เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 ผมได้จัด Mini Meeting เล็กๆกับบรรดาน้องๆนักศึกษามหาวิทยาลัยจากสถาบันต่างๆ โดยทั้งหมดก็เป็นน้องๆที่ติดตามผมใน Fan Page ของผมนะครับ ซึ่งเป้าหมายที่ผมจัดงานครั้งนี้ก็เพื่ออยากรู้ว่า "เด็กสมัยนี้มีความคิดอย่างไรในเรื่องของการเงินและการพัฒนาตัวเอง" และ "ผมจะต่อยอดอย่างไรให้เรื่องของการเงินพัฒนาไปสู่คนในยุคต่อไป" ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้สนุกมากๆเลยครับ ทุกคนมีประเด็นสนทนาให้ผมได้แลกเปลี่ยนมากมาย

การจัดพบปะพูดคุยในครั้งนี้ไม่ใช่การที่ผมมาสอนการเงินน้องๆ แต่เป็นการพูดคุยถกประเด็นซึ่งเราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ผมเองก็ได้เรียนรู้วิธีคิดต่างๆที่มากมายจากน้องๆกลุ่มนี้เลยล่ะครับ ต้องยอมรับอย่างหนึ่งก่อนว่าน้องกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สนใจในเรื่องของการเงินอยู่แล้ว อาจจะล้ำหน้ามากกว่าน้องๆหลายๆคนที่ผมรู้จัก อย่างไรก็ตามผมว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะที่มีคนกลุ่มหนึ่งจะกลายเป็นคนที่เผยแพร่ความรู้เหล่านี้ไปยังเพื่อนๆของเขาในอนาคต เอาล่ะครับผมจะเล่าให้ฟังว่าผมได้อะไรจากกการพูดคุยบ้าง

1. ทุกคนมีความฝันของตัวเองและให้ความสำคัญในการพัฒนาตัวเองและสร้างความมั่งคั่ง

เชื่อผมไหมครับว่าตอนผมเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเนี่ย ผมเองวันๆยังแค่อ่านหนังสือ เดินห้าง ดูหนัง นั่งเม้าท์กับเพื่อนอยู่เลย แต่น้องๆที่ผมได้พบนั้นทุกคนเริ่มวางแผนกับชีวิตของตัวเองและได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองชอบจนสามารถทำมาเป็นธุรกิจเล็กๆของตัวเองได้ และทุกคนก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการวางแผนการเงินเพื่ออนาคตด้วย

ความฝันในเรื่องธุรกิจ

  • มีน้องที่เรียนในสายวิชาชีพอาหารได้ทำธุรกิจเล็กๆของตัวเองเป็นเครื่องดื่มแล้วก็กำลังทำแบรนด์ของตัวเองอยู่เพื่อนำไปขายสร้างเป็นธุรกิจของตัวเอง
  • มีน้องที่สนใจในด้านแฟชั่นได้ออกแบบกระเป๋า สั่งทำ แล้วก็โพสขายในอินสตาแกรม ซึ่งเป็นธุรกิจกับเพื่อน
  • มีน้องบางคนมีรายได้เพิ่มจากการการสอนพิเศษในวันหยุด
  • หลายๆคนมองว่าค่าใช้จ่ายในการพัฒนาตัวเองก็สำคัญไม่แพ้การลงทุนในทรัพย์สินเพราะสามารถนำไปต่อยอดการหาเงินได้เช่นกัน รวมถึงยังสามารถสร้าง Connection จากการพบปะคนอื่นๆที่สนใจในสิ่งเดียวกับพวกเขา

ความฝันในเรื่องการเงิน

  • สาเหตุที่อยากวางแผนการเงินเพราะเห็นคนรอบข้างแก่ขึ้นแล้วไม่มีคนดูแลก็เลยคิดว่าต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้
  • ทุกคนตั้งเป้าหมายการมีอิสรภาพทางการเงินในรูปแบบที่แตกต่างกัน บางคนมองว่าอนาคตจะอยู่อย่างสบาย บางคนจะอย่างง่ายๆ ซึ่งถ้าพูดเป็นเป้าหมายด้วยตัวเลขทางการเงินก็ถือว่าชัดเจนระดับหนึ่งว่าเขาจะต้องสร้างความมั่งคั่งไปยังจุดหมายที่ตัวเองวางไว้
  • หลายๆคนเริ่มหัดลงทุนแล้ว แต่ไม่ได้เป็นการลองผิดลองถูกอย่างสมัยผม เพราะสมัยนี้มีแหล่งเรียนรู้ที่เยอะขึ้นและสามารถติดตามพูดคุยกับพี่ๆที่ประสบความสำเร็จมาก่อนได้ง่ายขึ้น จึงได้วิธีคิดในการลงทุนที่ทำให้ตัวเองเสี่ยงน้อยลง

และที่สำคัญก็คือ สมัยนี้น้องๆมองว่า เก่งและรวยเท่านั้นไม่ได้นะครับควรจะสวยและหล่อด้วย คนเราจะ Perfect มากถ้าได้ครบองค์ประกอบทั้ง 3 อย่าง มิน่าล่ะธุรกิจความงามกับฟิตเนสถึงเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่วัยรุ่น ฮาๆ

2. ทุกคนให้ความสำคัญในเรื่องของการบริหารเงิน

ผมลองถามคำถามเล่นๆกับน้องทุกคนว่าเงินเดือนที่คุณพ่อคุณแม่ให้นั้นเป็นเท่าไร คำตอบที่ผมได้รับนั้นน่าแปลกใจไม่น้อยคือ พ่อแม่ทุกคนให้เงินเดือนมาใช้จ่ายอย่างเหมาะสมกับวัย ไม่เห็นคนไหนที่ได้เงินเดือนโดดเด่นมากๆกว่าคนอื่น และทุกคนก็มีลักษณะการบริหารเงินที่น่าสนใจ ผมขอยกตัวอย่างนะครับ

  • มีน้องที่คุณพ่อให้เงินเพียงพอกับการอยู่หอพัก วิธีง่ายๆที่จะเพิ่มเงินก็คือการชวนเพื่อนมาอยู่ร่วมกัน ซึ่งทำให้ประหยัดเงินมากขึ้นไปอีก 2-4 เท่าและสามารถนำเงินดังกล่าวไปใช้ในการลงทุนหรือการนำไปต่อยอดสิ่งที่ตัวเองอยากทำเพื่อให้ได้เงินมากขึ้น
  • การบริหารเงินนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องทำอะไรแล้วแลกเปลี่ยนเป็นเงินให้เป็นรายได้ แต่ใช้การแลกเปลี่ยนในเชิงมิตรภาพ เช่น การช่วยเหลือเพื่อน การติวงาน ติวสอบให้เพื่อน ก็ไม่ได้ถึงขนาดจะต้องเก็บเงินค่าจ้าง แต่แลกเปลี่ยนด้วยการเลี้ยงข้าว เลี้ยงขนมแทนก็พอแล้ว (แค่นี้ก็ได้ประหยัดเงินในบางมื้อแล้วล่ะ)
  • วิธีการประหยัดเงินง่ายๆของน้องที่อยู่หอพักก็คือ ท่องหนังสือให้มันดึกๆไปเลยจะได้ตื่นสายมากินตอนเที่ยง ประหยัดตังข้าวเช้าได้ ผมว่ามันก็เป็นวิธีคิดที่น่ารักดีนะครับ แต่พ่อแม่อาจจะไม่อยากให้ลูกอดข้าวเช้าเท่าไรหรอก
  • มีน้องคนหนึ่งเขียนรายรับรายจ่ายและดูว่าตัวเองใช้เงินไปกับอะไรมากก็จะลดค่าใช้จ่ายตรงนั้น แต่น้องอีกคนมองว่าเขาชอบใช้จ่ายวิธีการที่จะทำให้เขาอยู่ได้ดีขึ้นคือการหารายได้ จึงทำอาชีพเสริมแทนการประหยัด
  • ทุกคนมีการเก็บออม โดยการหักเงินออกมาก่อนและสร้างงบประมาณเพื่อใช้จ่ายให้เพียงพอในแต่ละเดือน (สมัยผมไม่เคยทำเลยอ่ะ ฮาๆ)

3. ความรักกับการเงินมันต้องมีเหตุผลสอดคล้องกัน

อันนี้เป็นคำถามเด็ดของผมเลยล่ะเพราะผมอยากรู้ว่าเด็กสมัยนี้มองเรื่องความรักอย่างไรและการเงินที่เป็นอยู่นั้นสามารถดำรงอยู่ในการคบหากันได้อย่างสอดคล้องกันแค่ไหน 

  • บางคนมีแฟนแล้วก็จะมองว่า รายได้ของตัวเองนั้นมีจำกัดแต่การคบหาแฟนก็สำคัญจึงต้องสร้างสมดุลในเรื่องการใช้จ่ายกับแฟน ไปไหนมาไหนก็แชร์กันดีกว่า และไม่จำเป็นจะต้องกินหรูก็ได้ ต้องสร้างงบประมาณที่จะใช้จ่ายเพื่อความรักอย่างเหมาะสม แต่ทุกอย่างมันเริ่มต้นจากการเริ่มคบหาแล้ว
  • ในส่วนของผู้ชายก็บอกว่า ถ้าต้องเลี้ยงข้าว เลี้ยงหนัง ซื้อของแบรนด์เนมให้