ขอ 10 นาทีเดี๋ยว ‘ผมจะสอนให้คุณรวย’ ไม่ว่ารายได้เท่าไหร่ ชีวิตอยู่จุดไหน 5 ขั้นตอนสู่ชีวิตที่ร่ำรวย จาก ‘รามิตร เศรษฐี’

ขอ 10 นาทีเดี๋ยว ‘ผมจะสอนให้คุณรวย’ ไม่ว่ารายได้เท่าไหร่ ชีวิตอยู่จุดไหน 5 ขั้นตอนสู่ชีวิตที่ร่ำรวย จาก ‘รามิตร เศรษฐี’

รามิตร เศรษฐี (Ramit Sethi) นักธุรกิจ นักเขียน และที่ปรึกษาทางการเงินชาวอเมริกัน-อินเดีย เขาเป็นผู้เขียนหนังสือขายดี "I Will Teach You to Be Rich" (แปลไทย ‘ผมจะสอนให้คุณรวย’) ซึ่งติดอันดับหนังสือขายดีของ The New York Times และเพิ่งออกหนังสือเล่มใหม่ ‘Money for Couples’ ที่ได้รับความนิยมมากๆ เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ "I Will Teach You To Be Rich" และมีรายการบน Netflix ชื่อ "How to Get Rich" ที่ให้คำปรึกษาทางการเงินแก่ผู้คนทั่วโลก

เขาสร้างความมั่งคั่งขึ้นมาด้วยตัวเอง จากการทำงานหนักและช่วยเหลือให้คำปรึกษาผู้อื่นทางด้านการเงิน หากนับมูลค่าทางทรัพย์สินที่มีอยู่กว่า 25 ล้านเหรียญ​ หรือเกือบ 850 ล้านบาท ถือว่ามีชีวิตที่ดีเลยทีเดียว

แต่สำหรับเขาแล้ว ‘ชีวิตที่ร่ำรวย’ ไม่ได้หมายถึงตัวเลขทางการเงินเพียงอย่างเดียว

เศรษฐีบอกว่า

“แล้วชีวิตที่ร่ำรวยจริงๆ คืออะไรกันแน่? มันคือการใส่นาฬิกา Rolex และมีตู้โชว์เครื่องกระเบื้องหรือ? ไม่ใช่เลย!

ชีวิตที่ร่ำรวยคือชีวิตในอุดมคติของคุณ—ชีวิตที่คุณมองดูความสัมพันธ์ส่วนตัว การเงิน และวันธรรมดาๆ ของคุณแล้วพูดว่า "ว้าว!"

นั่นอาจจะเป็น:

- การไปรับลูกๆ จากโรงเรียนทุกวัน
- การซื้อเสื้อแคชเมียร์ราคา 1,000 ดอลลาร์
- การซื้อทุกอย่างที่คุณต้องการจาก Whole Foods โดยไม่ต้องกังวลเรื่องราคา
- การพาครอบครัวไปเที่ยวดิสนีย์แบบสุดพิเศษที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม

ชีวิตที่ร่ำรวยของคุณเป็นของคุณ ไม่ใช่ของพ่อแม่คุณ ไม่ใช่ของเพื่อนคุณ แม้แต่ของผมก็ไม่ใช่ มันเป็นของคุณ

มันคือชีวิตที่เต็มเปี่ยม ชีวิตที่ใช้อย่างตั้งใจ เชิงรุก และอุดมสมบูรณ์”

ในวิดีโอ “I Will Teach You To Be Rich in 10 Minutes” เศรษฐีได้แบ่งปัน 5 ขั้นตอนสู่ชีวิตที่ร่ำรวย ซึ่งไม่ว่าคุณจะมีรายได้เท่าไหร่หรืออยู่ในสถานะใด ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้

1. ใช้เงินเพื่อสร้างชีวิตที่ร่ำรวยในแบบของคุณเอง

เศรษฐีเน้นว่า "ความร่ำรวย" มีความหมายแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล (อย่างด้านบน) คำถามหนึ่งที่เขามักจะถามคนที่มาขอคำปรึกษาเรื่องการเงินกับเขาคือ ‘ชีวิตที่ร่ำรวยของคุณหน้าตาเป็นยังไง?’

หลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ไม่เคยมานั่งคิด คิดแต่ว่าขอให้มีเงินเยอะๆ ไว้ก่อนแล้วค่อยคิด

แต่เศรษฐีมองว่าการใช้ชีวิตที่ร่ำรวยนั้น เงินเป็นเพียงส่วนหนึ่ง เป็นเครื่องมือที่เราจะพาเราไปอยู่ในจุดที่จะมีชีวิตที่ร่ำรวยเป็นของตัวเองได้

เขากล่าวว่า “แทนที่จะถามว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่? ลองถามตัวเองว่าเราอยากทำอะไรในชีวิตนี้? ปีที่ดีที่สุดสักปีหนึ่งหน้าตาจะเป็นยังไง? เดือนที่ดีที่สุด หรือวันศุกร์ที่ดีที่สุดจะเป็นยังไง? แล้วเราจะใช้เงินเพื่อให้มันเกิดขึ้นได้ยังไง?”

เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือการระบุว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกว่าชีวิตของคุณร่ำรวย เพื่อให้คุณมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการวางแผนการเงิน

เป้าหมายชัด แล้วค่อยวางแผนว่าจะใช้เงินเพื่อให้เสริมกับชีวิตที่ร่ำรวยตรงนั้นได้ยังไง

สิ่งสำคัญคือการกำหนดว่า "ชีวิตที่ร่ำรวย" สำหรับคุณคืออะไร อาจเป็นการมีเวลาเดินทางท่องเที่ยว การมีบ้านที่อบอุ่น หรือการมีอิสระทางการเงิน การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณมีแนวทางในการวางแผนการเงินที่เหมาะสม

2. ใช้เงินกับสิ่งที่รัก ตัดการใช้เงินจากทุกอย่างที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตมีความสุข

เราอาจจะเคยได้ยินคำแนะนำด้านการเงินว่า อย่าไปกินกาแฟ อย่าเดินทาง อย่าซื้อเสื้อผ้าใหม่ อย่า...(อะไรก็ตาม) แล้วเก็บเงินให้ได้เยอะๆ พออายุสัก 85 ค่อยเอาเงินออกมาใช้

แม้ตัวอย่างแบบนั้นค่อนข้างสุดโต่ง แต่เศรษฐีมองว่าคำแนะนำด้านการเงินหลายครั้งจะเป็นแบบนี้ ที่จริงแล้วเขามองว่าเมื่อเราหาเงินมา สิ่งที่ควรทำคือใช้กับสิ่งที่เรารัก เขาเรียกว่า ‘Concious Spending’ หรือการใช้เงินอย่าง ‘มีสติ’

เลือกใช้เงินกับสิ่งที่ทำให้มีความสุขจริงๆ แล้วตัดการใช้เงินในส่วนที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตมีความสุข (ไม่ได้ทำให้ชีวิตร่ำรวยนั่นแหละ)

เพราะฉะนั้นก็จะย้อนกลับไปที่ข้อ 1 ว่า เราต้องตอบให้ได้ก่อนว่าชีวิตที่ร่ำรวยของเราเป็นยังไง

3. เราลดค่าใช้จ่ายได้ระดับหนึ่ง แต่เราเพิ่มรายได้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อรู้แล้วว่าชีวิตที่ร่ำรวยหน้าตาเป็นยังไง และเราอยากใช้เงินกับสิ่งที่เรารักเพื่อให้ไปถึงตรงนั้น แต่เงินก็ตึงมือเหลือเกิน จะทำยังไงดี?

หากคุณมีหนี้อยู่ หรือมีค่าใช้จ่ายประจำที่เกิน 60% ของรายได้ที่เข้ามาในแต่ละเดือน คุณก็แทบไม่เหลือเงินให้ทำอะไรแล้ว

เศรษฐีแนะนำว่าวิธีที่จะหลุดออกจากตรงนี้ หลังจากตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปแล้ว คือการหารายได้เพิ่ม

โดย

- ต่อรองเงินเดือน : ต้องแสดงให้บริษัทเห็นว่าเราคู่ควรกับเงินที่ได้เพิ่มขึ้น (ไม่ใช่การไปบอกเหตุผลว่าเราต้องใช้เงินมากขึ้นเพราะอะไร)
- หางานใหม่ที่มีโอกาสเติบโต : หากเห็นแล้วว่าบริษัทที่อยู่มีข้อจำกัดในการเติบโต ทั้งเรื่องงานและเรื่องเงิน ลองหางานใหม่ที่เหมาะสมดู
- งานเสริม : หาทักษะที่คุณสามารถทำได้เลยเวลานี้ เพื่อเสริมรายได้ให้กับตัวเองในแต่ละเดือน อาจจะขับรถส่งของ ดูแลน้องหมาให้กับคนที่เดินทางไม่ได้อยู่บ้าน สอนคณิตศาสตร์ให้เด็กประถม ฯลฯ

4. ลงทุนระยะยาว

หลายคนมองว่าการลงทุนเป็นเรื่องของการเข้าไปเทรดหุ้น นั่งเฝ้ากราฟ หาจังหวะเข้าออก

ที่จริงการลงทุนไม่ใช่แบบนั้น แต่เป็นการเป็นนักลงทุน เราต้องวางแผนว่าจะจัดพอร์ตลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงยังไง ซื้อกองทุนดัชนี S&P500 ที่ค่าธรรมเนียมต่ำบางส่วน เก็บทองคำไว้บางส่วน ซื้อตราสารหนี้ไว้นิดหนึ่ง หรือหุ้นกู้ ฯลฯสิ่งเหล่านี้อาจจะดูน่าเบื่อ แต่การลงทุนเป็นเรื่องระยะยาว ค่อยเติมความรู้ หาเงินมาใส่แบบอัตโนมัติ และไม่ใช่การหวังรวยในข้ามคืน

5. ปูพื้นฐานการเงินให้กับชีวิต

หลายคนคิดมากเรื่องเงินหยุมหยิม เช่นวันนี้จะกินกาแฟดีไหม ควรงดการไปกินข้าวนอกบ้านดีรึเปล่า?

เงินเหล่านี้จริงอยู่ว่าพอรวมๆ แล้วมันก็สำคัญ เพียงแต่เศรษฐีมองว่า สิ่งที่เราควรทำคือควรทุ่มเทและใช้เวลาในการปูพื้นฐานด้านการเงินและชีวิตของเราให้ดีใน 5 ด้านนี้จะดีกว่า

- เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการเงินส่วนบุคคล
- ทำเรื่องเงินให้เป็นระบบอัตโนมัติ
- หางานที่เรามีความสุขทำและรักที่จะทำ
- หารายได้เสริมเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ชีวิต
- มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและราคาเหมาะสม

เมื่อจัดการเรื่องพื้นฐาน 5 อย่างนี้ได้ เรื่องเงินเล็กๆ น้อยๆ แทบจะไม่ต้องมาเป็นเรื่องที่เราต้องกังวลอีกเลย

การนำ 5 ขั้นตอนเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้คุณสร้างพื้นฐานการเงินที่มั่นคงและนำไปสู่ชีวิตที่ร่ำรวยในแบบของคุณ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงอาจต้องใช้เวลาและความพยายาม แต่ด้วยความมุ่งมั่นและการวางแผนที่ดี คุณสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งใจไว้ได้

โปรดจำไว้ว่า ทุกคนมีเส้นทางการเงินของตนเอง อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น แต่จงมุ่งมั่นในเส้นทางของคุณเอง และเชื่อมั่นว่าคุณสามารถสร้างชีวิตที่ร่ำรวยได้

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save