วางแผนการเงินดีแค่ไหนก็พังได้ ถ้ายังขาดสิ่งนี้!

วางแผนการเงินดีแค่ไหนก็พังได้ ถ้ายังขาดสิ่งนี้!

"แผนการเงิน ไม่มีไม่ได้" เพราะรายรับของเราไม่ได้เข้ามาตลอด ต่างกับรายจ่ายที่ต้องมีทุกวัน ดังนั้นชีวิตของเราจึงจำเป็นต้องวางแผนการเงิน เพื่อบริหารรายได้ให้เพียงพอกับรายจ่าย จะได้มีเงินเหลือไว้ใช้ยามฉุกเฉิน รวมไปถึงการใช้ชีวิตสบายๆ หลังเกษียณนั่นเอง

แต่คนทั่วไปมักจะคิดว่าการวางแผนการเงิน คือเรื่องของการเก็บออมเงินและลงทุนเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วสิ่งสำคัญที่ต้องทำอันดับแรกก็คือ "การกระจายความเสี่ยง" เพราะถ้าเราขาดสิ่งนี้ ต่อให้วางแผนการเงินมาดีแค่ไหนก็พังแน่นอน วันนี้ aomMONEY อยากชี้ให้ทุกคนเห็นความสำคัญของกระจายความเสี่ยง เพื่อแผนการเงินที่มั่นคงครับ

การกระจายความเสี่ยงคืออะไร?

การกระจายความเสี่ยง ก็คือการแบ่งความเสี่ยงไปให้คนอื่น แทนที่เราจะรับไว้เองทั้งหมด อย่างในโลกของการลงทุน เราก็ควรกระจายพอร์ตสู่การลงทุนหลายประเภท เช่น เงินฝาก/พันธบัตร ที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือหุ้น ที่มีความเสี่ยงสูง ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งขาดทุน อย่างน้อยก็ยังมีสิ่งที่มาถัวเฉลี่ยกำไรบ้าง ในชีวิตของเราก็มีคนอาสาเป็นตัวแทนรับความเสี่ยงเช่นกัน โดยมาในรูปแบบของ "ประกัน" ต่างๆ

ทำไมการกระจายความเสี่ยง ถึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของการวางแผนการเงิน?

ลองนึกถึงเวลาที่เราสร้างบ้าน อุตส่าห์ก่ออิฐฉาบปูนอย่างดี แต่ถ้าเสาเข็มไม่แข็งแรงพอ บ้านก็ต้องทรุดแน่นอน การวางแผนการเงินก็เช่นกัน หลายคนวางแผนรัดกุม มีเงินออมสำรองฉุกเฉิน เงินออมเพื่อเกษียณ เงินออมเพื่อการลงทุน ฯลฯ แต่ลืมกระจายความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตหรือทรัพย์สิน วันนึงถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วยร้ายแรง บ้านไฟไหม้ รถยนต์ประสบอุบัติเหตุ เราก็ต้องไป "รบกวน" เงินออมก้อนอื่นๆ ที่มี ทำให้แผนการเงินที่อุตส่าห์วางแผนมาอย่างดิบดี ต้องพังไม่เป็นท่า

อยากกระจายความเสี่ยงต้องทำอย่างไร?

1. ลิสต์ความเสี่ยงที่คาดว่าจะเจอ ทั้งในแง่ของสุขภาพ ชีวิต และทรัพย์สิน เช่น

- นาง A มีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นมะเร็ง เพราะมีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งมาก่อน

- นางสาว B มีความเสี่ยงที่อยู่อาศัยจะเกิดอัคคีภัย เพราะบ้านอยู่ติดกับร้านส่งแก๊ส

- นาย C มีความเสี่ยงที่รถยนต์จะเสื่อมสภาพเร็ว เพราะทำอาชีพขับรถส่งของ

2. มองหาผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่เรามี เช่น ถ้ามีความเสี่ยงเจ็บป่วย ก็ควรซื้อประกันชีวิต ประกันสุขภาพ, ถ้ามีความเสี่ยงเกี่ยวกับทรัพย์สิน ก็ควรซื้อประกันที่อยู่อาศัย ประกันอัคคีภัย ประกันรถยนต์ ฯลฯ

3. คำนวณเบี้ยประกันที่คิดว่าเราจะจ่ายไหว เพื่อวางแผนประกันที่เหมาะสม

การซื้อประกันต่างๆ อาจดูเหมือนไม่จำเป็น แต่จริงๆ แล้วมันคือสิ่งสำคัญอันดับแรกที่เราควรทำเพื่อกระจายความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพราะมีแล้วไม่ได้ใช้ ยังดีกว่าต้องใช้แล้วไม่มี วันนี้ลองถามตัวเองดูครับว่า "เรามีความเสี่ยงอะไรบ้าง แล้วลงมือกระจายความเสี่ยงนั้นหรือยัง?"

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save