‘Buy Now, Pay Later’ เหมือน “เล่นกับไฟ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินแนะนำ ‘ถ้าคุณควบคุมตัวเองไม่ได้ ให้อยู่ห่างเข้าไว้’

เมื่อเช้าเพิ่งอัดรายการ ‘หาเงินได้ ใช้เงินเป็น’ พูดถึงเรื่องประเด็น การซื้อของออนไลน์ด้วยระบบ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (BNPL: Buy Now, Pay Later) ที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
ระหว่างที่หาข้อมูลเพื่อจะพูดคุยเรื่องนี้ บังเอิญไปเจอบทความหนึ่งของ CNBC ที่ผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงินเปรียบ BNPL เหมือนกับการเล่นกับไฟหากควบคุมไม่อยู่ รู้สึกว่าเปรียบเทียบได้ดีมากๆ
เพราะในตอนแรกมันอาจจะให้ความอบอุ่นและสว่างจินตนาการ แต่ถ้าขาดการควบคุมที่ดี มันก็อาจลุกลามจนลามลงกระเป๋าคุณได้อย่างรวดเร็ว
💸 ในยุคที่ทุกอย่างเน้นความรวดเร็วและสะดวกสบาย BNPL กลายเป็นทางเลือกที่ดึงดูดใจ เพราะช่วยให้เราได้ของทันที แบ่งจ่ายเป็นงวดๆ โดยไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่หรือเสียดอกเบี้ยทันทีขณะซื้อ
แต่หากขุดลึกลงไป จะเห็นว่าด้านหลังระบบเครื่องมือทางการเงินอันนี้ซ่อนกับดักทางจิตวิทยาที่หลายคนอาจไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเล่นกับไฟ – ใช้จ่ายเกินตัวโดยไม่รู้ตัว
🧠 จิตวิทยาและเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมเบื้องหลัง BNPL
1) จุดแข็งของ BNPL อยู่ที่มันลดความเจ็บปวดจากการจ่ายเงินให้หายไป (pain of paying) คล้ายกับงานวิจัยของ MIT ที่พบว่าการใช้บัตรเครดิตช่วยลดความรู้สึกเจ็บใจเมื่อจ่ายเงินได้
2) BNPL ทำให้เราจับสินค้าไว้ในมือได้ทันที โดยไม่รู้สึกว่าต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนก้อนครั้งเดียว การซื้อแบบนี้จึงเข้ากับพฤติกรรม “present bias” ของมนุษย์ – เราจะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ตอนนี้ (เช่น ได้ของที่อยากได้ทันที) มากกว่าผลในอนาคต (เช่น ยอดเงินที่จะต้องผ่อนทีหลัง)
3) นอกจากนี้ BNPL ยังเปลี่ยนประสบการณ์ชอปปิงไปหลายอย่าง: มันทำให้ราคาดูเหมือนถูกลง เพราะเราเห็นเป็นยอดเล็กๆ หลายงวด ซึ่งเรามักจะคิดว่าจ่ายไหว ทำให้เกิดการซื้อแบบปัจจุบันทันด่วน (impulse buying) ได้ง่ายและหลอกจิตใจให้คิดว่า “จ่ายไม่เป็นไร ค่อยๆ ผ่อนทีหลัง”
4) โฆษณา BNPL มักใช้คำว่า “ไร้ดอกเบี้ย” หรือ “แบ่งจ่าย 0%” เพื่อหลอกตาให้ดูเหมือนเป็นข้อเสนอที่ดี แต่แท้จริงแล้วก็ยังเป็นหนี้ที่ต้องจ่ายคืนอยู่ดี ตัวเลือก BNPL มักฝังอยู่ในขั้นตอนชำระเงินของร้านค้าออนไลน์ เพียงคลิกเดียวก็เสร็จ แทบไม่มีแรงต้านเท่าการจ่ายด้วยบัตรเครดิตแบบเดิมๆ – นี่คือ “กลไกไร้แรงเสียดทาน” ที่ช่วยดึงให้เราตัดสินใจซื้อโดยไม่คิดมาก
💳 BNPL กับบัตรเครดิตและการกู้ยืม
หากเทียบกับเครื่องมือทางการเงินอื่น BNPL มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไปเล็กน้อย
ด้านหนึ่งต้องบอกว่า BNPL ไม่มีพิธีรีตองอนุมัติสินเชื่อเหมือนการกู้ยืมทั่วไป ยื่นเอกสารน้อย ยอมรับผู้ใช้ใหม่ง่ายกว่า และบางบริการก็ไม่ได้ตรวจเครดิตสกอร์เหมือนธนาคาร จึงเปิดช่องให้คนที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือเครดิตจำกัดเข้าใช้ได้
อย่างไรก็ดี BNPL ก็อันตรายตรงที่มีการอนุมัติเป็นรายสถาบันแยกกัน ถ้าเราใช้ BNPL หลายเจ้า ผลรวมหนี้อาจสูงเกินกว่าที่เราคิดไว้ โดยไม่เห็นภาพรวมทั้งหมด สถานการณ์นี้ถูกเรียกว่า “หนี้ผี” เพราะมันไม่ปรากฏในรายงานเครดิตปกติ — นำไปสู่ความเสี่ยงที่เราอาจขอกู้หรือใช้จ่ายเกินกำลัง โดยไม่รู้ตัวจนสายเกินแก้
😧 ความรู้สึกของผู้ใช้ BNPL และกับดักการใช้จ่าย
หนึ่งในกับดักสำคัญของ BNPL คือความรู้สึกว่า “เราไม่ได้เป็นหนี้” จริงแม้ว่าจะแบ่งจ่าย แต่การแบ่งจ่ายหลายครั้งยอดละน้อยๆ ทำให้ผู้ใช้มองไม่เหมือนเป็นหนี้ก้อนใหญ่ เมื่อใจโฟกัสแค่ยอดผ่อนเล็กๆ ทีละงวด ก็ง่ายที่จะใช้จ่ายเกินตัวไปโดยไม่รู้ตัว
เว็บไซต์การเงิน Kudos บอกว่า 1 ใน 3 ของผู้ใช้ BNPL ยอมรับว่าตัวเองเคยใช้จ่ายเกินงบไปแล้ว นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่หลายคนยังมีความกังวลในการใช้บัตรเครดิต จึงหันมาใช้ BNPL ที่รู้สึกเข้าถึงง่ายกว่า ธุรกิจจึงออกแบบระบบให้ง่ายที่สุด ทั้งการแสดงวิธีผ่อนที่ชัดเจนและแจ้งเตือนทันใจผ่านแอปพลิเคชัน สิ่งเหล่านี้ให้ความรู้สึกว่าตนได้ของมาฟรีๆ ก่อนจ่าย แต่ท้ายที่สุด ก็ยังเป็นหนี้ที่ต้องผ่อนในภายหลัง
🛒 ข้อดีและข้อเสียของ BNPL
แน่นอนว่า BNPL มีทั้งด้านดีและข้อควรระวัง
* **ข้อดี**
ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อของจำเป็นหรือของราคาสูงได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ครั้งเดียว การผ่อนชำระแบบไร้ดอกเบี้ย (เมื่อจ่ายตรงเวลา) การได้ส่วนลดเพิ่ม ก็ช่วยให้รู้สึกคุ้มค่ายิ่งขึ้น อีกทั้งตัวบริการใช้งานสะดวก เหมาะกับคนที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือยังมีเครดิตจำกัด
* **ข้อเสีย**
ด้วยความสะดวก BNPL เป็นดาบสองคมที่อาจกระตุ้นให้เราใช้จ่ายเกินงบได้ง่าย หากพลาดชำระจะโดนค่าปรับหรือเบี้ยปรับที่สูง นอกจากนี้ หากขาดวินัยในการชำระหรืออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มสูงในอนาคต ก็เสี่ยงที่จะผูกมัดชีวิตกับหนี้ทบต้นทบดอกเหมือนกับการกู้ยืมชนิดอื่นเช่นกัน
🎯 ข้อแนะนำการใช้ BNPL
เราสามารถบริหารการใช้ BNPL ให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์ได้ ถ้ามีการวางแผนและวินัยทางการเงิน เช่น
* **วางแผนงบประมาณล่วงหน้า**
คิดไว้ก่อนว่ารายได้และค่าใช้จ่ายหลักมีเท่าไร จากนั้นดูว่ามีเงินเหลือพอสำหรับชำระค่างวด BNPL หรือไม่
ถ้าไม่เพียงพอ ควรหลีกเลี่ยงการผ่อนสินค้านั้น เพราะถ้าพลาดจ่ายจะถูกค่าปรับทันที
* **รู้ยอดผ่อนและเงื่อนไขให้ชัดเจน**
ก่อนตกลงใช้ BNPL ต้องอ่านเงื่อนไขทั้งหมด ว่าต้องจ่ายยอดเท่าไร จ่ายเมื่อไหร่ และค่าปรับเป็นอย่างไร และควรตั้งเตือนวันครบกำหนดจ่าย เช่น ใช้แจ้งเตือนในมือถือ เพื่อป้องกันการพลาดชำระ
* **ใช้บัญชี BNPL เฉพาะเจ้าที่เดียว**
เปิดบัญชีหรือแอป BNPL เพียงเจ้าเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการหนี้รวม และป้องกันไม่ให้เผลอรับสินเชื่อหลายแห่งจนตามไม่ทัน
* **ถามตัวเองก่อนซื้อ**
ถามว่าของที่ซื้อจำเป็นจริงหรือไม่ ถ้าไม่มีเงินสดพร้อมจะจ่าย คุณยังควรซื้ออยู่หรือเปล่า
ถ้าคำตอบคือ “ไม่” ก็ควรชะลอไว้ เพราะบางทีสติและเวลาจะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าสิ่งนั้นคุ้มค่าจริงหรือไม่
ดักลาส โบนพาร์ธ (Douglas Boneparth) นักวางแผนการเงินที่ได้รับการรับรองและผู้ก่อตั้ง Bone Fide Wealth เขียนไว้ใน LinkedIn เมื่อไม่นานมานี้ “บริการเหล่านี้กระตุ้นให้คนใช้จ่ายเกินตัว ทำลายเครดิต สร้างภาระหนี้ และเล็งเป้าหมายไปที่ผู้บริโภคที่อ่อนไหวที่สุดต่อการกู้ยืมในเวลาที่ไม่ควรกู้ สังคมจะดีกว่านี้ถ้าไม่มีบริการเหล่านี้อยู่เลย”
อย่าลืมว่า BNPL ก็คือหนี้อยู่ดี
ซึ่งคำว่า “หนี้” ก็ไม่ได้หมายถึงสิ่งเลวร้ายเสมอไป หากใช้ด้วยความรับผิดชอบ หนี้สามารถเป็นเครื่องมือทรงพลังของผู้บริโภคได้ เช่น ถ้าคุณจ่ายหนี้บัตรเครดิตเต็มจำนวนในแต่ละเดือน คุณก็อาจได้คะแนนสะสมหรือเงินคืน โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย
ปัญหาของ BNPL ตามที่โบนพาร์ธอธิบายคือ “มันไม่รู้สึกเหมือนหนี้” และถ้าผู้คนใช้มันเป็นประจำ เพื่อซื้อของที่พวกเขาไม่สามารถจ่ายไหวจริง ๆ ก็เสี่ยงที่จะพาตัวเองเข้าสู่ปัญหาทางการเงินอย่างร้ายแรง
“เครื่องมือนี้เองไม่ใช่ปัญหา แต่การทำให้มันเข้าถึงง่ายมาก และใช้งานโดยแทบไม่มีแรงเสียดทาน นั่นแหละที่อันตราย” เขากล่าว
วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตัวเองคืออย่าซื้ออะไรผ่าน BNPL ถ้าไม่มีเงินจ่ายสดให้ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน เครื่องมือนี้ควรใช้กับผู้บริโภคที่มีความรอบรู้ทางการเงิน เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องในช่วงสั้น ๆ เวลาซื้อของที่จำเป็นและวางแผนไว้แล้วเท่านั้น
แต่ถ้าคุณรู้ตัวว่าตัวเองมักจะใช้จ่ายเกินตัวอยู่แล้ว ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ “อยู่ให้ห่างไว้” โบนพาร์ธเตือน “ถ้าคุณควบคุมตัวเองไม่ได้ คุณก็กำลังเล่นกับไฟอยู่”
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

