‘ลุกช้าจ่ายรอบวง’ ย้อนเหตุการณ์ GameStop ดันราคาลากเม่าไปเชือดที่ปลายดอย ด้วยกลยุทธ์ ‘Pump and Dump’

กลับมาเป็นข่าวฮือฮากันอีกครั้งกับหุ้น GameStop เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (14/05/2024) ราคาหุ้นพุ่งขึ้นไปเกือบ 100% หลังจากที่ ‘RoaringKitty’ หรือ คีธ กิลล์ (Keith Gill) ตัวตั้งตัวตีที่ทำให้เกิดกระแส “หุ้นมีม” ในปี 2021 ได้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งบนโลกออนไลน์หลังจากหยุดเคลื่อนไหวไปกว่า 3 ปี
แม้กิลล์จะไม่ได้ลงมือทำเพียงคนเดียว แต่เขาก็ได้รับเครดิตว่าเป็นหัวหอกที่สร้างกระแสในครั้งนั้นให้เกิดขึ้น
การกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง จึงทำให้เกิดกระแสข่าวลือมากมาย จนดันให้ราคาหุ้นของ GameStop กลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้งหลังจากร่วงมาเกือบ 90% จากจุดสูงสุดที่เคยทำได้ในปี 2021
ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2021 ข่าวหุ้น GameStop กลายเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในโลกของการลงทุน
เพราะมันถูกดันราคาจากเพียงแค่ประมาณ 1-2 เหรียญ/หุ้นในช่วงปลายปี 2020 พุ่งขึ้นไปสูงสุดที่ 86.88 เหรียญ/หุ้นช่วงปลายเดือนมกราคม 2021 หรือขึ้นมาราวๆ 3,000% ภายในเวลาแค่ 3 เดือนเท่านั้น (ราคาหลังแตกพาร์ปี 2022 แล้ว)
แต่หลังจากนั้นเพียงแค่ 2 สัปดาห์ หุ้นก็ร่วงลงมาเกือบ 90% จากจุดสูงสุด
เอาง่ายๆ ถ้าคุณซื้อหุ้น GameStop 1,000,000 บาท ในวันที่ 27 มกราคม 2021 ผ่านมาสองอาทิตย์ มูลค่าหุ้นนั้นจะหายไปเกือบ 900,000 บาทเลยทีเดียว
แม้ว่าด้วยมูลค่าของมันที่เล็กน้อยเพียง 0.06% ของตลาดหุ้นในอเมริกา (ตอนที่ราคาถูกดันขึ้นไปสูงๆ) แต่สิ่งที่คนสนใจคือเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง
นี่คือตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้อยู่ในโลกของเหตุผล เพราะตัวของบริษัท GameStop เองเป็นร้านขายวิดีโอเกมและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป แนวโน้มของอุตสาหกรรมเปลี่ยนไป คนเล่นเกมออนไลน์มากขึ้นหรือซื้อสินค้าจากเว็บใหญ่ๆ อย่าง Amazon หรือ Best Buy ทำให้บริษัท GameStop กำลังร่อแร่พอสมควร
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมช่วงก่อนเหตุการณ์นี้ กองทุนเลยเข้าไปทำการ ‘ชอร์ตเซล’ (short sell) หรือการยืมหุ้นของคนที่ถืออยู่มาขาย พูดง่ายๆ คือถ้าหุ้นร่วงกองทุนเหล่านี้ก็ทำกำไรได้มากมายนั่นเอง
แต่กลับกันถ้าเกิดว่าหุ้นขึ้น คนที่ชอร์ตเซลก็จะขาดทุน แต่ตอนนั้นมีแต่คนชอร์ตกันเยอะมาก ทำให้หุ้นมี Free Float ต่ำ (ปริมาณการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย หรือจำนวนหุ้นที่สามารถซื้อขายได้ในตลาดของหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง) ใครควบคุมหุ้นเหล่านี้ได้ก็สามารถควบคุมทิศทางได้
ในเว็บบอร์ด Reddit ห้อง WallStreetBets (คล้ายๆ พันทิปบ้านเรา) เริ่มมีการพูดคุยกันเรื่องนี้และรวมตัวกันเก็บหุ้น GameStop เข้าพอร์ตมากขึ้นเรื่อยๆ (กิลล์ก็อยู่ในนี้) ในขณะเดียวกันก็เริ่มมีสตอรี่เข้ามาว่าหุ้นจะพลิก มีโอกาสเติบโตอีกครั้ง ฯลฯ (สตอรี่ดีๆ ที่ทำให้รายย่อยตาลุกวาว) รายย่อยก็เริ่มให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ซื้อตามๆ กันมา
ทีนี้พอราคามันไต่ขึ้น พวกกองทุนที่ชอร์ตเซลอยู่ก็เริ่มขาดทุน และด้วยความที่เป็นกองทุน ถ้าขาดทุนก็ต้องตัดด้วยการปิดสถานะชอร์ต ซึ่งก็คือการซื้อหุ้นกลับคืนจากตลาด เกิดแรงหนุนให้ราคาขยับขึ้นไปอีก
ทีนี้แหละครับได้เรื่องเลย ราคาดีดพุ่งทะยาน เพราะคนที่ชอร์ตเอาไว้ต้องซื้อหุ้นคืนเพื่อปิดสถานะกันเรื่อยๆ กลายเป็นหุ้นในกระแสอันร้อนแรง คนที่ไม่เคยสนใจหุ้นตัวนี้ก็หันมาสนใจ ขอเข้ามาร่วมวงด้วย เห็นคนอื่นรวยเอาๆ มันอยู่เฉยไม่ได้
แต่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก หุ้นเด้งเอาๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ แต่พอไปแตะจุดสูงสุด คนเริ่มปล่อยของใช้เวลาเพียงสองสัปดาห์เท่านั้นที่ราคาร่วงกรูดลงมาแตะพื้นเกือบ 90%
ใครออกทัน คนที่รวยก็รวยไป ส่วนคนที่เข้าทีหลังก็จ่ายรอบวง ติดดอยกันไปตามระเบียบ
หลายคนกลายเป็นมหาเศรษฐี ส่วนอีกหลายคน...เงินที่เก็บมาทั้งชีวิตอย่างยากลำบากหายไปในพริบตา บางคนซ้ำร้ายกว่า ไปกู้เงินมาลงอันนี้เรียกว่าลำบากยกกำลังสอง
Pump and Dump
The New York Times เรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นกลยุทธ์ “Pump & Dump” (ดันแล้วทุบ) ที่นักลงทุนหรือกลุ่มของนักลงทุนดันราคาหุ้นขึ้นไป ด้วยการกระจายข่าวลือ ข้อมูลเท็จ ให้นักลงทุนรายย่อยที่ใสซื่อมารับซื้อในราคาที่ตัวเองต้องการ เมื่อได้กำไรแล้วก็ทยอยขายออกไปเรื่อยๆ เหลือแค่คนที่เข้ามาทีหลังนี่แหละที่ยังถือหุ้นเหล่านั้นเอาไว้
เรียกว่าเป็นหลุมพรางการปั่นราคา เอาเม่าไปเชือดที่ปลายดอยก็คงได้
แน่นอนมันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ยากที่จะพิสูจน์ถึง ‘เจตนารมณ์’ ของคนที่ปั่นหุ้นจริงๆ
แต่ก็มีบางกรณีที่เอาผิดได้อย่างตอนที่ คิม คาร์ดาเชียน (Kim Kardashian) ที่ถูกปรับเงินเกือบ 50 ล้านบาท เพื่อโปรโมตเหรียญคริปโต “EthereumMax” โดยไม่แจ้งว่าเป็นการโฆษณา และตัวเหรียญเองก็เป็นกรณีดันแล้วทุบเช่นเดียวกัน
มีคนมองว่ากรณี GameStop คือเป็นสงครามคนตัวเล็ก (หรือนักลงทุนรายย่อย) ที่รวมตัวกันสามารถเอาชนะกองทุนหรือเจ้าใหญ่ๆ ที่มีเงินเยอะมากมายได้ แต่ก็อย่าลืมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคนที่เจ็บไม่ใช่แค่เจ้าใหญ่ ยังมีนักลงทุนทั่วไปรายย่อยที่หลงเข้ามาเพราะเจอกระแสชักจูง ความโลภครอบงำ ให้สูญเสียเงินไปจำนวนมาก และเอาผิดใครก็ไม่ได้
มันอาจจะดูใจร้ายสักหน่อย แต่ต้องเข้าใจว่านี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด ในทุกตลาด (บ้านเราก็เห็นกรณี ‘Pump and Dump’ ลากเม่าไปเชือดกันอยู่ไม่น้อย) ตราบใดที่มีความโลภและความกลัวของมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก และแน่นอนไม่ใช่ครั้งสุดท้าย
สรุป
เบนจามิน เกรแฮม (Benjamin Graham) หนึ่งในนักลงทุนเน้นคุณค่าในตำนานเคยกล่าวเอาไว้ว่า
“ในระยะสั้นตลาดหุ้นคือเครื่องโหวตลงคะแนน แต่ในระยะยาวแล้วมันคือเครื่องชั่งน้ำหนัก”
หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าในระยะสั้นราคาหุ้นจะผันผวนขึ้นลงตามอารมณ์ความรู้สึกของตลาด ความโลภ/ความกลัว ราคาอาจจะสูงเว่อร์ พุ่ง 10 เด้งภายในเวลาไม่กี่เดือน หรือต่ำเตี้ยเรี่ยดิน โดยไม่มีปัจจัยพื้นฐานอะไรสนับสนุนเลย
เรียกว่าขึ้นลงตาม ‘สตอรี่’ และข่าวที่ถูกโหมโดยคนที่มีชื่อเสียง หรือ คนที่พยายามดันราคาหุ้นไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการ
การกลับมาพุ่งแรงอีกครั้งของหุ้น GameStop ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเกิดขึ้นแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย สตีฟ ซอสนิค (Steve Sosnick) หัวหน้านักยุทธศาสตร์ของ Interactive Brokers กล่าวกับ CNN ว่า
“ไม่มีนักลงทุนหุ้นพื้นฐานเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรอก ปัจจัยพื้นฐานไม่สมเหตุสมผลที่ราคา 9 ดอลลาร์ต่อหุ้น และที่ราคา 30 ดอลลาร์ต่อหุ้นก็ไม่สมเหตุสมผลเช่นกัน”
บทเรียนสำคัญจากเรื่องนี้คืออะไร? สำหรับนักลงทุนรายย่อยแล้วจำเอาไว้เสมอว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องวิ่งตามเข้าซื้อหุ้นร้อนในตลาดเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการเป็นนักลงทุน
ดูตัวอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) ที่เลือกจะไม่ลงทุนในหุ้นอย่าง Google หรือ Amazon เมื่อมีโอกาสในช่วงแรกที่ธุรกิจกำลังจะเริ่มต้น เพราะรู้สึกว่าธุรกิจของทั้งสองบริษัทไม่ได้อยู่ในขอบเขตความรู้ของเขา (Circle of Competence) และเขาจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ไม่ได้เลือกหรือเข้าใจธุรกิจเด็ดขาด
เพราะฉะนั้นเวลาเจอหุ้นไหนที่กำลังพุ่งแรงๆ วันหนึ่งขึ้นที 20%-30% จงระวัง ทางที่ดีอย่าไปยุ่งน่าจะดีกว่า เพราะตอนเข้ามีแต่คนชวน แต่ตอนออกดันไม่มีใครบอกใคร เหลือเราดอยอยู่คนเดียว อันนี้ลำบากเลย
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

