ถ้า Fed ปรับดอกเบี้ย! โอกาสทองหรือโอกาสถอย?อธิบายผลกระทบจาก Fed ธุรกิจไหนได้-เสีย นักลงทุนต้องวางแผนอย่างไร

ถ้า Fed ปรับดอกเบี้ย! โอกาสทองหรือโอกาสถอย?อธิบายผลกระทบจาก Fed ธุรกิจไหนได้-เสีย นักลงทุนต้องวางแผนอย่างไร

เมื่อเช้านี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: Fed) หรือ เฟด มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 4.25% – 4.50% ในการประชุมเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2025 ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ตามแถลงการณ์ของ Fed ระบุว่า อัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และภาวะตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

ด้านเจอโรม พาวเวล (Jerome Powell) ประธาน Fed กล่าวว่า
“เราจะตัดสินใจอย่างระมัดระวัง และต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลดดอกเบี้ย”

ส่วนในปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าเฟดจะ ปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในช่วงไตรมาส 2-4 สอดคล้องกับการคาดการณ์ใน Dot Plot จากการประชุมเดือน ธ.ค. 2024 เนื่องจากดอกเบี้ยที่ยังคงสูงและความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น

อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ไม่ว่าการตัดสินใจของ Fed จะ “ลด” หรือ “ขึ้น” อัตราดอกเบี้ย ล้วนส่งผลต่อเศรษฐกิจ ตลาดหุ้น ค่าเงินบาท และต้นทุนทางการเงินของไทยแตกต่างกันไป มาดูกันว่าแต่ละสถานการณ์จะส่งผลอย่างไร และนักลงทุนควรรับมือแบบไหน

Fed คืออะไร? ทำไมทั่วโลกต้องจับตา?

Fed หรือ Federal Reserve คือ ธนาคารกลางของสหรัฐฯ ทำหน้าที่คล้ายกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีหน้าที่กำกับดูแลเรื่อง นโยบายการเงิน ควบคุมปริมาณเงินในระบบ เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

แต่สิ่งที่ทำให้ Fed สำคัญกว่าธนาคารกลางทั่วไป ก็คือ สหรัฐฯ เป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกและค่าเงินดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลักที่ใช้ทั่วโลก

ดังนั้น ทุกครั้งที่ Fed ปรับขึ้น-ลดอัตราดอกเบี้ย จึงไม่ใช่แค่กระทบเศรษฐกิจอเมริกา แต่ยังส่งผล ต่อต้นทุนการกู้ยืม ดอกเบี้ย ค่าเงิน และการลงทุนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย!

กลไกการขึ้นหรือลงดอกเบี้ยของ Fed

1. ถ้ามีการปรับ “ขึ้น” ดอกเบี้ย

แปลว่า Fed อาจต้องการควบคุมเงินเฟ้อและขจัดความคาดหวังของตลาดหุ้น

- ทำให้การใช้จ่ายลดลง เพราะมีดอกเบี้ยสูงขึ้น
- ทำให้การลงทุนลดลง ดอกเบี้ยสูงทำให้ธุรกิจกล้ากู้ ชะลอการลงทุน มีการจ้างงานลดลง
- ทำให้อัตราการออมเพิ่ม
- ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น
(ดูเรื่องเงินแข็งค่า - อ่อนค่าได้ที่: https://www.facebook.com/share/p/1BPEj1XyDB/ )

2. ถ้ามีการปรับ “ลด” ดอกเบี้ย

แปลว่า Fed อาจต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาวะเงินฝืด เพื่อเพิ่มปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ

โดยรูปแบบการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ออกเป็นหลัก ๆ ได้ 2 รูปแบบ คือ เพื่อปรับสมดุลทางเศรษฐกิจ (Mid-Cycle Adjustment) และ เพื่อรับมือหรือหลีกเลี่ยงกับภาวะถดถอย (Recessionary Cut)

- ทำให้การใช้เงินเพิ่มขึ้น ลดภาระการจ่ายดอกเบี้ยของผู้กู้ ทำให้มีเงินใช้จ่ายมากขึ้น
- ทำให้การลงทุนเพิ่มขึ้น ดอกเบี้ยต่ำลงธุรกิจกล้ากู้ มีการจ้างงานเพิ่ม
- ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก

ความสัมพันธ์ระหว่าง Fed กับธุรกิจในไทย

เพราะ อัตราดอกเบี้ย = ผลตอบแทนจากการลงทุน ดังนั้น เมื่อ Fed ประกาศจะเพิ่มหรือลดดอกเบี้ย นักลงทุนจึงต้องมองหาสัญญาณ

1. เงินทุนไหลเข้า-ออก

Fed ขึ้นดอกเบี้ย

- นักลงทุนโยกเงินกลับสหรัฐฯ เพราะผลตอบแทนสูงขึ้น
- ทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย กดดันตลาดหุ้นและค่าเงินบาท

Fed ลดดอกเบี้ย

- มีโอกาสที่เงินทุนจะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยและตลาดเกิดใหม่
- เพราะนักลงทุนต้องการหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น

2. ค่าเงินบาท

Fed ขึ้นดอกเบี้ย

- จะทำให้ดอลลาร์แข็งขึ้น เงินบาทอ่อนลง
- ดีสำหรับกลุ่มส่งออก
- ไม่ดีสำหรับบริษัทที่มีหนี้ต่างประเทศ

Fed ลดดอกเบี้ย

- จะทำให้ดอลลาร์อ่อนลง เงินบาทแข็งขึ้น
- กระทบธุรกิจส่งออก
- ช่วยลดภาระหนี้ต่างประเทศของบริษัทที่กู้เงินต่างประเทศ

3. ต้นทุนการกู้ยืม

เมื่อ Fed ขึ้นดอกเบี้ย

- ก็มีโอกาสที่ดอกเบี้ยในไทยจะปรับขึ้นตาม ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของธุรกิจและประชาชนเพิ่มขึ้น

ถ้า Fed ลดดอกเบี้ย

- ต้นทุนการเงินลดลง กระตุ้นการลงทุนและการบริโภค

ธุรกิจกลุ่มไหนได้รับประโยชน์ในช่วง Fed ลดและเพิ่มอัตราดอกเบี้ย

เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ลดอัตราดอกเบี้ย ธุรกิจเหล่าที่มีโอกาสจะได้รับประโยชน์

- อสังหาริมทรัพย์ (REITs) เพราะต้นทุนกู้ยืมถูกกว่า ทำให้บริษัทขยายโครงการหรือลงทุนซื้อที่ดินเพิ่มได้ง่ายขึ้น และขายอสังหาฯได้ง่ายขึ้นเพราะผู้บริโภคเข้าถึงสินเชื่อบ้าน/คอนโดมิเนียมได้ดีขึ้น ส่งผลให้อุปสงค์ซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น

- สินค้าฟุ่มเฟือย เพราะดอกเบี้ยผ่อนชำระต่ำ จะกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าราคาสูง เช่น รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าได้มากขึ้น

- ธุรกิจเทคโนโลยี เพราะมักเติบโตในสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากช่วยลดต้นทุนเงินทุน ทำให้บริษัทที่มุ่งเน้นการเติบโตสามารถลงทุนในการวิจัย พัฒนา และขยายกิจการได้มากขึ้น ทำให้มีโอกาสเติบโตทั้งรายได้และกำไรในอนาคต

- การเงิน เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงคนก็จะมีการขอกู้ยืมเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถเพิ่มกำไรให้กับธนาคารและสถาบันการเงิน

- สาธารณูปโภค เนื่องจากบริการสาธารณูปโภคเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต

เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ขึ้นอัตราดอกเบี้ย ธุรกิจต่อไปนี้มีโอกาสได้รับประโยชน์

- สถาบันการเงิน (โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์) เพราะธนาคารมีโอกาสได้กำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ย (Net Interest Margin) เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น โดยเฉพาะหากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวเร็วกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารที่มีฐานเงินฝากใหญ่และให้กู้ยืมในอัตราลอยตัว (เช่น เงินกู้บ้านแบบปรับตามตลาด) จะได้ประโยชน์ชัดเจน

- บริษัทประกันภัย (โดยเฉพาะประกันชีวิต) เพราะบริษัทประกันลงทุนในหลักทรัพย์ให้ผลตอบแทนคงที่ (เช่น พันธบัตร) เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น การลงทุนใหม่จะได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้จากพอร์ตการลงทุน

- บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (เช่น Apple, Microsoft) ที่มีเงินสดจำนวนมากจะได้รายได้จากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเมื่ออัตราฝากเงินหรือการลงทุนในตราสารระยะสั้นปรับสูงขึ้น

- บริษัทบัตรเครดิต เพราะอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตมักผันผวนตามอัตราพื้นฐานของ Fed หากบริษัทสามารถปรับอัตราดอกเบี้ยได้ทันทีโดยไม่เกิดการผิดชำระหนี้เพิ่มขึ้น (ในภาวะเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง) จะได้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น

- บริษัทจัดการสินทรัพย์ (Asset Management) เพราะกองทุนตลาดเงิน (Money Market Funds) และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับอัตราดอกเบี้ยจะดึงดูดนักลงทุนมากขึ้น ทำให้บริษัทมีค่าธรรมเนียมจัดการเพิ่มขึ้น

การลงทุนให้รอดในทุกสถานการณ์

  • กระจายพอร์ต – ไม่ทุ่มหนักในอุตสาหกรรมเดียว เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด
  • เลือกหุ้นพื้นฐานดี – เน้นบริษัทที่มีสถานะการเงินแข็งแกร่ง และสามารถรักษากำไรได้แม้ต้นทุนเพิ่มขึ้น
  • จับตานโยบาย ธปท. – ดูว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) จะปรับดอกเบี้ยตาม Fed หรือไม่
  • ถือสินทรัพย์ปลอดภัย – เช่น พันธบัตร หุ้นปันผลสูง หรือทองคำในช่วงตลาดผันผวน

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save