‘Pay Now, Buy Later’ ลูกค้าจ่ายก่อน ใช้บริการทีหลัง! เทรนด์กระตุ้นผู้บริโภคให้ใช้จ่ายของจีน กลยุทธ์สู้ศึกสงครามการค้า

สงครามการค้าไม่ว่าเกิดขึ้นที่ไหนก็สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก แต่ถ้าจะมีประเทศไหนที่ต้องใจสั่นที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นจีน คู่ปรับตลอดกาลของรัฐบาลทรัมป์
เพื่อประคองเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นแรงกระแทกจากสงครามการค้า จีนจึงเร่งกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ รัฐบาลเตรียมอุดหนุนสินเชื่อสำหรับผู้บริโภค ขณะที่ธนาคารก็ได้รับไฟเขียวให้เพิ่มวงเงินกู้สำหรับลูกค้าที่มีเครดิตดี ฝั่งผู้ประกอบการก็มีไอเดียให้ลูกค้าควักกระเป๋ามากขึ้นเช่นกัน!
ลูกค้าจ่ายก่อน ค่อยมาใช้บริการทีหลัง
ที่ประเทศจีน ถ้าคุณไปร้านตัดผมหรือร้านอาหารในจีน พนักงานอาจเชิญชวนให้เปิดบัตรสมาชิก แล้วแนะนำให้เติมเงินลงในบัตรเพื่อใช้จ่ายในครั้งหน้า ในหลายๆ ธุรกิจก็มีการปรับตัวแบบนี้ เช่น ร้านตัดผม เขาก็อาจจะเสนอโปรโมชันให้คุณจ่ายค่าตัดผมล่วงหน้า 10 ครั้ง ในราคาที่ถูกลง หรือเติมเงิน 1,000 หยวน (ประมาณ 5,000 บาท) ลงในบัตรเติมเงิน แล้วร้านจะมอบ “วงเงิน” เพิ่มให้อีกตามยอดที่เติม
ในขณะที่โลกตะวันตกส่งเสริมวัฒนธรรม “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการใช้จ่าย
จีนกำลังทำสิ่งที่ตรงกันข้ามด้วยการ “จ่ายก่อน แล้วค่อยซื้อ”
โมเดลแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลก แต่ในจีนนั้นกำลังแพร่หลายและได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ Economist รายงานไว้ว่าเมื่อปีที่ ในปี 2023 มีการออกบัตรเติมเงินกว่า 1.5 พันล้านใบ คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 740,000 ล้านหยวน และสำหรับกิจการบางกิจการ บัตรเติมเงินเหล่านี้คือรายได้ล่วงหน้า ที่เท่ากับการล็อกยอดขายในอนาคตไว้แล้ว ในบางธุรกิจ ยอดจากบัตรเติมเงินคิดเป็นมากกว่า 10% ของรายได้ทั้งหมด
พูดให้ง่ายขึ้น ก็คือ ในระบบนี้ ลูกค้ากลายเป็น “ผู้ให้กู้” ให้กับร้านค้า และมี “ดอกเบี้ย” เป็นสินค้าหรือบริการ
จ่ายไว้ก่อนเยอะ ก็ได้ส่วนลดเยอะ
หลายธุรกิจเสนอ “แต้มพิเศษ” ตามยอดเงินที่ลูกค้าได้เติมไว้ เช่น หากคุณเติม 10,000 หยวน ก็จะได้เครดิตเพิ่มอีก 2,000 หยวนไว้ใช้จ่ายในร้าน หากใช้หมดภายในหนึ่งปี แปลว่าคุณได้ผลตอบแทน 20% ต่อปี (แม้ไม่สามารถแลกออกมาเป็นเงินสดได้ แต่ก็เป็นส่วนลดที่มูลค่าตามจริง)
จ่ายก่อนใช้ทีหลัง จึงนับว่าเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์บนระบบสะสมแต้มของธุรกิจ จากที่แต่ก่อนร้านค้าต้องออกบัตรสะสมแต้มให้ลูกค้าค่อยๆ สะสมสิทธิ์ เช่น ซื้อกาแฟ 9 แก้ว แถมฟรี 1 แก้ว โมเดลนี้ก็เปลี่ยนใหม่คือ ลูกค้าจ่ายครบแล้ว 9 แก้ว และต้องมากินอีก 1 แก้วฟรีแน่ๆ
แม้บัตรเติมเงินในจีนจะคล้ายกับบัตรสมาชิกหรือบัตรสะสมแต้มที่พบในหลายประเทศ แต่ต่างกันตรงที่ บัตรของขวัญหรือบัตรสมาชิกในต่างประเทศมักมีวันหมดอายุ หรือถูกลืมใช้ ในขณะที่บัตรเติมเงินในจีน ส่วนใหญ่ไม่มีวันหมดอายุเลย
ความเสี่ยงของผู้จ่ายก่อน
ความเสี่ยงหลักของระบบนี้คือ ถ้าร้านค้าอาจเจ๊งก่อนที่บริการที่คุณได้จ่ายไว้ก่อนก็จะหายไปทันที และตอนนี้ เหตุการณ์ลักษณะนี้กำลังเกิดขึ้นบ่อยขึ้นมาก
แบบสำรวจในปี 2021 โดยหนังสือพิมพ์ China Youth Daily พบว่า กว่า 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยเข้าร่วมโปรแกรมแบบเติมเงิน และในจำนวนนี้ 45% เคยสูญเงินเพราะร้านปิดกิจการ บางส่วนเกิดจากร้านค้าที่ล้มละลาย แต่ก็เริ่มมี “เสียเงินจากอุบายของมิจฉาชีพ” ตั้งร้านหลอกขายบัตรเติมเงินเพื่อเชิดเงินหนีด้วย
เช่น ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน คนไทยจำนวนไม่น้อยเคยถูกดูดเข้าระบบแบบเดียวกัน กับฟิตเนสชื่อดังอย่าง California Wow
หลายคนยังจำได้
- ค่าสมาชิกหลักหมื่นถึงหลักแสน
- ผ่อนจ่ายผ่านบัตรเครดิตนานหลายเดือน
- พ่วงสัญญารายปีแบบบังคับใช้ยาว
- พนักงานขายกดดันให้ “ตัดสินใจเดี๋ยวนี้” เพื่อจะได้ของแถม
ตอนนั้น “การลงทุนในสุขภาพ” ดูคุ้มค่ามาก แต่สุดท้าย หลายสาขาปิดตัวลงโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ลูกค้าหลายพันคนกลายเป็น “เจ้าหนี้ที่ไร้สิทธิ” เพราะสัญญาเขียนไว้เข้าข้างบริษัท และเงินที่จ่ายไปล่วงหน้ากลายเป็นบทเรียนราคาแพง
ทางการจีนกับการรื้อฟื้นความเชื่อมั่น
ในเดือนมีนาคม ศาลสูงสุดของจีนออกแนวทางใหม่เกี่ยวกับการควบคุมธุรกรรมแบบเติมเงิน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม โดยศาลตีความว่าร้านค้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาระผูกพันกับลูกค้าได้ แม้จะเปลี่ยนชื่อหรือโครงสร้างบริษัท
นอกจากนี้ เจ้าของศูนย์การค้าก็ต้องร่วมรับผิดชอบ คัดกรองร้านค้าที่เช่าพื้นที่ หากร้านค้าเบี้ยวลูกค้า ศูนย์การค้าอาจถูกฟ้องร่วมด้วย บทบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์ Legal Daily (สื่อทางการ) ระบุว่า กฎหมายใหม่นี้จะ
“ทำให้ประชาชนกล้าจับจ่าย และช่วยเติมแรงขับเคลื่อนระยะยาวให้กับเศรษฐกิจ”
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

