“ใช้ชีวิตให้เหมือนว่าเราจนที่สุด วันหนึ่งความรวยจะสะท้อนออกมาเอง” 5 แนวคิดสร้างความมั่งคั่งก่อนเกษียณเพื่อการสร้างแผนที่ชีวิตให้ดีขึ้น โดยคุณต๊ะ พิภู พุ่มแก้ว

“ใช้ชีวิตให้เหมือนว่าเราจนที่สุด วันหนึ่งความรวยจะสะท้อนออกมาเอง” 5 แนวคิดสร้างความมั่งคั่งก่อนเกษียณเพื่อการสร้างแผนที่ชีวิตให้ดีขึ้น โดยคุณต๊ะ พิภู พุ่มแก้ว

กว่าที่ชีวิตของ “คุณต๊ะ-พิภู พุ่มแก้ว” จะเป็นผู้ประกาศข่าวหนุ่มไฟแรง ลุคสมาร์ท สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้อย่างทุกวันนี้ หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า เขาและครอบครัวเคยประสบปัญหาทางการเงินมาก่อน วันนี้เรามาดูกันว่าคุณต๊ะใช้แนวคิดแบบไหน ถึงเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวได้ในวัย 38 ปี

คุณต๊ะเกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง อาศัยอยู่ที่แฟลตตำรวจ ต่อมาได้ทำธุรกิจ ซึ่งยกระดับฐานะขึ้นมาก แต่ชีวิตก็ไม่มีอะไรแน่นอน เพราะธุรกิจประสบความล้มเหลว จนต้องล้มละลาย คุณต๊ะเกือบจะไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย ครอบครัวต้องเอาทองไปจำนำ เพื่อนำเงินมาจ่ายค่าเทอม และต่อมาก็มีหนี้สินอีกหลายก้อน

คุณต๊ะจึงเริ่มเห็นความสำคัญของการวางแผนการเงิน โดยตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าจะเลี้ยงดูครอบครัวให้ได้ และมีเงินใช้ในยามเกษียณ เขาหยิบยกแนวคิดดีๆ มาแบ่งปัน เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากสร้างความมั่งคั่ง และเริ่มวางแผนการเงินตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ

1. ยิ่งเริ่มเร็ว ก็ยิ่งรวยเร็ว

ถ้าเราเริ่มวางแผนการเงินก่อน แปลว่าเรามีโอกาสลองผิดลองถูกมากกว่าคนอื่น หากพลาดแล้วยังสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ ต่างจากคนที่เริ่มวางแผนการเงินตอนที่อายุมาก นอกจากจะมีเวลาสะสมความมั่งคั่งน้อยกว่าแล้ว หากผิดพลาดก็แทบไม่เหลือเวลาเริ่มต้นใหม่ด้วยครับ

การเริ่มต้นใช้ชีวิตในแต่ละวันก็เช่นกัน มีคำกล่าวในชนชาติรัสเซียที่บอกว่า “ผู้ที่ตื่นเช้า คือผู้ที่รับพรจากพระเจ้า” ซึ่งคุณต๊ะมองว่าการที่เราตื่นเช้า แปลว่าเราจะมีเวลาทำสิ่งต่างๆ ใน 24 ชม.ได้มากกว่าคนอื่น และออกซิเจนในตอนเช้าก็จะทำให้สมอดปลอดโปร่ง คิดอะไรได้หลายอย่างอีกด้วย

2. ต้องมีบัญชีเงินฝาก และบัญชีลงทุน

เมื่อเริ่มต้นทำงาน หลายคนมีบัญชีเงินฝากเพื่อออมเงิน และเพื่อเป็นทุนสำรอง แต่อาจจะยังไม่มีบัญชีเพื่อการลงทุนให้เงินงอกเงย ซึ่งเราควรทำให้เงินที่มีอยู่นั้นเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะทุกวันนี้โลกหมุนเร็วมาก ถ้าเราอยู่แต่ในเซฟโซน ไม่กล้าที่จะเสี่ยงหรือลงทุนเลย นั่นเท่ากับว่า “เรากำลังเสี่ยงอยู่แล้ว”

มีช่วงหนึ่งที่คุณต๊ะยกตัวอย่างจากเหตุการณ์จริง สมัยที่เรียนวิชาการลงทุน ในมหาวิทยาลัยที่ประเทศอังกฤษ อาจารย์ผู้สอนเสนอเงินจำนวนหนึ่งให้กับนักศึกษา โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าเลือกรับเงินตอนนี้เลย คุณจะได้ 20 ปอนด์ แต่ถ้ารอรับในปีหน้า คุณจะได้ 40 ปอนด์ ซึ่งส่วนใหญ่เลือกรับเงินทันที นั่นอาจเพราะลืมคิดไปว่า “Money has a time value.” เงินมีมูลค่าตามกาลเวลา ซึ่งมันจะลดลงเรื่อยๆ

3. เมื่อเข้าสู่โลกการลงทุน จงศึกษาและกระจายความเสี่ยง

การลงทุนให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจ ดังนั้นคุณต๊ะมองว่าเราจึงควรกระหายการเรียนรู้อยู่เสมอ ซึ่งห้องเรียนที่ใหญ่สุด ไม่ใช่ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย แต่คือ “ห้องเรียนชีวิต” ที่เราจะได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง นอกจากนี้อย่าลืมกระจายความเสี่ยงในการลงทุน โดยพอร์ตการเงินของคุณต๊ะ แบ่งกระจายความเสี่ยงดังนี้

-ตราสารทุน 25%
-เงินสด 20%
-อสังหาฯ 20%
-กองทุนลดหย่อนภาษี 15%
-การลงทุนทางเลือกอื่น 10%
-หนี้ 10%

4. อย่าเพิ่งรีบแสดงออกว่ารวย ใช้ชีวิตให้เหมือนกับว่าเราจนที่สุด

คุณต๊ะกล่าวว่า “อย่าเพิ่งรีบแสดงออกว่าเรารวย พยายามใช้ชีวิตให้เหมือนกับว่าเราจนที่สุด แล้ววันหนึ่งความรวยจะสะท้อนออกมาเอง เมื่อนั้นเราจะรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง”

คนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล ซึ่งมีสิ่งล่อลวงให้เกิดความอยากได้อยากมี หลายคนหลงไปกับคำว่า “วัตถุนิยม” (Materialistic) ทำให้มองข้ามการออมเงิน แล้วไปให้ความสำคัญกับสิ่งของบางอย่างที่เราคิดว่ามีราคา คิดว่าทำให้ดูดีในสังคม

คุณต๊ะยกตัวอย่างถึงเพื่อนของเขา 2 คน คนแรกคือ นางสาวเอ ผู้ไม่ได้เกิดในครอบครัวร่ำรวย จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ทำงานหาเงินด้วยตัวเองมาราว 10 ปี ไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศเลย เพราะต้องการมุ่งมั่นสร้างเนื้อสร้างตัว ซึ่งเธอได้รู้จักกับตลาดหุ้นและเริ่มลงทุนเร็ว ทุกวันนี้เธอมีเงินออม 40 ล้านบาท พร้อมบ้าน 2 หลัง รถยนต์ 2 คัน และตั้งเป้าว่าจะเกษียณเร็วในอีก 6-7 ปีข้างหน้า ด้วยเงินออม 100 ล้านบาท

ขณะที่อีกคนหนึ่ง คือนายบี เกิดในครอบครัวมีฐานะ เป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียง แล้วใช้เงินเพื่อตัวเองมาตลอด แต่อยู่มาวันหนึ่งวงดนตรีของเขาก็ต้องล้มเลิก ไม่สามารถหารายได้เหมือนแต่ก่อน จนต้องหันมาทำงานบริษัทแทน จากรถยนต์หรูที่เคยขับ ก็ต้องกลายเป็นรถญี่ปุ่นเก่าๆ และต้องเอ่ยปากขอยืมเงินเพื่อน

แต่ทั้งนี้คุณต๊ะไม่ได้บอกว่าใครถูกหรือผิด เพราะเราสามารถเลือกชีวิตของตัวเองในช่วง 5-10 ปีข้างหน้าได้ ให้ลองถามตัวเองดูว่า ทุกวันนี้เราอายุเท่านี้ มีเงินในบัญชีแล้วเท่าไหร่? ใช้ชีวิตที่ผ่านมาคุ้มหรือยัง? บางทีมันก็ต้องบาลานซ์ไปด้วยกัน

5. อย่าปล่อยให้บัตรเครดิตเป็นภาระ

คนที่มีบัตรเครดิตย่อมรู้ดีว่า ดอกเบี้ยบัตรเครดิตนั้นมีอัตราสูงมาก และคิดเป็นรายวัน ซึ่งถ้าเรารูดใช้แล้วทยอยจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อยๆ ถือเป็นพฤติกรรมทางการเงินที่อันตรายมากๆ ครับ เพราะดอกเบี้ยจะพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นหนี้มหาศาลโดยไม่รู้ตัว

นอกจากแนวคิดเรื่องการสร้างความมั่งคั่งก่อนเกษียณแล้ว คุณต๊ะยังแชร์เทคนิคในการเก็บเงินไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

  • Double Zeroes

เป็นเทคนิคที่คุณต๊ะคิดเองครับ นั่นคือการ “ตัด 0 ออก 2 ตัว” โดยบอกว่า ในแต่ละเดือนเราหาเงินได้แค่ไหน ให้ตัด 0 ออกไป 2 ตัว นั่นคือจำนวนเงินที่สามารถใช้ได้ในแต่ละวัน
เช่น เราหาเงินได้เดือนละ 100,000 บาท
นั่นแปลว่าเราใช้เงินในแต่ละวันได้ไม่เกิน 1,000 บาท
ซึ่งถ้าวันนี้เราใช้แค่ 500 บาท
ก็สามารถทบไปใช้วันพรุ่งนี้ได้
หรือถ้าใช้เกิน ก็ต้องบาลานซ์ให้ภายในสัปดาห์นั้น
เฉลี่ยแล้วต้องใช้เงินไม่เกินวันละ 1,000 บาท
เมื่อขึ้นสัปดาห์ใหม่ ก็เริ่มนับใหม่ครับ
คุณต๊ะบอกว่า วิธีนี้จะทำให้เรามีเงินเหลือเก็บในแต่ละเดือนมากขึ้น เพราะกฎนี้จะทำให้เราใช้เงินแค่ 30% ของรายได้เท่านั้น

  • เก็บแบงก์ 50

เมื่อเราได้แบงก์ 50 มา ให้เก็บไว้ในซอง แล้วสอดไว้ในหนังสือที่อ่านเป็นประจำ คุณต๊ะบอกว่าเขาเคยเก็บเงินได้เกือบ 8,000 บาท ภายใน 1 ปี ดังนั้นอย่าเพิ่งคิดว่าเงินที่ได้จากวิธีนี้จะไม่มาก เพราะทาง aomMONEY เอง ก็เคยเก็บเฉพาะแบงก์ 50 อยู่ 1 ปี ก็ได้ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับหลักหมื่นบาท สำหรับทริปเที่ยวต่างประเทศเลยครับ นี่จึงเป็นทริกออมเงินแบบง่ายๆ และสนุกด้วย

  • จดทุกอย่างที่ซื้อในแต่ละวัน

นี่เป็นวิธีที่ดีมากๆ ซึ่งหลายคนทำอยู่แล้ว เวลาเราซื้ออะไรก็ให้เก็บบิลไว้ แล้วก่อนนอนก็นำออกมาจดบันทึกค่าใช้จ่าย เมื่อทำไปสักระยะหนึ่ง จะเกิดความรู้สึกเบื่อที่ต้องมาคอยจดบันทึก ทำให้ไม่อยากใช้เงินไปโดยปริยาย นอกจากนี้มันจะทำให้เราเรียนรู้จากสิ่งที่ใช้จ่ายในแต่ละวัน เช่น วันนี้เราซื้อของไร้สาระเยอะ วันนี้กินอาหารญี่ปุ่นที่ไม่อร่อยเลย ไม่รู้ว่ากินไปทำไม ฯลฯ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save