รู้ไหมว่าบ้านที่ลือว่าผีสิงในฮ่องกงเวลาขายราคาตกลงไปเท่าไหร่? คนไม่เชื่อก็ไม่เชื่อ แต่คนที่เชื่อก็อาจจะรู้สึกว่าขอจ่ายเงินเพิ่มขึ้นดีกว่า และทำไมบางคนมองเป็นโอกาสในการลงทุน?

คนไทยคุ้นเคยกับ ‘เรื่องผี’ เป็นอย่างดี
อาจจะมาจากเรื่องเล่าที่ตกทอดกันมาจากรุ่นก่อนๆ รุ่นพี่สู่รุ่นน้องในมหาวิทยาลัย เพื่อนเล่าให้เพื่อนฟัง ภาพยนตร์ที่ดู รายการทีวี โทรทัศน์ วิทยุ หรือแม้แต่พอดแคสต์
จนมีคำกล่าวหนึ่งที่เราคุ้นหูกันเป็นอย่างดีว่า “ของอย่างนี้ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่”
สำหรับใครที่ไม่เชื่อก็เรื่องหนึ่ง ไม่เป็นไร
แต่ก็จะมีกลุ่มคนที่เชื่อเรื่องนี้ ซึ่งมันก็ส่งผลต่อการตัดสินใจต่างๆ ในชีวิตของคนกลุ่มนั้นด้วย อย่างเช่นการจะซื้อบ้านสักหลังหนึ่ง ก็ต้องมั่นใจว่าบ้านนี้ ‘ไม่ใช่บ้านผีสิง’ หรือ มีข่าวลือเรื่องก้อนพลังงานลึกลับที่วนเวียนอยู่ในบ้านหลังนั้น
ถึงอย่างนั้นก็ตาม เรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ บ้านที่มีคนตายอยู่ในบ้านจึงไม่ใช่เรื่องที่แปลก
เพียงแต่ถ้าเป็นการจากไปแบบที่ไม่ใช่ธรรมชาติ มีเหตุฆาตกรรมหรือจากไปด้วยความรุนแรงและเกลียดชัง หลายคนก็เชื่อว่าวิญญาณที่ไม่สงบเหล่านั้นก็ยังจะไม่ยอมไปผุดไปเกิด เพราะด้วยสาเหตุบางอย่างที่ยังปล่อยวางกับโลกนี้ไม่ได้
แน่นอนว่าบ้านที่ถูกลือว่าผีสิงก็มักจะมีเรื่องราวชวนสยองขวัญติดมาด้วยเสมอ เสียงเดินตอนกลางคืน เฟอร์นิเจอร์ย้ายที่เอง คนพูดกัน เสียงกรีดร้อง ภาพเลือนลาง กลิ่นธูป ฯลฯ อะไรก็ตาม
คนที่ไม่เชื่อก็จะคิดว่าเรื่องพวกนี้มโนกันไปเอง เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นในจินตนาการ อาจจะไม่ได้สนใจ แต่รู้ไหมว่า เรื่องราวเล่าขาน ข่าวลือเรื่องบ้านผีสิง ไม่ได้แค่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของคนที่กำลังมองหาบ้านเท่านั้น แต่ทำให้ราคาบ้านหลังนั้น รวมถึงบ้านรอบๆ ข้างลดลงไปได้มากสุดถึง 1/3 เลยทีเดียว
ทอม สแตนเดจ (Tom Standage) นักข่าว นักเขียน และรองบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ The Economist เล่าเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ “Unconventional Wisdom : Adventures in the Surprisingly True” ว่า
“เป็นที่รับรู้กันมานานแล้วว่าเรื่องผีมีผลทำให้ราคาบ้านและที่อยู่อาศัยลดลง โดยเฉพาะในบางเมืองของเอเชีย อย่างเช่น ฮ่องกง”
แต่ลดลงเท่าไหร่กันละ?
งานวิจัยชื่อว่า “Spillovers in Asset Prices: The Curious Case of Haunted Houses” ที่ตีพิมพ์ในปี 2019 โดย Utpal Bhattacharya และ Kasper Meisner Nielsen จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง และ Daisy Huang จากมหาวิทยาลัยตรวจสอบบัญชีนานกิง พยายามคำนวณมูลค่าของบ้านที่ลดลงหากมีข่าวลือว่าบ้านนั้นเป็นบ้านผีสิงว่าจะลดลงไปเท่าไหร่
งานวิจัยชิ้นนี้ระบุว่าอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงที่ลือว่าเป็นบ้านผีสิง เนื่องจากการเสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติของผู้อยู่อาศัยในอดีต (ไม่ว่าจะเป็นจากอุบัติเหตุ การฆาตกรรม หรือการฆ่าตัวตาย) จะสูญเสียมูลค่าโดยเฉลี่ยถึงหนึ่งในห้าส่วน หรือประมาณ 20% ของราคา และราคานี้ก็จะตกต่ำแบบนี้ไปนานหลายปีเลยทีเดียว
(ในภาษาจีนกวางตุ้งจะเรียกว่า “Hongza” ที่แปลตรงตัวว่า "บ้านแห่งความหายนะ" แต่โดยนัยหมายถึงบ้านที่มีผีสิงอยู่นั่นเอง)
หลังจากศึกษาข้อมูลตั้งแต่ปี 2000 - 2015 ที่มีการซื้อขายบ้านไปกว่า 1.1 ล้านครั้ง งานวิจัยนี้บอกว่าบ้านที่ลือว่ามีผีสิงมีคนซื้อขายกันไป 898 แห่ง เปรียบเทียบโดยเฉลี่ยกับขนาด ความต้องการของตลาด และราคาในระยะยาวแล้ว ราคาของบ้านเหล่านี้จะลดลงต่ำกว่าตลาดประมาณ 20%
เรื่อง ‘กุ๊ก กุ๊ก กู๋’ ไม่เพียงดึงราคาของอสังหาฯ แห่งนั้นลงเพียงอย่างเดียว แต่ยังดึงราคาอสังหาฯ ข้างเคียงที่อยู่รอบๆ ด้วย ถ้าติดกันก็ร่วงราวๆ 5% ถ้าอยู่ในโซนเดียวกัน (บล็อกเดียวกัน) ก็จะร่วงประมาณ 3% และชุมชนที่อยู่อาศัยเดียวกันประมาณ 1%
แต่บ้านผีสิงแต่ละหลังก็ราคาลดลงไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่เสียชีวิตไปนั้นมาจากสาเหตุอะไร ถ้าเป็นการฆ่าตัวตาย (ซึ่งคิดเป็นเกือบสามในสี่ของบ้านผีสิงในฮ่องกง) จะทำให้มูลค่าของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องลดลงระหว่าง 16% ถึง 28% ขึ้นอยู่ความรุนแรงของวิธีการปลิดชีพของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม การฆาตกรรมจะส่งผลกระทบอย่างหนักที่สุดต่อมูลค่าของอสังหาฯ โดยทำให้ราคาลดลงอย่างมากถึง 36% เลยทีเดียว
แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่มองต่าง เห็นว่านี่เป็นโอกาสในการลงทุนในตลาดอสังหาฯ ที่ถือว่าแพงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเช่นกัน
Eric Wong นายหน้าอสังหาริมทรัพย์จากเว็บไซต์ซื้อขายอสังหาฯ Squarefoot .com .hk ของฮ่องกงอธิบายว่า
"มีกลุ่มคนบางกลุ่มที่จะไปประมูลซื้อบ้านเหล่านี้ คนจีนโดยเฉพาะในฮ่องกงไม่ชอบบ้านที่เคยเกิดเรื่องไม่ดี นั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถขายได้ในราคาที่ต่ำกว่า ซึ่งทำให้ผลตอบแทนจากการให้เช่าสูงขึ้น ผลตอบแทนปกติอยู่ที่ 3-4% แต่อะพาร์ตเมนต์ที่เคยเกิดการฆาตกรรมสามารถให้ผลตอบแทนได้ประมาณ 7%"
หลังจากซื้อมาแล้ว อะพาร์ตเมนต์จะถูกปรับแต่งแล้วปล่อยให้เช่ากับคนที่ไม่มีความเชื่ออย่างเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ แม้ว่านายหน้าบางคนจะบอกว่ามีลูกค้าจีนบางรายที่ไม่สนใจเรื่องนี้ และมีรายหนึ่งระบุว่าแพทย์และพยาบาล 'ที่คุ้นเคยกับการทำงานแวดล้อมไปด้วยผู้เสียชีวิต' เป็นผู้เช่าที่สนใจอสังหาฯ เหล่านี้เช่นกัน
"มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของการเสียชีวิต และเรื่องราวหรือข่าวลือที่ผูกติดกับมัน" เขาอธิบายต่อ การฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมหรือการเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจสามารถส่งผลกระทบต่อราคาตลาดของชั้นอะพาร์ตเมนต์ทั้งหมด และในบางกรณี คือทั้งตึกเลยทีเดียว
แม้ว่าบ้านที่มีข่าวลือเรื่องผีสิงจะถือเป็นโอกาสในการลงทุนของหลายๆ คนที่ไม่สนใจ แต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบ และธนาคารจะตรวจสอบอสังหาฯ เหล่านี้อย่างละเอียดก่อนจะปล่อยเงินกู้ให้กับคนที่มาขอกู้ซื้อด้วย
นายหน้าในฮ่องกงก็มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องเปิดเผยต่อผู้ซื้อว่ามีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก่อนหน้านี้รึเปล่า
อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่มีเงินเหลือและยังหาคนเช่าไม่ได้ กลยุทธ์การลงทุนก็คือการรอคอยไปเรื่อยๆ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป คนก็จะลืมและจดจำเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้ หากไม่ใช่เรื่องสยองขวัญจริงๆ และมูลค่าก็จะค่อยๆ เพิ่มกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
สแตนเดจบอกว่า “แต่ถ้ามองด้านบวก: มีบ้านราคาถูกให้ผู้ซื้อระยะยาวที่ใจแข็งพอที่จะมองข้ามประวัติอันโหดร้ายของทรัพย์สินที่จะซื้อ หรือยินดีที่จะเพิกเฉยต่อเสียงดังกรีดร้องในเวลากลางคืน”
คนไม่เชื่อก็ไม่เชื่อ แต่คนที่เชื่อก็อาจจะรู้สึกว่าขอจ่ายเงินเพิ่มขึ้นดีกว่า เพื่อซื้อบ้านแล้วไม่ต้องกังวลว่าจะมีอะไรมาอยู่เป็นเพื่อนหรือเดินเล่นดึกดื่นกลางคืนจะดีกว่า
========================
อย่าพลาด โอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณให้ดีขึ้น!
เตรียมพบกับ Make Rich Expo มหกรรมการลงทุนแห่งชาติ ที่จะพาคุณก้าวเข้าสู่โลกของการลงทุนที่ทันสมัยและเข้าใจง่ายกว่าที่เคย! ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดลงทุน หรือผู้ที่มีประสบการณ์ เรามีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคต
เข้าร่วมงานฟรี!!
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ ที่ https://bit.ly/4cKxqet
แล้วพบกันวันที่ 2 - 3 November 2024 เวลา 10.00 - 19.00 น. ณ Paragon Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้า Siam Paragon
========================
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

