Retired ต้องไม่ใช่ “re = อีกครั้ง” – “tired = เหนื่อย” รวมสิทธิประโยชน์ “เกษียณสบาย” ที่หลายคนมักมองข้าม

Retired ต้องไม่ใช่ “re = อีกครั้ง” – “tired = เหนื่อย” รวมสิทธิประโยชน์ “เกษียณสบาย” ที่หลายคนมักมองข้าม

คำว่าเกษียณภาษาอังกฤษ (retired) เราสามารถแยกเป็น “re” = again หรือแปลว่า “อีกครั้ง” กับ “tired” แปลว่า “เหนื่อย” “retired” จึงแปลได้ว่า “เหนื่อยอีกครั้ง” ซึ่งเป็นการเตือนเรากลายๆ ว่า “อย่าประมาทว่า ชีวิตวัยเกษียณจะเป็นชีวิตสำหรับพักผ่อน จริงๆแล้ว ชีวิตวัยเกษียณอาจเป็นช่วงชีวิตที่เราหนักหนาสาหัสสำหรับเรามากกว่าช่วยวัยทำงานก็เป็นได้”

???? หลายปีก่อน บริษัท Ernst & Young ได้ทำการสำรวจวิจัยเรื่องวัยเกษียณในงาน “Ernst & Young Retirement Survey” โดยทำการสำรวจความเห็นของผู้เกษียณอายุ พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า

???? 49% กล่าวว่า อยากศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการเพื่อวัยเกษียณให้มากกว่านี้

????46% อยากทำงบประมาณที่ดีกว่านี้เพื่อความถูกต้องของจำนวนเงินที่ต้องการเงินในยามเกษียณ

????46% กล่าวว่า อยากเริ่มวางแผนให้เร็วกว่านี้

????31% ต้องการขอคำปรึกษาจากที่ปรึกษาทางการเงิน!

ผลวิจัยดังกล่าวบอกถึงปัญหาทางการเงินของคนเกษียณอายุไทย แม้จะเก่าไปซักหน่อย แต่ก็พบว่าไม่ได้แตกต่างจากปัจจุบันเท่าไหร่นัก เพราะจากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย ปี 2564 ของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย พบว่าผู้สูงอายุไทยเพียงครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 54.3) เท่านั้น ที่มี “เงินออม” (ในที่นี้ หมายถึง การสะสมเงิน ทรัพย์สิน และการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ที่ไม่รวมบ้านที่ดินและยานพาหนะ) ในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีเงินออมนี้ ร้อยละ 41.4 มีเงินออมต่ำกว่า 50,000 บาท และมีเพียงร้อยละ 11.9 หรือประมาณ 1 ใน 10 คนเท่านั้นที่มีเงินออม ตั้งแต่ 400,000 บาทขึ้นไป

งานวิจัยเรื่อง “การจัดการทรัพย์สินทางเลือกสำหรับผู้สูงอายุไทย” ปี 2563 พบว่า ผู้สูงอายุร้อยละ 54.35 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนน้อยกว่า 5,000 บาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มากจากการทำอาชีพอิสระ คือ การเกษตร และรองลงมาคือมีรายได้จากบุตรหลานหรือญาติพี่น้อง ทั้งนี้ ผู้สูงอายุมากกว่าครึ่ง หรือร้อยละ 51.37 ยังมีรายจ่ายเพื่อดูแลบุตรหลานหรือญาติ ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุกว่าร้อยละ 52.88 ที่ยังคงมีภาระต้องจ่ายคืนหนี้สิน

การแก้ปัญหาทางการเงินเพื่อวัยเกษียณที่ดีจึงต้องมีการเตรียมพร้อมแต่เนิ่นๆ และจริงจังในช่วงวัยทำงาน แต่สำหรับคนที่เกษียณในวันนี้แล้ว การบอกให้เตรียมเงินให้มากพอก่อนเกษียณจึงเป็นเรื่องที่สายเกินการ ทำนองเดียวกันกับการที่เราไปแนะนำคนที่กำลังนอนใน ICU ว่าต้องออกกำลังกายเยอะๆ กินอาหารดีๆ

แต่เมื่อการออมเงินเพื่อเกษียณช้าเกินการ แต่การบริหารเงินในวัยเกษียณกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรเอาใจใส่ และจริงจัง สิ่งหนึ่งที่มีประโยชน์มากๆ ช่วยคนเกษียณประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก คือ สิทธิประโยชน์สำหรับคนสูงอายุต่างๆ แต่คนเกษียณหลายคนกลับไม่สนใจปล่อยให้สิทธิประโยชน์ที่ตนเองควรจะได้ หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง ทำนองคล้ายๆ กับ ทิ้งเงินเรี่ยราดอย่างไรอย่างนั้น สาเหตุอาจจะมาจากความไม่รู้ หรือรู้สึกเสียศักดิ์ศรี อันนี้ไม่มีรายงานวิจัยใดวิจัยไว้

แต่หากการที่เราสละสิทธิประโยชน์เพราะรู้สึกเสียศักดิ์ศรี จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะสิทธิประโยชน์ต่างๆล้วนมาจากเงินภาษีที่เราจ่าย เท่ากับเราออมเงินเพื่อสำหรับตัวเราไว้ใช้ยามเกษียณนั่นเอง ถ้าเราไม่ใช้สิทธิ ก็เท่ากับเราทิ้งเงินออมของเรา

???? แต่หากเราไม่ใช้สิทธิ เพราะความไม่รู้ งั้นเรามาดูกันนะว่าสิทธิประโยชน์ที่เราจะได้ในวัยเกษียณมีอะไรบ้าง

✅ สิทธิประโยชน์ด้านภาษี

➡️ ยกเว้นภาษีเงินได้ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักร เฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่มีระยะเวลาในการฝากตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป แต่เมื่อรวมกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภทรวมกันแล้วต้องมีจำนวนทั้งสิ้นไม่เกินสามหมื่นบาทตลอดปีภาษีนั้น และผู้มีเงินได้ ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากเมื่อมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์

➡️ ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการได้รับ ผู้สูงอายุที่ได้รับเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากได้ออกราชการเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือลาออกเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

➡️ ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินบำเหน็จดำรงชีพที่ผู้สูงอายุได้รับตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

➡️ ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ลูกจ้างได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ลูกจ้างที่เป็นผู้สูงอายุและได้รับเงินหรือผลประโยชน์จากกองทุนดังกล่าวอันเนื่องมาจากการเกษียณอายุ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ และต้องเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี

➡️ ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ได้รับจากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ผู้สูงอายุที่ถือหน่วยลงทุนที่ได้รับเงินจากกองทุนดังกล่าว จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ และถือหน่วยลงทุนมาไม่น้อยกว่า 5 ปี

➡️ ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ จะได้รับยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้พึงประเมินทุกประเภทเป็นจำนวนไม่เกิน 190,000 บาท ในปีภาษีนั้น (แยกต่างหากจาก 150,000 บาทแรกที่ไม่ต้องเสียภาษี) โดยสามารถไปเลือกหักหมวดไหนก็ได้ เท่ากับว่าผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป เงินได้สุทธิที่นำไปคำนวณภาษี 340,000 บาทแรก (มาจาก 190,000 + 150,000 = 340,000 บาท) ไม่ต้องเสียภาษี กรณีนี้ผู้สูงอายุจะต้องแสดงการใช้สิทธิยกเว้นภาษีในแบบ ภ.ง.ด.91 หรือแสดงการใช้สิทธิในใบแนบแบบ ภ.ง.ด.90 ให้ชัดแจ้ง

✅ สิทธิประโยชน์ด้านสวัสดิการต่างๆ

ผู้สูงอายุได้รับสิทธิต่างๆ มากมาย ตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ไม่ว่า จะเป็นการบริการทางการแพทย์ การศึกษา การศาสนา การประกอบอาชีพหรือฝึกอาชีพที่เหมาะสม การอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะหรือการบริการสาธารณะอื่น การช่วยเหลือด้านค่าโดยสารยานพาหนะ การยกเว้นค่าเข้าชมสถานที่ของรัฐ การให้คำแนะนำ ปรึกษา ดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องในทางคดี หรือในทางการแก้ไขปัญหาครอบครัว การจัดที่พักอาศัย อาหารและเครื่องนุ่งห่ม การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือน หรือการสงเคราะห์ในการจัดการศพตามประเพณี เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น

➡️ เบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุจะได้เบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันไดสำหรับผู้สูงอายุ มีดังนี้

∞︎︎ ผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60-69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 600 บาท / คน / เดือน

∞︎︎ ผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 70-79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 700 บาท / คน / เดือน

∞︎︎ ผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 80-89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 800 บาท / คน / เดือน

∞︎︎ ผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 1,000 บาท / คน / เดือน

อนึ่ง ปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินการจ่ายเงินสงเคราะห์ เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติโดยใช้งบประมาณของตนเอง หรือการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรการบริหารส่วนจังหวัดตามแต่ฐานะของแต่ละแห่ง โดยมีการจ่ายตามอัตราที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด คือ คนละ 300 บาทต่อเดือน แต่ไม่เกิน 600 บาท ตามแต่ฐานะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง ซึ่งปัจจุบันมีหลายแห่งที่จ่ายในอัตรา 500 บาทต่อเดือน

➡️ กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนเพื่อเป็นทุนใช้จ่ายเกี่ยวกับการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนผู้สูงอายุ (ผู้สูงอายุ คือ บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีสัญชาติไทย) การให้ความช่วยเหลือมีหลายอย่าง เช่น

✅ การให้ทุนประกอบอาชีพ ประเภทกู้ยืมรายบุคคล และรายกลุ่มสำหรับผู้สูงอายุ

- ให้กู้ยืมรายบุคคลได้คนละไม่เกิน 30,000 บาท

- ให้กู้ยืมเป็นรายกลุ่มๆ ละไม่น้อยกว่า 5 คน ได้กลุ่มละไม่เกิน 100,000 บาท

** การกู้ยืมรายบุคคลและรายกลุ่มต้องชำระคืนเป็นรายงวด ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี โดยไม่มีดอกเบี้ย **

➡️ การสร้างหรือปรับปรุงที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนรายละไม่เกิน 10,000 บาท

➡️ การช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาเดือดร้อนเรื่องอาหาร/เครื่องนุ่งห่ม รายละไม่เกิน 2,000 บาท และจะมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือไม่เกิน 3 ครั้งต่อคนต่อปี

✅ สิทธิรักษาพยาบาลไม่เสียค่าใช้จ่าย

มีช่องทางเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว ในสถานพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน สถานพยาบาลของ กทม.

✅ สิทธิได้รับการช่วยเหลือด้านค่าโดยสารยานพาหนะตามความเหมาะสม

ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือด้านค่าโดยสารยานพาหนะที่ให้บริการสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าลด 50% รถเมล์ ขสมก. ลด 50% (รถแอร์ไม่รวมค่าธรรมเนียม) รถ บขส. ลด 50% เป็นต้น (หมายเหตุ อัตราส่วนลดอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบผู้ให้บริการก่อนใช้บริการ)

✅ สิทธิได้รับการยกเว้นค่าเข้าชมสถานที่ของรัฐ

ปัจจุบันมีหน่วยงานของรัฐที่มีสถานที่ยกเว้นค่าเข้าชมสถานที่สำหรับผู้สูงอายุ ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 จำนวน 12 หน่วยงาน รวม 256 แห่ง อาทิ การยกเว้นค่าบริการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติทุกแห่ง การยกเว้นค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จำนวน 40 แห่ง สำนักหอสมุดแห่งชาติ 1 แห่ง สถาบันวัฒนธรรมศึกษา 5 แห่ง องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ 2 แห่ง สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล 1 แห่ง เป็นต้น

จะเห็นนะครับ แม้ว่าหลายคนอาจจะพลาดไม่ได้เตรียมพร้อมอย่างเพียงพอสำหรับชีวิตช่วงเกษียI แต่ชีวิตเราก็ใช่ว่าจะเดือดร้อนเสียทีเดียว การศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เรามี อย่างน้อยก็ช่วยผ่อนหนักเป็นเบา ให้เราบริหารเงินออมเราไปใช้ในสิ่งจำเป็นอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตเรามากกว่า

???? สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) โทรศัพท์ 02-255-5850-9 ต่อ 111, 156, 287, 28 เว็บไซต์ www.olderfund.opp.go.th

เขียนโดย: สาธิต บวรสันติสุทธิ์, นักวางแผนการเงิน CFP

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save