บทเรียนเรื่องประกันและการจัดการความเสี่ยง จาก ‘โดราเอมอน’ ตอน ‘ประกันภัยไจแอนท์’

บทเรียนเรื่องประกันและการจัดการความเสี่ยง จาก ‘โดราเอมอน’ ตอน ‘ประกันภัยไจแอนท์’

“โดราเอม่อนนนนนนนนนนนน!!!!! ขอของวิเศษช่วยจัดการกับไจแอนท์ทีสิ เขาแย่งหนังสือการ์ตูนของฉันไปอีกแล้ว” เสียงโนบิตะร้องไห้ขอร้องโดราเอมอนแมวหุ่นยนต์สีฟ้าเป็นฉากที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

ผมเติบโตมากับโดราเอมอนและตอนนี้ก็มีโอกาสกลับมาดูอีกครั้งเพราะลูกสาวเริ่มเข้าสู่วัยที่ชอบดูการ์ตูนมากกว่าแค่ฟังผมอ่านนิทานแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจคือแต่ละตอนของโดราเอมอนนอกจากความสนุกสนานก็มักจะมีบทเรียนการใช้ชีวิตบางอย่างแฝงอยู่เสมอ

ตอนล่าสุดที่ผมดูกับลูกเมื่อไม่กี่วันก่อนชื่อตอนว่า ‘ประกันภัยไจแอนท์’ เป็นตอนที่น่าสนใจมากๆ เพราะมันมาพร้อมกับความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำประกันและการกระจายความเสี่ยงได้อย่างน่าสนใจมากๆเลยอยากจะมาแชร์ให้เพื่อนๆ ฟังกันครับ

ประกันภัยไจแอนท์

เรารู้ว่า ‘ไจแอนท์’ เป็นตัวละครจอมเกเรที่มักแกล้งโนบิตะ แย่งของเล่นบ้าง บังคับให้ไปเล่นเบสบอลบ้าง หรือบ่อยครั้งก็เจอไจแอนท์ซ้อมเป็นกระสอบทรายก็มี

วันหนึ่งหลังจากที่อุตส่าห์เก็บเงินค่าขนมวันละนิดวันละหน่อย โนบิตะก็สามารถเอาเงินตรงนั้นไปซื้อหนังสือการ์ตูนที่อยากอ่านได้หนึ่งเล่มและเขาก็ภูมิใจมาก

แต่แน่นอนระหว่างทางก็เจอไจแอนท์แย่งเอาไปดื้อๆ ซะอย่างนั้น

เข้าอีหรอบเดิม โนบิตะวิ่งร้องไห้กลับบ้านแล้ว ขอให้โดราเอมอนช่วย ซึ่งของวิเศษจากอนาคตคราวนี้มีชื่อเรียกว่า ‘ประกันสารพัดสิ่ง’

วิธีการทำงานของมันก็แค่บอกว่าอยากทำประกันเรื่องอะไรแล้วก็จ่ายเบี้ยประกันตามงวดที่ตกลงเอาไว้ หากมีอะไรเกิดขึ้นตามข้อตกลงในสัญญาก็สามารถเคลมประกันได้

โนบิตะเลยเลือกทำ ‘ประกันไจแอนท์’ โดยตกลงจ่ายเบี้ยวันละ 10 เยน หากโดนรังแก ทำร้ายร่างกายขึ้นมาก็จะได้เงินค่าชดเชยจากประกันไป

มันเป็นคอนเซปต์ประกันแบบง่ายๆ แต่บทเรียนมาหลังจากนี้ครับ

เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

หลังจากจ่ายเบี้ยประกันไปเรียบร้อย ชีวิตของโนบิตะก็ดำเนินต่อไป แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกมั่นใจขึ้นแล้วว่าตัวเองมีประกันแล้ว จึงไปขอหนังสือการ์ตูนที่ไจแอนท์แย่งไปคืนมา

สุดท้ายก็โดนอัดน่วม แต่โนบิตะก็เคลมประกันไจแอนท์แล้วได้เงินก้อนหนึ่งเพื่อไปซื้อหนังสือการ์ตูนเล่มใหม่

ที่จริงเรื่องมันควรจะจบแค่นี้ แต่โนบิตะกลับรู้สึกว่าอยากได้เงินเคลมประกันมากกว่านี้ จึงจ่ายค่าเบี้ยเพิ่ม จากวันละ 10 เยน เป็นวันละ 20 เยนแทน

ทีนี้ก็เหมือนกับทุกอย่างบนโลกนี้แหละครับ เราไม่มีทางคาดเดาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ปกติแล้วโนบิตะจะเจอไจแอนท์แกล้งทุกวัน แต่ช่วงนี้ไจแอนท์อารมณ์ดี ร่าเริง สอบได้คะแนนดีบ้าง บางวันก็ป่วยไม่สบายไม่มีแรงบ้าง

โนบิตะก็จ่ายเบี้ยประกันไปทุกวันๆ ซึ่งเงินตัวเองก็ร่อยหรอลงเรื่อยๆ

บทเรียนแรกตรงนี้คือ : การกระจายความเสี่ยง (ซื้อประกัน) เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล การที่โนบิตะซื้อประกันไจแอนท์เป็นการตัดสินใจที่ไม่เลวเลย เพราะชีวิตเขามีความเสี่ยงที่ต้องเจอทุกวัน แต่ต้องดูว่าการจ่ายเบี้ยประกันก็ต้องไม่มากจนเกินไป จนกระทบกับการเงินในชีวิตด้านอื่นๆ เพราะประกันไม่ใช่สิ่งที่ซื้อเพื่อหวังผลตอบแทน แต่ควรเป็นสิ่งที่เราซื้อไว้เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในชีวิตต่างหาก

ไม่ควรคิดถึงการทำประกันว่ามันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราร่ำรวยมากขึ้น แต่เพื่อลดความเสียหายในชีวิตให้รุนแรงน้อยลงมากกว่า

มีความจำเป็นแค่ไหน จ่ายไหวแค่ไหน กระจายความเสี่ยงให้มันพอดี

เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจริงๆ นะ

หลังจากที่ผิดหวัง ไจแอนท์ไม่ยอมรังแกซะที โนบิตะก็พยายามโกงครับ เอาของเล่นเก่าๆ ที่เคยถูกไจแอนท์ทำพังมาเคลมบ้าง พยายามบอกว่าของที่ตัวเองใช้อย่างถุงเท้าขาดเพราะวิ่งหนีไจแอนท์มาเคลมบ้าง ถึงกระทั่งไปเอาของคนอื่นที่ถูกไจแอนท์ทำพังมาเคลมว่าเป็นของตัวเอง

แน่นอนครับเคลมไม่ได้ เพราะมันไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขและเป็นการโกหกเพื่อพยายามเอาเปรียบบริษัทประกัน เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว

สุดท้ายทำยังไงก็ไม่โดนไจแอนท์ทุบซะที สุดท้ายเมื่อจ่ายไม่ไหว โนบิตะตัดสินใจยุติสัญญาประกัน

อาจจะพอเดาได้ครับ ไม่นานหลังจากนั้น ทุกอย่างก็วนเข้าลูปเดิม โนบิตะโดนอัดน่วมและก็ไม่สามารถเคลมประกันอะไรได้อีกเลย

บทเรียนที่สองคือ : เราไม่มีทางรู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ปุ๊บปั๊บป่วยขึ้นมา หรือเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมา ประกันก็เหมือนเป็นตาข่ายรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

จำไว้เสมอว่าเราซื้อประกันในวันที่เราจะใช้ไม่ได้ มันคือการวางแผนสำหรับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้

ดูอย่างโนบิตะ เก็บเงินแทบตายกว่าจะซื้อหนังสือการ์ตูนได้ แต่พอเจอแย่งไป ไม่ได้มีประกัน มันก็ศูนย์ไปได้เลยเช่นกัน

สรุป

แม้จะเป็นการ์ตูนตอนสั้นๆ บางครั้งก็ช่วยดึงสติได้เช่นเดียวกัน การบริหารความเสี่ยงในชีวิตคือเรื่องสำคัญ การซื้อประกัน (ไม่ว่าจะประกันชีวิต สุขภาพ อุบัติเหตุ ฯลฯ) ล้วนขึ้นอยู่กับปัจจัยในชีวิตของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน

มันไม่มีสูตรตายตัวนะว่ามีรายได้เท่านี้ ต้องซื้อประกันกี่เปอร์เซ็นต์ สิ่งสำคัญคือเราต้องดูว่าเรามีความรับผิดชอบมากแค่ไหน คนที่อยู่ข้างหลังเราจะมีปัญหาอะไรบ้างหากเราจากไปหรือเจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล แล้วหลังจากนั้นก็มาดูว่าเราจ่ายไหวแค่ไหนให้มันครอบคลุมความเสี่ยง (ทุนประกันที่เหมาะสม)

ประกันไม่ได้มีไว้เพื่อให้เราใช้ชีวิตยังไงก็ได้ แต่มีไว้ ‘เผื่อ’ วันที่เราเจอไจแอนท์ในชีวิต เจอสิ่งที่ไม่คาดฝันแล้วยังพอมีเงินมาช่วยเหลือไม่ให้ความเสียหายมันมากเกินไป กลับมาเริ่มใหม่ ซื้อหนังสือการ์ตูนเล่มใหม่ได้ โดยไม่ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save