‘งบกำไรขาดทุน’ งบการเงินที่นักลงทุนต้องดูเป็นอันดับแรกๆ บริหารธุรกิจได้เก่งแค่ไหนกำไรหรือขาดทุนโตขึ้นหรือไม่

ถ้าเราสนใจที่จะซื้อหุ้นของบริษัทไหนก็ตาม ‘งบกำไรขาดทุน’ คืองบการเงินที่นักลงทุนต้องดูเป็นอันดับแรกๆเพราะงบนี้จะสะท้อนว่า กิจการนั้นบริหารธุรกิจได้เก่งแค่ไหน บริหารแล้วกำไรหรือขาดทุน โตขึ้นหรือไม่
แล้วผลประกอบการนี้แหละ ที่จะสะท้อนราคาหุ้นในระยะยาว
หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ผลประกอบการของกิจการเป็นแบบไหน ราคาหุ้นก็จะเป็นแบบนั้น (ในระยะยาว)
บทความนี้จะพาทุกคนไปดู หัวใจสำคัญในการอ่านงบกำไรขาดทุนแบบเน้นๆ
1.ดูว่ารายได้หลักและต้นทุนหลักของธุรกิจนั้น มาจากอะไร เพื่อที่เราจะได้ติดตามโอกาสและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจนั้น
เช่น ธุรกิจทำอาหารสัตว์ รายได้หลักมาจาก การส่งออกอาหารสัตว์ไปต่างประเทศ ดังนั้นนักลงทุนต้องติดตาม เรื่องศักยภาพในการส่งออก ความต้องการอาหารสัตว์ รวมถึงสถานการณ์ด้านการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศที่ส่งออก
ส่วนต้นทุนหลักมาจากทูน่า นักลงทุนต้องติดตาม เรื่องราคาวัตถุดิบจากทูน่า นั่นเอง
2.กำไรที่เติบโต สอดคล้องกับรายได้หลักที่เติบโตหรือไม่
ย้ำว่าควรเป็นรายได้หลักที่โตสอดคล้องกัน ไม่ใช่รายได้ที่เกิดครั้งคราว หรือมาจากกำไรพิเศษ แต่ถ้ากำไร โตมากกว่ารายได้ยิ่งดี เพราะจะสะท้อนว่ากิจการบริหารค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นด้วย
3.ดูการบริหารค่าใช้จ่ายของกิจการใน 3 ส่วนหลักๆ
1) ต้นทุนขาย ให้ดูที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ถ้าอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น จะสะท้อนว่ากิจการบริหารต้นทุนขายได้ดีขึ้น
2) ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร (SG&A) ให้ดูที่อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (EBIT Matgin) ถ้าเพิ่มขึ้น จะสะท้อนว่า กิจการมีการบริหารค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ดีขึ้น
3) ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมถึงดอกเบี้ยจ่ายและภาษี ให้ดูที่อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ถ้าเพิ่มขึ้น จะสะท้อนว่า กิจการมีการบริหารค่าใช้จ่ายรวมได้ดีขึ้น
นอกจากเทียบกับกิจการตัวเองในอดีตแล้ว เราควรเทียบกับเพื่อนที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกัน
ซึ่งโดยธรรมชาติของธุรกิจที่แตกต่างกัน ย่อมมีอัตรากำไรที่ต่างกันด้วย เช่น ธุรกิจค้าปลีก ส่วนใหญ่มักจะมีอัตรากำไรสุทธิที่บางกว่าธุรกิจอื่นๆ
ยกตัวอย่างเช่น MAKRO และ CPALL มีอัตรากำไรสุทธิที่ประมาณ 2-5% เท่านั้น
การเทียบกับเพื่อนที่ทำธุรกิจคล้ายกัน ก็เพื่อให้เราได้เลือกหุ้นที่ดีที่สุดนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การดูเพียงงบกำไรขาดทุนนั้นไม่เพียงพอ เพราะกำไรที่แสดงในงบนี้ เป็นกำไรทางบัญชี ไม่ใช่กำไรที่เป็นเงินสดจริงๆของกิจการ บางกิจการอาจมีกำไรที่ดี เติบโต แต่ถ้าไม่มีเงินสด ก็จะไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เหมือนเคสที่เกิดขึ้นจริงในบริษัทจดทะเบียนไทยหลายๆแห่ง ที่ผ่านมา
ดังนั้น นักลงทุนต้องดูงบหลักอื่นๆ ประกอบด้วย อาทิ งบกระแสเงินสดที่จะสะท้อนกำไรที่เป็นเงินสดจริงๆของกิจการ และงบแสดงฐานะการเงิน ที่จะสะท้อนว่ากิจการยังคงมีความมั่งคั่ง หรือมีหนี้สินมากแค่ไหน (สามารถดูรายละเอียดการดูงบทั้งสองส่วนได้ในลิงก์อ้างอิง)
เขียนและเรียบเรียงโดย : พัทธนันท์ เตชะเสน (CISA2, Investment Frappe)
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

