บูมเมอแรงภาษีเงินได้ กับ “เงินก้อนหลังเกษียณ” เปิดทริก “วางแผนภาษี” ให้สะท้อนกลับมาเป็นเงินเกษียณที่เพิ่มขึ้น

ภาษี เป็นเรื่องใกล้ตัวของคนมีรายได้ ที่ต้องจ่ายให้กับรัฐบาล การรู้ถึงกฏเกณฑ์การเสียภาษี จะทำให้เราได้ประโยชน์ในรูปเงินคืนกลับมาหาได้อย่างไม่ยากเลย แต่ความรู้ด้านภาษี ไม่ได้บรรจุในแผนการเรียนพื้นฐาน ทำให้เมื่อเริ่มมีรายได้และเป็นผู้เสียภาษี คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน ก็จ่ายภาษีไปโดยขาดความรู้และขาดการวางแผนภาษี ทำให้แทนที่จะได้เงินภาษีคืน หรือ จ่ายน้อยลง กลับต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น
การมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานในการคำนวณภาษีจึงสำคัญและจำเป็นในการวางแผนภาษีรายได้ เพราะอายุการทำงานของคนส่วนใหญ่ หากเริ่มทำงานที่อายุ 22 ปี เกษียณที่อายุเฉลี่ย 60 ปี แปลว่า มีอายุการทำงาน 38 ปี และมากพอที่จะทำให้วางแผนภาษีและใช้สิทธิประโยชน์ในส่วนลดหย่อนภาษีด้านการออมและลงทุน ที่รัฐกำหนดมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การออมและลงทุนในภาคสมัครใจ ในรูปแบบประกันชีวิต RMF SSF หรือ PVD ดังนี้
1. การออมเงินในระบบประกันชีวิต ที่ลดหย่อนได้รวม 300,000 บาท (ตลอดชีพหรือออมทรัพย์100,000 บาท และแบบบำนาญ 200,000 บาท)
2. การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)
3. การลงทุนสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund : PVD)
4. ประกันสังคม เป็นการออมภาคบังคับ ที่รัฐให้นายจ้างและลูกจ้างต้องส่งเงินสมทบ โดยเกษียณอายุ 55 ปี จะมีเงินใช้หลังเกษียณ (ยังไม่รวมผลประโยชน์ด้านค่ารักษาพยาบาล และประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย)
จะเห็นได้ว่า หากวางแผนการออมและลงทุนตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตการทำงาน เราจะได้ประโยชน์ทางภาษีและเงินสะสมไว้ใช้ยามเกษียณได้อย่างดี เช่น ปัจจุบัน อายุ 30 ปี รายได้เดือนละ 50,000 บาท ปีละ 600,000 บาท โสด ไม่มีภาระใด ๆ พ่อแม่อายุ 60ปี รับเงินเกษียณทั้งสองคน สิทธิลดหย่อนภาษีจะมี ดังนี้
• 1.หักค่าใช้จ่ายเหมา 100,000 บาท (50% ไม่เกิน 100,000 บาท)
• 2. ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
• 3.ทำประกันชีวิตออมทรัพย์ 100,000 บาท
• 4.เงินสะสมใน PVD (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) ปีละ 30,000 บาท (เลือกสะสม 5% ของเงินเดือน เท่ากับ 2,500บาท รวม 12เดือน)
• 5.ลงทุนใน SSF ปีละ 40,000บาท
• 6.ประกันสังคม 9,000 บาท
เมื่อคำนวณภาษีจะได้ดังนี้รายได้ 600,000 หักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนรวม (100,000 + 60,000 + 100,000 + 30,000 + 40,000 + 9,000) 339,000 บาท นำ 600,000 - 339,000 = 261,000 บาท เสียภาษีรายได้ทั้งปีเท่ากับ 5,550 บาท ซึ่งการมีค่าลดหย่อนในส่วนเงินออมและลงทุนรวมต่อปี 179,000 บาท หากเทียบกับรายได้ต่อปีนั้น สัดส่วนการออมถึง 29.83% อาจกระทบสภาพคล่องในการใช้จ่ายเงินที่ลดน้อยลง
แต่หากไม่ได้ออมหรือลงทุนตามแผนด้านบน ทำให้ส่วนหักจะมีเพียงค่าใช้จ่ายเหมา 100,000 บาท ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และประกันสังคม 9,000 บาท รวมค่าลดหย่อนเพียง 169,000 บาท
นำ 600,000 - 169,000 = 431,000 จะเสียภาษี 20,600 บาท
จะเห็นได้ว่า ภาษีที่เสียต่างกันถึง 15,050 บาท และเงินลดหย่อนอาจใช้จ่ายหมด ไม่ได้มาเก็บออมหรือลงทุนอย่างสม่ำเสมอแบบคนวางแผนภาษี และเมื่อเกษียณอายุแล้ว ดังนั้น การวางแผนภาษี จึงเป็นบูมเมอแรงสะท้อนกลับมาเป็นเงินเกษียณที่ได้เพิ่มขึ้น
ความรู้พื้นฐานในการวางแผนภาษี จึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะปัจจุบันที่สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย คนวัยเกษียณมีเพิ่มมากกว่า 20% ของโครงสร้างประชากร เด็กเกิดในอัตราที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และคนวัยทำงานคือกลุ่มคนที่จ่ายภาษีเข้าระบบให้รัฐบาล เพื่อใช้ในการดูแลสิทธิพื้นฐานของประชากรไทย ดังนั้น กลุ่มคนเสียภาษีจึงควรวางแผนการเงิน และวางแผนภาษีไปพร้อมๆ กัน เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋า
เขียนโดย: สุทธสินี สุวรรณาพิสิทธิ์ ที่ปรึกษาการเงิน AFPT
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

