโต (growth) นิดๆ หรือ ความผันผวนของรายได้และกำไรน้อย

โดยควรเป็นธุรกิจที่มีรายได้ประจำ (recurring income) เป็นสัดส่วนที่มาก

เช่น ธุรกิจปล่อยเช่าที่มีสัญญาเช่าระยะยาว , ได้สัมปทานระยะยาว เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้า เป็นต้น

ซึ่งส่วนใหญ่หุ้นปันผล มักจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีความมั่นคง

และ เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้นๆ

➡️ 2. ดูประวัติจ่ายเงินปันผลที่ผ่านมาว่าเป็นยังไง มีการจ่ายเงินปันผลดี แบบสม่ำเสมอหรือไม่ เพราะหุ้นบางตัวจ่ายเงินปันผลดีแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น (ควรดูอย่างน้อย 3 ปี)

นอกจากนั้นยังต้องดูรายละเอียดจ่ายปันผลว่าจ่ายจากกำไรสะสมหรือกำไรสุทธิ ถ้าจ่ายจากกำไรสะสม แม้บริษัทจะขาดทุน แต่ถ้ายังมีกำไรสะสม ก็จะสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนได้

➡️ 3. ดูอัตราส่วนการเงินสำคัญ เพื่อดูว่ากิจการมีความเสี่ยงทางการเงินหรือไม่

หลักๆ คืออัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) ไม่ควรเกิน 2 เท่า และควรเข้าไปดูต่อว่าเป็นหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยหรือไม่ โดยดูได้จาก IBD/E ratio (Interest Bearing Debt to Equity Ratio = ภาระหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยของบริษัทเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น)

ดูสภาพคล่อง โดยดูได้จาก เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวก หรือติดลบไม่เกิน 3 ไตรมาสติดต่อกัน อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (Current Ratio) > 1 วงจรเงินสดสั้น

แต่ทั้งหมดนี้อย่าลืมดูธรรมชาติของธุรกิจนั้นๆด้วยว่า ปกติธรรมชาติของธุรกิจมีหนี้สินประมาณกี่เท่า เงินสดกิจกรรมดำเนินงานปกติเป็นยังไง และวงจรเงินสดประมาณกี่วัน

➡️ 4. ดูแนวโน้มผลประกอบการของหุ้นนั้นๆ ทั้งรายได้ กำไรโตได้อีกหรือไม่ เพราะอย่าลืมว่าผลประกอบการในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต กิจการจะจ่ายเงินปันผลดีหรือไม่ดี ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับผลประกอบการ

สุดท้ายก่อนซื้อควรเทียบกับราคาหุ้น เพื่อดูว่าถ้าเราซื้อในราคาตอนนี้ จะได้ผลตอบแทนเป็นที่พอใจไหม

โดยดูได้จาก Dividend Yield (หาได้จาก DPS/Price*100)

อีกหนึ่งแหล่งคัดหุ้นปันผลที่ดี คือ SETHD ที่เป็นดัชนีรวมหุ้นขนาดใหญ่ มีสภาพคล่อง จ่ายเงินปันผลสูง และจ่ายสูงมาต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี จำนวน 30 ตัว นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกคัดหุ้นที่เรานำไปคัดต่อได้

???? สุดท้าย อย่าลืมถามตัวเองว่า เราลงทุนหุ้นเพื่อคาดหวังอะไร ถ้าต้องการได้รับเงินปันผลสูง อาจต้องแลกมาด้วยการได้กำไรจากส่วนต่างราคาน้อย เพราะธรรมชาติของหุ้นปันผลส่วนใหญ่มักจะเป็นหุ้นที่ไม่ค่อยโต กิจการไม่ได้นำเงินสดไปลงทุนหรือขยายกิจการจึงจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนสูง

แน่นอนว่านี่คือส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่ทุกตัวที่เป็นแบบนี้ บางตัวอาจเป็นหุ้นที่ทั้งโตและจ่ายเงินปันผลดีก็ได้ ถ้าใครหาหุ้นที่ทั้งโตและจ่ายเงินปันผลดี ก็จะมีโอกาสได้กำไรจากส่วนต่างราคาและเงินปันผลด้วยนั่นเอง

เขียนและเรียบเรียงโดย : พัทธนันท์ เตชะเสน (CISA2, Investment Frappe)

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save