มีเงินไม่เยอะ (แถมมีหนี้) บริจาค ทำบุญได้มั้ย?

หลายคนมีคำถามในใจประมาณนี้ เป็นคนจิตใจดี อยากทำบุญ อยากช่วยเหลือคนอื่นนะ แต่..เรามีเงินไม่เยอะ แถมบางทีมีหนี้ด้วย งั้นทำไงดี??? ใช้หนี้ให้หมดก่อน รอมีเงินเหลือเยอะๆ แล้วค่อยช่วยเหลือคนอื่นดีมั้ย มาดามเลยอยากมาไขข้อข้องใจตรงนี้

1. เรา “ให้” เพื่อให้รู้สึกว่าเรา “มี”

คนที่จะให้อะไรใครได้ มันต้องมีสิ่งนั้นก่อน การที่ได้รู้สึกเป็นผู้ให้บ้าง จะทำให้เรารู้สึกว่าเรามี ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่บนความขาดแคลนเสมอไป จนให้อะไรใครไม่ได้เลย การมีเงินน้อยหรือการมีหนี้นั้น มันไม่ได้หมายความว่าเราคือผู้ยากไร้เสมอไป เรามีเงินนะ..แค่เรายังมีไม่เยอะ ส่วนที่เรามีหนี้..ก็เพราะเราตัดสินใจไปก่อหนี้หรือไปรับภาระหนี้มา เรายังคงเป็น “ผู้ให้” ได้ค่ะ

2. “การให้” ไม่ได้ต้องเป็นในรูปแบบ “เงิน” เสมอไป

หากเงินเรายังมีไม่เยอะ เรายังเดือดร้อน หมุนไม่ทันจริงๆ งานอาสาสมัครที่ใช้แรงใช้เวลามีเยอะอยู่นะคะ ยกตัวอย่างเช่นเว็บไซต์นี้ http://www.volunteerspirit.org/ รวบรวมงานจิตอาสารที่ต้องการคนช่วยไว้มากมายหลายรูปแบบ เราสามารถพาตัวเองไปใช้เวลาใช้แรงช่วยกิจกรรมที่เราสนใจได้ค่ะ การให้นั้น..แท้จริงคือการฝึกฝนตนเองให้มีนิสัยและจิตใจที่กว้าง เป็นผู้ที่มี เป็นผู้ที่เผื่อแผ่ นึกถึงคนอื่น

3. ให้น้อยก็คือให้ ให้มากก็คือให้

คำว่า “ให้” ไม่ได้สำคัญตรงที่ว่าใครให้น้อยหรือให้มาก มันอยู่ที่จิตใจที่อยากจะให้ ให้แล้วสบายใจ ให้แล้วมีความสุข ดังนั้น เลิกคิดซะเถอะค่ะ ว่าให้น้อยแล้วช่วยใครไม่ได้ ถ้าคนหลายคนช่วยๆ กันคนละนิดละหน่อย แต่จำนวนคนเยอะมากๆ รวมๆ แล้วเงินบริจาคก็ออกมามากได้ ไม่แพ้คนมีเงินมากบริจาคหนึ่งครั้งนะคะ เงินน้อยบางครั้งก็สำคัญมากๆ เลยล่ะ หากเป็นก้อนสุดท้ายที่จะทำให้โครงการหรืองานๆ นึงนั้นสำเร็จ อย่าหมิ่นเงินน้อยค่ะ ให้น้อยก็คือให้นะ

4. สำคัญอยู่ที่ให้ตามกำลัง ไม่เดือดร้อนตัวเอง

ถ้าวันนี้เงินเรายังมีไม่เยอะ ก็ให้น้อยๆ ก่อน เริ่มจากหลักสิบ หลักร้อย หรือกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ เริ่มจาก 1% หรือ 2% ก็ยังได้ค่ะ เช่น รายได้เดือนละ 10,000 บาท ก็ตั้งเป้าบริจาคการกุศล 100 บาท เริ่มจากน้อยไปค่อยๆ มาก ให้เท่าที่เราไม่เดือดร้อนเพราะเบียดเบียนตัวเองน่ะค่ะ (ส่วนตัว มาดามตั้งไว้ว่าบริจาคการกุศลหรือให้ใครที่อยากให้ 5% ของรายได้ค่ะ)

5. ให้ทั้งที ถ้าลดหย่อนภาษีได้ด้วยจะดีงามมาก

รู้รึเปล่า..ว่าการบริจาคนั้นเอามาลดหย่อนภาษีได้ แต่…ต้องขอใบเสร็จรับเงินมา และเป็นการบริจาคให้หน่วยงานที่อยู่ในรายชื่อที่กรมสรรพากรประกาศ ว่าสามารถนำมาใช้ได้ค่ะ เงินบริจาคให้บางหน่วยงานเราสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่าของเงินที่เราบริจาคไปด้วยซ้ำ!!

  • ตรวจสอบรายชื่อ มูลนิธิ สมาคม สถานสาธารณกุศลที่ผู้มีเงินได้มีสิทธิขอหักลดหย่อนเงินบริจาค http://www.rd.go.th/publish/29157.0.html
  • ตรวจสอบรายชื่อสถานสงเคราะห์ สถานพักฟื้นบำบัดและฟื้นฟูเด็ก คนชรา คนพิการ ที่สามารถหักค่าลดหย่อนเงินบริจาคได้ http://www.rd.go.th/publish/36170.0.html
  • ตรวจสอบรายชื่อสามารถหักลดหย่อนเงินบริจาคได้ 2 เท่า
  • สถานศึกษา http://www.rd.go.th/publish/28654.0.html
  • หน่วยงานด้านกีฬา http://download.rd.go.th/fileadmin/download/sportsociety_241256.pdf

หวังว่า 5 ข้อที่มาดามว่ามานี้ คงจะทำให้พวกเราเข้าใจมากขึ้น ว่า “การให้” นั้นเป็นเรื่องดี เราทำได้และควรจะทำเพื่อฝึกฝนจิตใจตัวเอง แม้ว่าเราจะมีเงินยังไม่เยอะ หรือแม้แต่ยังมีหนี้อยู่

ขอเพียงให้การให้นั้น..เกิดจากความเต็มใจ ตามกำลัง ไม่มีเงินก็ให้เป็นความช่วยเหลืออย่างอื่นได้ ยังไงมาดามฟินนี่ขออนุโมทนาบุญกับผู้มีจิตใจดีทั้งหลายที่อ่านจนถึงบรรทัดนี้ด้วยนะคะ แน่ใจว่าเมื่ออ่านจบ..พวกเราจะมั่นใจ ลุกขึ้นมา “ให้” อย่างมีสติ หมดความสงสัย มีความสุขใจกับการให้เต็มเปี่ยม

โอเคนะ

มาดามฟินนี่

สลากออมสิน… ทางเลือกของนักออมที่ชอบเสี่ยงโชค

รู้หรือไม่ว่าหวยจัดเป็นสลากกินแบ่ง

คือ กินเงินจากคนส่วนหนึ่งไปแบ่งให้คนอีกส่วนหนึ่ง ในขณะที่ยังมีการลงทุนบางแบบที่เป็นสลากออมสิน คือ ซื้อสลากแล้วรักษาเงินต้น แถมมีสิทธิลุ้นรางวัลได้อย่างสลากกินแบ่งอีกด้วย เรียกได้ว่า คนซื้อสลากสามารถลงทุนและเสี่ยงโชคไปในเวลาเดียวกัน

‘สลากออมสิน’ เป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย โดยองค์กรที่จำหน่ายสลากสำหรับออมสิน ได้แก่ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยมีเงื่อนไขการซื้อง่ายๆ คือ นักลงทุนซื้อสลากและถือไว้จนครบเวลาไถ่ถอน (ส่วนใหญ่ประมาณ 3 ปี) โดยนักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดเวลาไถ่ถอน และยังมีโอกาสได้ลุ้นรางวัลเหมือนหวยด้วยทุกเดือน (วันที่ 16 ของทุกเดือน) มีตั้งแต่รางวัลใหญ่ไล่ไปจนถึงรางวัลเลขท้ายเหมือนสลากกินแบ่งเลย

สลากออมสินจึงถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่เหมาะกับคนชอบเล่นหวยมาก เพราะมีโอกาสได้ลุ้นรางวัลไม่ต่างกับหวยเลย เพียงแต่มีโอกาสถูกน้อยกว่า แต่ถ้าแลกมาด้วยการรักษาเงินต้นไว้ทั้งหมด ถึงแม้ว่าจะโดนหวยกิน แต่ก็ไม่เสียเงินไป สลากออมสินจึงดูคุ้มค่ามากกว่าหวยเยอะเลยทีเดียว

สลากออมสิน ถือเป็นก้าวแรกของการลงทุนสำหรับคนที่ยังชอบการเสี่ยงโชคอยู่ แต่ก็อยากบริหารเงินให้คุ้มค่าไปได้ในเวลาเดียวกัน โดยผลตอบแทนขั้นต่ำต่อปีอยู่ที่ประมาณ 1% ต่อปี ไม่รวมรางวัลที่อาจจะถูกในแต่ละงวดอีกด้วย

โดยปรกติสลากออมสินจะกำหนดอายุไถ่ถอนอยู่ที่ประมาณ 3 ปี แต่ในกรณีจะไถ่ถอนก่อนกำหนดก็สามารถทำได้ แต่จะได้ดอกเบี้ยลดลง แต่ที่สำคัญคือไม่ควรถอนก่อน 3 เดือน เพราะจะถูกหักเงินต้นออกบางส่วนด้วย

สลากออมสินได้รับการคุ้มครองเงินต้นตามกฎหมาย

แปลว่าถ้าซื้อสลากออมสิน ไม่ว่าอย่างไรเงินต้นที่ซื้อสลากก็ต้องไม่สูญเปล่าแน่ ต่างจากสลากกินแบ่งที่ถ้าไม่ถูกแล้วก็จบกัน กระดาษในมือกลายเป็นความว่างเปล่า (แต่แอบเห็นบางร้านค้าให้เอาสลากที่ไม่ถูกรางวัลไปเป็นส่วนลดได้ น่ารักจริง)

การลงทุนในสลากออมสินจะให้ผลตอบแทนประมาณ 1% ต่อปีตามที่เคยกล่าวถึง แต่ในกรณีที่ซื้อมากกว่า 500,000 บาท ผู้ซื้อจะถูกรางวัลเลขท้ายแน่นอนทุกงวด

ทำให้ผลตอบแทนกระเถิบมาอยู่ที่ประมาณ 1.7% ต่อปี และถ้าเกิน 5,000,000 บาทจะขึ้นไปเป็น 1.8% ตามลำดับ (ไม่ต่างจากดอกเบี้ยเงินฝากประจำธนาคารเท่าไหร่เลย แต่ได้ลุ้นรางวัลเพิ่มด้วย น่าสนใจมาก)

สลากออมสิน... ทางเลือกของนักออมที่ชอบเสี่ยงโชค

          สุดท้ายนี้ ถ้าชอบเล่นหวยมากอาจเลือกลงทุนในสลากธ.ก.ส. เพราะรางวัลที่ให้ลุ้นมากกว่า แต่ดอกเบี้ยต่ำกว่า ในขณะที่ถ้าชอบเล่นหวยไม่มากอาจเลือกลงทุนในสลากธนาคารออมสิน เพราะถึงแม้รางวัลที่ลุ้นจะน้อยกว่า แต่ดอกเบี้ยที่เป็นผลตอบแทนที่แน่นอนก็สูงกว่ามาชดเชย

อย่าลืม ! สลากกินแบ่งมีได้กับเสีย แต่สลากออมสินมีแต่ได้กับได้ เด้งแรกได้ดอกเบี้ย เด้งสองได้ลุ้นหวยทุกงวด ลงทุนและเสี่ยงโชคในเวลาเดียวกัน

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

 

NAV กองทุนรวมคืออะไร ค่าเท่าไหร่ถึงจะดี?

NAV น่าจะเป็นคำแรกๆ ที่ผู้ที่สนใจลงทุนในกองทุนรวมจะได้ยิน กองนี้ NAV เท่านั้น กองนั้น NAV เท่านี้ หลายคนยิ่งฟังยิ่งงงว่า NAV คืออะไร สำคัญกับการลงทุนอย่างไร ใครอยากได้คำตอบล้อมวงกันเข้ามาได้เลย บทความนี้มีคำตอบให้แน่นอน

NAV คือมูลค่าของหน่วยลงทุนของกองทุนรวม !!!

“NAV” หรือ “มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value)” คือมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนรวม รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ที่กองทุนรวมจะได้รับ หักออกด้วยหนี้สินและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวมในช่วงเวลาเดียวกัน โดยปรกติ NAV ที่แสดงจะหมายถึง NAV ต่อหนึ่งหน่วยลงทุน คือได้หารเฉลี่ยเป็นหน่วยลงทุนเรียบร้อยแล้ว

โดยทั่วไป ทรัพย์สินที่กองทุนรวมถือมักจะเป็นทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องและมีตลาดรองสำหรับซื้อขาย เช่น หุ้น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง ทองคำ น้ำมัน ทำให้มูลค่าทรัพย์สินที่แสดงคำนวณมาจากราคาปิดในตลาดของทรัพย์สินนั้นเพื่อสะท้อนภาพทรัพย์สินในปัจจุบัน เช่น กองทุนหุ้นจะคำนวณมูลค่าหุ้นจากราคาปิดของหุ้น ณ สิ้นวัน

NAV จึงเป็นเหมือนราคาของก้อนทรัพย์สินหนึ่งที่กองทุนรวมถืออยู่ การสังเกตมูลค่า NAV จึงควรพิจารณาเชิงเปรียบเทียบในกองทุน เช่น NAV เพิ่มขึ้นจากอดีต แปลว่าทรัพย์สินของกองทุนรวมเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนถึงศักยภาพของทรัพย์สินและผู้จัดการกองทุน NAV จึงเป็นค่าที่ไว้ชี้วัดผลการดำเนินงานของกองทุนรวมนั่นเอง เพราะผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับจากกองทุนรวมก็คือเงินปันผลและ NAV ที่เพิ่มสูงขึ้น

สิ่งสำคัญคือนักลงทุนไม่ควรเปรียบเทียบ NAV ระหว่างกองทุน เพราะแต่ละกองทุนนั้นถือทรัพย์สินแตกต่างกันและมีจำนวนหน่วยลงทุนแตกต่างกัน NAV ของกองทุนรวมหนึ่งอาจน้อยกว่า NAV ของอีกกองทุนรวมหนึ่ง แต่นั่นไม่ได้แปลว่ากองทุนแรกถูกกว่ากองทุนรวมที่สอง เช่น กองทุนรวม A มี NAV 10.2 บาทต่อหน่วย ในขณะที่กองทุนรวม B มี NAV 25.7 บาทต่อหน่วย แบบนี้ไม่ได้แปลว่ากองทุนรวม A ถูกกว่ากองทุนรวม B เพราะอย่างที่บอก ปัจจัยแวดล้อมที่ต่างกันทำให้ไม่สามารถเปรียบเทียบ NAV ระหว่างกองทุนได้

ย้ำ !!! NAV ใช้เทียบระหว่างกองทุนรวมไม่ได้

ดังนั้น หากต้องการเปรียบเทียบกองทุนรวมควรพิจารณาผลตอบแทนของกองทุนรวมไปเลยว่าในช่วงเวลาเดียวกัน กองทุนรวมแต่ละกองสร้างผลตอบแทนได้เท่าไหร่ จ่ายปันผลเท่าไหร่ แตกต่างกันเท่าไหร่

แล้ว NAV ควรมีค่าเท่าไหร่ถึงดี มากหรือน้อย?

คำตอบคือ “เท่าไหร่ก็ได้” NAV จะมากหรือน้อยก็ไม่ใช่สาระสำคัญของการลงทุน กองทุนรวมที่มี NAV 10 บาทก็ไม่ได้แปลว่าถูกกว่ากองทุนรวมที่มี NAV 20 บาท อย่างที่เล่าว่า NAV คือมูลค่าเชิงเปรียบเทียบสำหรับในกองทุนรวมเท่านั้นว่ามากขึ้นหรือลดลงจากในอดีต

ถึงแม้ว่าการซื้อกองทุนรวมที่มี NAV ต่ำจะทำให้ได้จำนวนหน่วยลงทุนมาก แต่ในแง่ของการลงทุนแล้ว จำนวนหน่วยลงทุนที่มากหรือน้อยไม่ใช่ประเด็นของการลงทุน สิ่งสำคัญของการลงทุนคือมูลค่าของกองทุนรวมต่างหาก ซึ่งนั่นก็คือ NAV คูณกับจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือ นั่นแปลว่า NAV มากหรือน้อยก็ไม่ได้มีผลอะไร เพราะสุดท้าย นักลงทุนต้องมาดูว่าเงินลงทุนที่ใส่ไปในกองทุนรวมโตขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ว่า NAV จะมากหรือน้อย จำนวนหน่วยลงทุนจะมากหรือน้อย หากทรัพย์สินในกองทุนรวมเติบโตขึ้น ผลตอบแทนจากการลงทุนก็สูงขึ้นอยู่ดี

หากเปรียบเทียบราคาหุ้นกับ NAV ของกองทุนรวม

NAV ของกองทุนรวมนั้นแทบจะไม่มีผลต่อการลงทุนเลย ในขณะที่ราคาหุ้นนั้นกลับมีผลต่อการลงทุนอยู่บ้าง เพราะราคาหุ้นนั้นเกิดจากระบบประมูล นักลงทุนจึงอาจจะได้รับผลกระทบจากราคาที่วิ่งขึ้นลงและจิตวิทยาการลงทุน แต่ NAV ของกองทุนรวมเกิดจากการคำนวณหามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ซึ่งหากนักลงทุนซื้อกองทุนรวมในเวลาเดียวกัน ไม่ว่านักลงทุนคนไหนก็จะสามารถซื้อกองทุนรวมได้ในราคาเดียวกัน

ดังนั้น NAV เท่าไหร่นั้นแทบไม่สำคัญสำหรับการลงทุนเลย

โดยส่วนตัวเมื่อลงทุนกองทุนรวมจะไม่ดูเลยว่า NAV เป็นเท่าไหร่ แต่จะมองปัจจัยที่สำคัญในการลงทุน เช่น นโยบายการลงทุน ผลตอบแทนในอดีต ความเสี่ยง เงื่อนไขการลงทุน ไปจนถึงผู้จัดการกองทุนที่บริหารอยู่ในขณะนั้นมากกว่า

สรุปอีกครั้ง NAV ของกองทุนรวมจะเป็นเท่าไหร่ก็ได้ ขอให้พื้นฐานและเงื่อนไขของกองทุนรวมน่าสนใจสำหรับลงทุนก็เพียงพอ

ลงทุนศาสตร์ – Investerest

สรุปรายการค่าใช้จ่ายปี 2560 พร้อมเทคนิควางแผน “ภาษี” สำหรับทุกคน

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับ TAXBugnoms เจ้าเก่าเจ้าเดิม กับบทความเพิ่มเติมเรื่องการวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากับ สรุปรายการค่าใช้จ่าย UPDATE ปี 2560 ครับ

บทความในตอนนี้เป็นบทความต่อเนื่องจากบทความเรื่อง สรุปรายการลดหย่อนภาษีประจำปี 2560 + UPDATE ตลอดทั้งปี!!! เนื่องจากบางคนยังไม่ทราบ หรือไม่เข้าใจถึงความแตกต่างในการหักค่าใช้จ่ายกับการหักค่าลดหย่อน ดังนั้นบทความนี้น่าจะช่วยให้สามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ 

https://web.facebook.com/v2.9/plugins/post.php?app_id=125839547999656&channel=https%3A%2F%2Fstaticxx.facebook.com%2Fconnect%2Fxd_arbiter%2Fr%2FXBwzv5Yrm_1.js%3Fversion%3D42%23cb%3Df3346b1525de50c%26domain%3Daommoney.com%26origin%3Dhttps%253A%252F%252Faommoney.com%252Ffa3369f4ba17d8%26relation%3Dparent.parent&container_width=0&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FTaxBugnoms%2Fphotos%2Fa.192327474126010.55670.142036289155129%2F1861314253893982&locale=en_US&sdk=joey&width=600

เริ่มจากทวนกันอีกที เรื่องสมการคำนวณภาษีครับ นั่นคือ รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน เราจะเห็นว่า ค่าใช้จ่ายนั้นเป็นตัวที่ต้องนำมาหักก่อนค่าลดหย่อน ซึ่งตัวค่าใช้จ่ายที่ว่านี้ถูกกำหนดตามประเภทของรายได้ครับ

วิธีการหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษี

ในปัจจุบันวิธีการหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น จะมีอยู่ 2 วิธีครับ นั่นคือ การหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา (อัตราร้อยละที่กฎหมายกำหนดมาให้) กับ การหักค่าใช้จ่ายตามจริง (ตามจำเป็นและสมควรตามหลักของกฎหมาย) น โดยผมได้สรุปออกมาเป็นตารางรูปด้านล่างนี้และเปรียบเทียบอัตราค่าใช้จ่ายปี 2559 และ 2560 ที่เปลี่ยนแปลงให้ดูกันชัดๆไปเลยครับว่าปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

จากรูปเราจะเห็นว่า ในปี 2560 รายได้ทั้ง 8 ประเภทนั้น ยังมีการหักค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันเหมือนในปี 2559 ครับ โดยกลุ่มรายได้ประเภทที่ 1-2 นั้นจะยังไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายตามจริง ส่วนรายได้ประเภทที่ 4 สามารถหักค่าใช้จ่ายไม่ได้เลย และประเภทที่ 3 ,5-8 สามารถเลือกหักได้ว่าจะหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริงนั่นเองครับ

โดยวิธีการหักค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงในปี 2560 นั้นจะมีอยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ

1. กลุ่มรายได้ประเภทที่ 1 และ 2

จากเดิมที่หักได้ 40% ไม่เกิน 60,000 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 50% ไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับกลุ่ม มนุษย์เงินเดือน และ ฟรีแลนซ์ (งานไม่ประจำ) ครับ เพราะว่าสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เพิ่มขึ้นกว่าที่ผ่านมาสูงสุดถึง 40,000 บาท

2. กลุ่มรายได้ประเภทที่ 3

จากเดิมที่หักได้ 40% ไม่เกิน 60,000 บาท สำหรับค่าลิขสิทธิ์เท่านั้น เปลี่ยนเป็นหักค่าใช้จ่ายได้สำหรับ ค่ากู้ดวิลล์ ค่าลิขสิทธิ์ หรือ ค่าสิทธิ์อย่างอื่น ซึ่งสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายเหมาในอัตรา 50% แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท หรือเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง (ตามจำเป็นและสมควร) ได้อีกด้วยครับ (อ้างอิง : พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 634)

3. กลุ่มรายได้ประเภทที่ 7-8

จากเดิมที่หักได้ 70% สำหรับเงินได้ประเภทที่ 7 และหักได้ 60-85% สำหรับเงินได้ประเภทที่8 ถูกปรับลดลงเป็น 60% อัตราเดียวเท่านั้น (อ้างอิง : พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 629)) ทำให้กลุ่มนี้สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ลดลงครับ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสนับสนุนเพื่อให้เป็นนิติบุคคลนั่นเองครับ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความ เจาะลึกโดนใจ!! ทำไมสรรพากรถึงอยากให้เราจดบริษัท)

ซึ่งข้อ 3 นี้ จะกระทบกับหลายๆอาชีพอย่างแน่นอนครับ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพที่ทำธุรกิจ ขายของออนไลน์ (ซื้อมาขายไป) หรือกลุ่มที่ทำอาชีพรับเหมาต่างๆ ที่เข้าข่ายเงินได้ประเภทที่ 7-8 จะได้รับผลกระทบต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นจากผลของการลดอัตราค่าใช้จ่ายลงครับ

จากทั้ง 3 ข้อนี้จะเห็นว่า มีการหักค่าใช้จ่ายในกลุ่มหนึ่งได้สิทธิเพิ่มขึ้น ส่วนอีกกลุ่มนี้หักค่าใช้จ่ายได้ลดลง ดังนั้นเป็นเรื่องที่แต่ละกลุ่มต้องวางแผนให้สอดคล้องกับเรื่องของภาษีครับ

เทคนิคการวางแผนภาษีสไตล์พรี่หนอม

มาถึงตรงนี้ ผมอยากจะแลกเปลี่ยนวิธีการวางแผนภาษีนิดนึงเพื่อต้อนรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นครับ ว่าการปรับปรุงเรื่องค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนในปี 2560 ใหม่นั้น เราควรจะปรับตัวอย่างไร และวางแผนอย่างไรบ้างครับ

1. สิ่งที่ต้องรู้อันดับแรก คือ รายได้เราเป็นประเภทไหนตามกฎหมาย

ซึ่งรายได้ทั้ง 8 ประเภทนั้นสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ในอัตราที่แตกต่างกันไป และวิธีการหักค่าใช้จ่ายที่ต่างกัน (แบบเหมา และ ตามจริง) เพื่อให้สามารถหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุด และคุ้มค่ากับเราที่สุดครับ

2. วางแผนเพิ่มเติมด้วยค่าลดหย่อน

สำหรับรายการค่าลดหย่อนต่างๆที่เขียนไปในบทความ สรุปรายการลดหย่อนภาษีประจำปี 2560 + UPDATE ตลอดทั้งปี!!! เลือกใช้ตามสิทธิ์อย่างเหมาะสม และตามที่ต้องการอย่างมีประโยชน์ที่สุดครับ

โดยเทคนิค 2 ข้อนี้เป็นหลักการง่ายๆ ที่ผมอยากจะแนะนำก่อนครับ สำหรับคนที่เสียภาษีและอยากวางแผนภาษีสำหรับตัวเองครับ แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นเทคนิคเบื้องต้น แต่ผมเชื่อว่าการเริ่มต้นจากพื้นฐานที่ถูกต้องนั้นสำคัญที่สุดครับ

สำหรับคนที่อยากได้เทคนิคเพิ่มเติมมากกว่านี้ เดี๋ยวมาลองติดตามดูกันครับว่า ในกรณีที่มีรายได้ประเภทที่ 7 และ 8 นั้นควรจะทำยังไงดี ควรจะจดบริษัทดีไหม หรือว่าจะจัดการอะไรยังไงให้ประหยัดภาษีสูงสุด เอาเป็นว่าติดตามกันต่อไปครับ โดยการกดติดตามที่เพจ TAXBugnoms ไว้ล่วงหน้าได้เลยคร้าบบบ

5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับ “มนุษย์เงินเดือน” ทุกคน

สวัสดีครับ กลับมาพบกับพรี่หนอม TAXBugnoms เจ้าเก่าเจ้าเดิม ที่จะมาเพิ่มเติมความสดใสและความรู้ให้กับทุกคนอีกครั้งครับ สำหรับวันนี้เป็นบทความเกี่ยวกับการออมและการลงทุนจากประสบการณ์จริงที่พรี่หนอมอยากจะแชร์ให้ฟังกันในฐานะมนุษย์เงินเดือนครับผม

ด้วยอายุเข้าสู่วัยกลางคน ทำงานมาได้สักพัก มีประสบการณ์ลงทุนมาได้สักระยะหนึ่ง ประกอบกับการทำเพจเรื่องการเงิน เลยมีคนชอบถามถึงวิธีการออมเงินและลงทุนมาเรื่อยๆครับ คำถามทำนองว่า พี่หนอมคร้บพี่ ผมควรจะลงทุนแบบไหนยังไงดี วันนี้มีโอกาสเลยรวบรวม 5 วิธีการลงทุนสำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกคนมาฝากกันครับ

แนวคิดและวิธีการลงทุนของมนุษย์เงินเดือน

สำหรับแนวคิดและวิธีการของวิธีนี้ จะเป็นการสะสมเพื่อเป้าหมายระยะยาวครับ และใช้วิธีการทยอยสะสมเงินทุกเดือน ในจำนวนเท่าๆกัน ซึ่งผมมองว่าเป็นวิธีที่สอดคล้องกับการทำงานของมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้เข้ามาเป็นประจำและต่อเนื่อง และเพิ่มเติมด้วย “วินัย” ในการลงทุนเท่านั้นเองครับ

เอาล่ะ เรามาเริ่มต้นดูกันเลยดีกว่า

ว่า 5 วิธีการลงทุนที่ดีที่สุดในสไตล์พรี่หนอมนั้น มันมีอะไรบ้าง

1. ฝากประจำ / กองทุนรวมตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น 

สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองเพิ่งเริ่มต้นออมเงิน และยังไม่มีความรู้ในการลงทุนมากนัก ผมอยากจะแนะนำวิธีนี้เป็นวิธีแรกครับ นั่นคือการสร้างวินัยโดยการฝากประจำทุกๆเดือนเท่ากัน

วิธีการง่ายๆครับ เพียงแค่ การตัดบัญชีเงินฝาก (บัญชีเงินเดือน) ในทุกๆเดือน เพื่อสะสมไปเรื่อยๆ  โดยมี 2 กลุ่มที่อยากจะแนะนำครับ นั่นคือ เงินฝากประจำปลอดภาษี กับ กองทุนตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้น

สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าเจ้าสองตัวนี้คืออะไร ขอบอกครับว่ามันคือ…

เงินฝากประจำปลอดภาษี คือ เงินฝากประเภทหนึ่งที่กำหนดให้เราฝากประจำทุกๆเดือนเป็นจำนวนที่เท่าๆกัน เช่น เดือนละ 1,000 บาท ติดต่อกันเป็นเวลา 24 เดือนโดยได้สิทธิพิเศษคือ “ยกเว้นภาษีเงินได้” และไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% เหมือนเงินฝากประจำทั่วๆไปครับ

กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ที่มีกำหนดชำระเงินต้นเมื่อทวงถาม หรือมีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปีครับ

กองทุนรวมตราสารหนี้ (General Fixed Income Fund) คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ประเภทต่างๆ ซึ่งได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ตัว๋ เงินคลัง บัตรเงินฝากของธนาคาร ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ของภาคเอกชน ฯลฯ

ใครที่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงนั้น  กรณีเงินฝากฯ ผมแนะนำว่าลองเดินไปที่ธนาคารที่เราสะดวก และติดต่อขอเปิดบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีได้เลยครับ

ส่วนกองทุนตลาดเงินหรือตราสารหนี้ระยะสั้นนั้น สามารถเลือกกองทุนที่ดีและเหมาะสมกับสิ่งที่เราต้องการ ผลตอบแทนพอใจไหม รับความเสี่ยงได้เท่าไร ซึ่งถ้ายังไม่แน่ใจก็สามารถแวะมาพูดคุยสอบถามกันได้ที่กลุ่มพูดคุยของรายการกองทุนไหนดี ได้เลยครับผม

โดยส่วนตัวทุกวันนี้ พรี่หนอมใช้กองทุนตลาดเงินกับตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นหลักครับ แต่ไม่ได้ใช้เงินฝากประจำปลอดภาษีครับ เนื่องจากมองว่ากองทุนรวมนั้นมีสภาพคล่องที่ดีกว่าครับ

2. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ 

ตัวที่สองนี่ อยากเรียกว่าเป็น Highly Recommend กันเลยทีเดียวครับ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ออฟฟิศมีสวัสดิการ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ไว้ให้ เพื่อให้พนักงานออมเงินและลงทุน (ส่วนข้าราชการจะเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราช หรือ กบข. ครับ) โดยกองทุนเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เก็บเงินไว้ใช้ในยามเกษียณนั่นเองครับ

โดยปกติแล้วมนุษย์เงินเดือนสามารถเลือกสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ตั้งแต่ 2-15% ครับ (ส่วนนายจ้างจะสมทบเท่าไรให้กับเรานั้น ขึ้นอยู่กับความใจดีของนายจ้างครับ ฮ่าๆ) โดยตรงนี้พรี่หนอมอยากจะแนะนำให้ตัด % ที่มากที่สุดเท่าที่ไหวครับ เพื่อเป็นการสร้างวินัยในการออมเงินได้เป็นอย่างดีครับ และเงินก้อนนี้ถือว่าเป็นเงินก้อนที่ไม่ได้ใช้แน่ๆครับ เพราะตัดก่อนที่จะเข้าบัญชีเราเสียอีกครับ

ปัจจุบันพรี่หนอมสะสมเข้ากองทุนนี้อยู่ที่ 15% เต็มสิทธิ์ที่สามารถทำได้ครับ เนื่องจากต้องการสร้างวินัยระยะยาวครับ นอกจากนั้นยังเพิ่มเติมเทคนิคอีกนิดหน่อย นั่นคือ การเลือกแผนการลงทุนของกองทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่เราต้องการด้วยครับ (สำหรับเรื่องนี้จะเขียนบทความแยกต่างหากให้อ่านอีกทีนะครับ ฝากติดตามกันด้วยครับ)

3. สหกรณ์ออมทรัพย์

ถ้าหากที่ทำงานของเรานั้น มีสหกรณ์ออมทรัพย์ การเลือกสะสมหุ้นของสหกรณ์ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่น่าสนใจครับ (แต่ต้องพิจารณาความเสี่ยงดีๆด้วยนะครับ ฮ่าๆ) โดยผลตอบแทนที่ได้รับนั้นจะมาจากเงินปันผลในแต่ละปี ซึ่งอัตราผลตอบแทนนั้นดีกว่าเงินฝากธนาคารและกองทุนตราสารหนี้แน่นอนครับ

สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ อย่าลืมตรวจสอบการบริหารงานและการจัดการสหกรณ์ของที่ทำงานเราด้วยว่า ดีแค่ไหน มีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า เพื่อที่จะได้ลงทุนอย่างปลอดภัยครับ ไม่ใช่มองเพียงแต่ผลตอบแทนอย่างเดียว แต่ต้องมองถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นด้วยครับ

4. กองทุนรวม

สำหรับเรื่องกองทุนรวมในข้อนี้จะเน้นไปที่กองทุนที่มีความเสี่ยงมากขึ้นครับ หลังจากที่เราพูดถึงกองทุนรวมในส่วนแรกที่ไว้ใช้พักเงินหรือรับผลตอบแทนระยะสั้นกันไปแล้วในข้อแรก แต่ข้อนี้จะพูดถึงกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ระดับที่ 4 ขึ้นไป ซึ่งตรงนี้ต้องดูจากความเสี่ยงที่ยอมรับได้และผลตอบแทนที่ต้องการของแต่ละคนประกอบกันครับ

เล่น(กับ)หวยก็มีเงินออมได้

 

เล่น(กับ)หวยก็มีเงินออมได้

 

เราเชื่อว่าแมวสีอะไรก็จับหนูได้ เรื่องเงินออมก็เหมือนกัน มันต้องมีวิธีที่ทำให้ออมเงินได้หลายวิธี บางคนอาจจะคิดว่าแค่เรื่องการออมเงินมันไม่เห็นมีอะไรน่าเขียน มันก็แค่การเก็บเงิน แต่เรากลับคิดว่าเรื่องการออม เรื่องง่ายๆที่แต่ละคนคิดว่ามีประโยชน์ แต่ทำไมถึงทำไม่ได้ มันน่าสนใจตรงนี้แหละว่ามันเป็นเพราะอะไร? เรารู้สึกว่ามันก็เลยเป็นเรื่องท้าทายตัวเองอย่างหนึ่งว่า ถ้าเราทำการออมให้มันสนุกขึ้นล่ะ จะมีคนออมเงินมากขึ้นมั๊ย 

 

ถ้าทำอะไรแล้วก็ต้องไปให้สุดทาง หลังจากที่คิดไอเดียออมเงินแล้วหยอดกระปุกออมเงินเป็นเพื่อนแฟนเพจมาจะครบ 2 ปีล่ะ ตอนนี้เราก็ปิ้งไอเดียใหม่เหมาะกับคนที่ชอบลุ้นเลข เลยคิดวิธีออมเงินวันหวยออก ออมแค่เดือนละ 2 ครั้งเท่านั้นเองจ้า

 

สิ่งที่เราทำไปทั้งหมดนี้เพราะอยากจะลงมือทำให้หลายๆคนรู้ว่า คนที่มีเงินน้อยก็ออมได้ แค่สะสมทีละนิด หลังจากนั้นก็หาวิธีทำให้เติบโต เอาล่ะมาดูวิธีออมเงินวันหวยออกกันว่าทำอย่างไรและมีผลงานเป็นยังไงบ้าง อย่างรอช้า เริ่มเลยยยยย…

 

ทุกครั้งที่หวยออก

 

เล่น(กับ)หวยก็มีเงินออมได้

ที่มา : อัลบั้มภาพ “เล่น(กับ)หวย ก็มีเงินออมได้” คลิกที่นี่

เรามีวิธีออมเงินวันหวยออกแบบนี้นะจ๊ะ

  • ออมเงินเลขหน้า 3 ตัว (เลขอะไรก็ได้)
  • ออมเงิน 1-2 เท่าของเลขท้ายรางวัลที่ 1
    • เช่น หวยออกลงท้ายด้วยเลข 29 ก็หยอดกระปุกออมสิน 29 หรือ 58 บาท
  • ออมเงิน 2-4 เท่าของเลขท้าย 2 ตัว
    • เช่น หวยออก 40 เราหยอดกระปุกออมสิน 80 หรือ 120 หรือ 160 บาท
  • ออมเงินเลขท้าย 2 ตัวและกลับเลข
    • เช่น หวยออก 40 เราหยอดกระปุกออมสิน 40 และ 4 บาท (รวม 44 บาท)

 

ผลงานการออมเงินเดือนละ 2 วัน

 

  • ปี 2559 เราออมเงินได้ 1,244 บาท เอาไปซื้อสลากออมสินเรียบร้อยแล้ว
  • ปี 2560 ออมเงินได้ 6,046 บาท เอาไปซื้อกองทุนรวม
  • ปี 2561 ออมเงินได้ 6,473 บาท เอาไปซื้อกองทุนรวม
  • ปี 2562 ออมเงินได้ 6,077 บาท เอาไปซื้อกองทุนรวม

ภาพรวมการออมเงินในช่วงที่ผ่านมา ตามนี้เลยจ้า

เล่น(กับ)หวยก็มีเงินออมได้

เล่น(กับ)หวยก็มีเงินออมได้

เล่น(กับ)หวยก็มีเงินออมได้

เล่น(กับ)หวยก็มีเงินออมได้

เงินเติบโต

 

เงินหลักร้อยรวมกันเป็นเงินหลักพัน รวมกันไปซื้อกองทุนรวม ส่วนตัวเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้สูงมาก เลยเลือกกองทุนรวมหุ้น แบบไม่จ่ายเงินปันผล

 

เล่น(กับ)หวยก็มีเงินออมได้

 

จากภาพนี้เป็นการออมเงินวันหวยออกตั้งแต่เดือน ม.ค. – เม.ย. 60 ออมเงิน 3-4 เท่าของเลขท้าย 2 ตัว เช่น งวดวันที่ 16 เม.ย. หวยออก 40 เราออมเงิน 4 เท่าก็เป็นเงินที่หยอดกระปุกออมสิน 160 บาท สรุปรวม 4 เดือนเราออมเงินได้ 1,371 บาท แล้วเอาไปต่อยอดที่กองทุนรวมได้กำไรมา 9 บาท ช่วงที่ผ่านมามีทั้งขาดทุนและกำไร

 

หลักฐานยืนยันการซื้อขาย

การลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้นจะต้องตรวจสอบได้และมีหลักฐานยืนยันการซื้อขายด้วย แล้วถ้ามีอะไรไม่ถูกต้องจะได้มีข้อมูลไปยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฟ้องร้องกันได้ การลงทุนในกองทุนรวมนั้นจะมี “สมุดบัญชี” ของแต่ละกองทุนที่บันทึกการซื้อขายแต่ละครั้ง ถ้าเราอยากรู้ว่าตอนนี้กองทุนรวมที่ซื้อไปได้ผลตอบแทนเป็นอย่างไรก็ดูได้ที่ “แอพบนมือถือ” ก็ได้ สะดวกม๊ากมากเลยจ้า

นี่เองที่เป็นจุดสังเกตง่ายๆว่าถ้ามีคนชวนเราไปลงทุนที่บอกว่าใช้เงินน้อย ไม่มีความเสี่ยงและได้ผลตอบแทนสูง ควรขอ “หลักฐานยืนยันการซื้อขาย” กับเขาไว้ด้วย จะได้ตรวจสอบได้ว่าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องแล้วเห็นว่าเงินของเราเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไรบ้าง แต่ถ้าคนที่มาชักชวนบ่ายเบี่ยงจะให้คำตอบ ให้สงสัยไว้เลยว่าจะต้องเป็นแชร์ลูกโซ่แน่นอนนะจ๊ะ

ตัวอย่างหลักฐานการซื้อขายกองทุนรวม

เล่น(กับ)หวยก็มีเงินออมได้

การลงทุนมีกำไรและขาดทุน

 

เวลาผ่านไปครึ่งเดือน ที่เคยบอกว่าการลงทุนมีทั้งได้กำไรและขาดทุนมันเป็นตามภาพนี้นะจ๊ะ ถ้าเงินก้อนนี้เป็นเงินเย็นเก็บไว้ยาวก็ไม่เป็นไร รอเวลาได้กำไรแล้วขายออกไปได้ แต่แอดมินตั้งใจให้พอร์ตนี้เป็นตัวอย่างการนำเงินออมาต่อยอดกับการลงทุนก็จะเก็บไว้ยาวๆ เราจะเห็นว่าช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมามีทั้งได้กำไร 9.13 บาทและขาดทุน 15.32 บาท ที่มันผันผวนขนาดนี้เพราะเป็นกองทุนหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงหนะจ๊ะ

 

เล่น(กับ)หวยก็มีเงินออมได้

ข้อมูล 16 พ.ค. 60

 

อัพเดทการลงทุนล่าสุด!!

 

เราจะเข้ามาอัพเดทการลงทุนอยู่เรื่อยๆ จะได้รู้ว่า “การออมเงินทุกวันหวยออก” มีจำนวนเท่าไหร่และวิธีทำให้เงินออมเติบโตเร็วขึ้น โดยการไปเก็บสะสมไว้ที่กองทุนรวม (ควรเลือกตามความเสี่ยงของเรา) ซึ่งตลอดระยะเวลาการซื้อกองทุนรวมที่ผ่านมามีทั้งช่วงที่ขาดทุนแล้วกำไรสลับกันไป แม้ว่ามีราคามีการขึ้นๆลงๆตลอดเวลา  เราลดความเสี่ยงตรงนี้ได้โดยการทะยอยซื้อทีละเล็กละน้อย ซึ่งเราจะได้ในราคาเฉลี่ย

เล่น(กับ)หวยก็มีเงินออมได้

อัพเดทวันที่ 16 ก.ย. 63

 

เราตั้งใจทำทั้งหมดนี้เพื่อจะทำให้แฟนเพจดูว่าอย่ามองข้ามเงินหลักร้อย พอรวมกันก็จะกลายเป็นจำนวนเงินที่มากขึ้น และเงินเล็กน้อยก็ยังลงทุนให้เงินเติบโตได้อีกด้วย สิ่งสำคัญ ควรศึกษาข้อมูของกองทุนรวมให้เข้าใจก่อนการลงทุนและเลือกที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เรารับได้ด้วย ถ้าอยากรู้ว่าเรารับความเสี่ยงได้ในระดับไหน อ่านได้ที่บทความ “เคล็ดลับเลือกกองทุนรวมภายใน 5 นาที” คลิกที่นี่ จะทำให้เราเลือกกองทุนได้ตรงกับตัวเองมากขึ้น

 

 

อย่าลืมว่าการลงทุน…

 

ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง

ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนต่ำ

 

คำเตือน : ถ้าใครชวนไปลงทุนแล้วบอกว่ามันไม่มีความเสี่ยง ใช้เงินนิดเดียวได้ผลตอบแทนสูง อย่าไปเชื่อนะคะ เพราะเราอาจจะเป็นแชร์ลูกโซ่แล้วทำให้เราหมดตัวได้ ช่วงนี้ต้องเตือนบ่อยๆเพราะระบาดหนักม๊าก

 

 

เชื่อว่าหลายคนก็รู้ว่าการออมเงินมันมีประโยชน์ แต่ติดที่ว่าไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร บางคนคิดว่าทำยังไงตัวเองก็ออมเงินไม่ได้ เราอยากให้ลองใช้วิธีนี้ดูนะจ๊ะ ออมเงินเดือนละ 2 ครั้งทุกวันหวยออก ถ้าได้ผลลัพธ์ยังไงก็มากระซิบบอกกันบ้าง พอได้ออมเงินได้แล้วก็หาวิธีทำให้มันเติบโตขึ้นด้วยการลงทุนด้วยนะจ๊ะ 

 

 

ยัง ยัง ยังไม่จบ!!

 

อยากหาฮึดในการออมเงินอ่านบทความต่อได้ที่…

 

 

————

 

เล่น(กับ)หวยก็มีเงินออมได้

PR : Workshop , E-book และหนังสือเล่ม วิธีจัดการเงินขั้นเทพฉบับลงมือทำ อ่านรายละเอียดได้ที่ลิงค์นี้เลยจ้า https://bit.ly/2Dvegib

 

 

 

 

 

 

สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 11 – 15 กรกฎาคม 2559 [WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน]

[WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน] สรุปภาพรวมการลงทุน ช่วงวันที่ 11 – 15 กรกฎาคม 2559

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับผมนาย “อัศวินกองทุน” คนดีคนที่ใช่ ที่จะพาทุกคนไปเข้าใจกับภาพรวมการลงทุนในสัปดาห์ที่ 5 กันต่อกับคอลัมน์ WEEKLY OUTLOOK กับอัศวินกองทุน สรุปสถานการณ์การลงทุนทั่วโลก รวมถึงเทคนิคเลือกลงทุนให้พอร์ทของทุกคนอุ่นใจมากขึ้น กับความไม่แน่นอนในช่วงนี้ครับ

สำหรับช่วงวันที่ 11- 15 กรกฏาคม 2559 นั้น ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเริ่มเข้าที่เข้าทางอีกครั้งหนึ่ง ความผันผวนที่ผ่านมาในสองสัปดาห์ก่อนก็ดูเหมือนว่าจะสงบลง แต่เรายังคงต้องวางแผนการลงทุนต่อไปครับผม เอาล่ะครับ มาเตรียมตัวให้พร้อมกันดีกว่าว่าสัปดาห์นี้ควรลงทุนอะไรบ้างครับ

คลิกเพื่อดูภาพใหญ่

สรุปภาพรวมประจำสัปดาห์ :
ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนลดลง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่ส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยรอบเดือนที่ผ่านมา

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

เศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณถึงการไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งตรงนี้สำคัญครับเพราะว่ามันคือโอกาสที่ดีที่เราจะหันกลับมาใส่ใจตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างจริงจัง ดังนั้นถ้ามีโอกาสผมยังคงแนะนำให้เพิ่มการลงทุนต่อไปครับ

ตลาดหุ้นยุโรป

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลงแรงจากความกังวลต่อเศรษฐกิจชะลอตัวในยุโรป และอาจส่งผลไปถึงสถานะการเงินของธนาคารในยุโรป แต่ในสัปดาห์นี้การประชุมธนาคารกลางอังกฤษน่าจะออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ในความเห็นผมคิดว่าเราควรรักษาระดับการลงทุนไปก่อนครับ

ตลาดหุ้นจีน

เดือน มิ.ย. เศรษฐกิจจีนเริ่มมีเสถียรภาพ รวมถึงความเสี่ยงของการไหลออกของเงินทุนลดลง เงินทุนสำรองต่างประเทศเพิ่มขึ้น และมูลค่าพื้นฐานมีความน่าสนใจ และอย่างที่ทราบกันดีว่าจีนเป็นประเทศที่พึ่งพาอุปสงค์ในประเทศมากกว่า จึงได้รับผลกระทบของความผันผวนที่น้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ ดังนั้นยังยืนยันคำเดิมครับว่ามันคือโอกาสที่เราจะเพิ่มการลงทุนในจีนทั้งตลาด A-SHARE และ H-SHARE ต่อไปครับ

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

สำหรับทางญี่ปุ่นเอง ผมยังคงมีมุมมองว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) น่าจะออกมาตรการกระตุ้นเพื่อแทรกแซงค่าเงินเยนเพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจและมูลค่าพื้นฐานมีความน่าสนใจ ซึ่งจุดนี้อาจจะเป็นจุดที่ตลาดจะเริ่มมีการปรับตัวขึ้นสูง และเป็นโอกาสของเราที่จะเพิ่มสัดส่วนในการลงทุนที่ญี่ปุ่นเช่นกันครับ

ตลาดหุ้นเกาหลี

ถึงแม้ Fed จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย แต่เศรษฐกิจเกาหลีมีการพึ่งพาการส่งออก ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ดังนั้นสัปดาห์นี้ผมอยากแนะนำแค่เพียงให้รักษาระดับการลงทุนต่อไปก่อนครับ

ตลาดหุ้นไทย

ทางด้านตลาดหุ้นไทยนั้น ช่วงนี้มีเงินทุนต่างประเทศไหลเข้าตลาดหุ้นต่อเนื่องจากการคาดการณ์ภาวะดอกเบี้ยต่ำหลังจาก Fed ไม่ส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ย และมีปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ผมจึงแนะนำให้ปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นอินเดีย

ยังคงมีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง ภาคเศรษฐกิจอินเดียยังคงมีพื้นฐานดี การบริโภคมีแนวโน้มฟื้นตัว แถมยังมีปริมาณน้ำฝนที่มากเป็นตัวสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ และจากสภาวะดอกเบี้ยต่ำทั่วโลกแบบนี้ ย่อมมีโอกาสที่จะทำให้เงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียเกิดใหม่ที่มีพื้นฐานเศรษฐกิจดีอย่างอินเดียต่อไปอีกระยะหนึ่งครับ ดังนั้นในช่วงสัปดาห์นี้ผมอยากแนะนำให้ทยอยซื้อเพื่อลงทุนเพิ่มในตลาดหุ้นอินเดียกันครับ

เงินสดและกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น

เนื่องจากสินทรัพย์เสี่ยงมีความผันผวน ควรเพิ่มการถือครองเงินสดและการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อรอจังหวะการลงทุนที่เหมาะสมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เราต้องใส่ใจครับ ดังนั้นควรเพิ่มการถือครองเงินสดและกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นเหล่านี้ไว้ด้วยนะครับ

น้ำมัน

ทางด้านราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยการปรับตัวขึ้นจะเป็นไปอย่างจำกัดจากอุปทานที่ยังล้นตลาด แต่การปรับลงจะไม่รุนแรงโดยมีปัจจัยบวกจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของประเทศไนจีเรียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมัน ซึ่งสถานการณ์ที่ทรงๆตัวแบบนี้ การคงการลงทุนไว้คงจะดีที่สุดครับ

ทองคำ

สำหรับทองคำผมคาดว่าปัญหาในอังกฤษจะไม่ส่งผลต่อเนื่องรุนแรงสู่เศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ขยายตัวต่อเนื่องจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำลง แบบนี้เห็นทีคงต้องลดการลงทุนทองคำซะแล้วครับ (ถ้าใครมีกำไรทองคำในช่วงนี้ จัดการให้ดีกันนะครับ)

ตราสารหนี้ไทย

ราคาพันธบัตรรัฐบาลไทยช่วงอายุ 1-3 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการลงทุนของต่างประเทศ หลัง Fed ไม่ขึ้นดอกเบี้ยจากการประชุมในเดือนที่ผ่านมา การถือครองตราสารหนี้ไว้ถือเป็นตัวช่วยในการกระจายความเสี่ยง ดังนั้นคงการลงทุนไว้ที่จุดนี้ดีที่สุดครับ

จบกันไปอีกแล้วครับ สำหรับการวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในสัปดาห์ที่ 5 กับผม “อัศวินกองทุน” หวังว่าข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ จะสามารถช่วยให้นักลงทุนทุกท่านตัดสินใจในการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ตามความต้องการได้อย่างเหมาะสมนะครับ ถ้าใครสังเกตดีๆ จะเห็นว่าสัปดาห์นี้เป็นโอกาสในการลงทุนทั้งตลาดหุ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed Market) อย่างสหรัฐฯ และ ญี่ปุ่น รวมถึงตลาดหุ้นในประเทศที่กำลังพัฒนา (Emerging Market) อย่างประเทศจีน และ อินเดีย ที่ผมแนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนใช่ไหมครับ ซึ่งนี่แหละครับคือการตอกย้ำว่า ผลกระทบของเศรษฐกิจทั้งโลกนี้กำลังเชื่อมโยงกันอย่าง

“5 เรื่องต้องรู้ก่อนลงทุนกับคอนโดตากอากาศ”

หน้าร้อนแบบนี้คนส่วนใหญ่ต่างก็คลายร้อนด้วยการไปพักผ่อนแถวชายทะเล เรียกได้ว่าเป็นช่วงไฮซีซั่นสำหรับการเที่ยวทะเลเลยก็ว่าได้ และสำหรับคนที่หายใจเข้าออกก็เป็นทะเลบอกได้ว่าการมีบ้านหรือคอนโดตากอากาศแถบชายทะเลนี่สวรรค์ชัดๆ เพราะนอกจากเราจะได้อยู่ติดกับทะเลแล้วเรายังได้รับการบริการไม่ต่างจากการพักในโรงแรมหรือรีสอร์ทแต่มีความสะดวกสบายไม่ต่างจากการพักผ่อนที่บ้านตัวเอง

 

สำหรับนัก (อยาก) ลงทุนหลายคนที่มองเห็นโอกาสที่จะสร้างรายได้จากที่อยู่อาศัยสำหรับการท่องเที่ยวที่ไม่รู้จะเริ่มต้นจากจุดไหนดี วันนี้ Money Ideas มีกุญแจ 5 ดอกที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นลงทุนเกี่ยวกับบ้านและคอนโดตากอากาศแบบแน่นๆ มาฝากกันค่ะ

 

 

กุญแจดอกที่ 1 : เราลงทุนเพื่ออะไร?

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างพิเศษกว่าการลงทุนแบบอื่น เพราะการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน บ้าน หรือกระทั่งคอนโดตากอากาศนั้น หากคุณไม่รู้เป้าหมายว่าลงทุนไปเพื่ออะไร นั่นจะทำให้การลงทุนนั้นผิดพลาดหรืออาจจะวางแผนการลงทุนผิดไปจากความต้องการที่แท้จริง

     

บางคนต้องการซื้อเก็บไว้เพื่อใช้พักผ่อนตากอากาศเวลามาพักผ่อนกับครอบครัว บางคน บางคนต้องการลงทุนเพื่อปล่อยให้เช่า หรือบางคนต้องการลงทุนเพื่อเก็งกำไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

แม้ว่าเป้าหมายการลงทุนทั้ง 3 แบบนั้นแม้จะมีผลลัพธ์คือการซื้อคอนโดตากอากาศเหมือนกันแต่การคิดคำนวณค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นควรตอบคำถามเพื่อสร้างเป้าหมายที่ชัดเจน

 

 

กุญแจดอกที่ 2 : ที่ไหนที่เราควรลงทุน?

อย่างที่บอกกันไปแล้วว่าการลงทุนในอสังหาริมทรพย์นั้นมีความพิเศษต่างจากการลงทุนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด นั่นเพราะการลงทุนแบบนี้สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ ทำเลของอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ เพราะเมื่อคุณตัดสินใจลงทุนแล้ว และมีสถานที่ๆ หมายตาเอาไว้ ควรคำนึงด้วยว่าบ้านหรือคอนโดตากอากาศควรอยู่ในทำเลที่ตั้งที่เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น หัวหิน พัทยา หรือภูเก็ต (สำหรับคนส่วนใหญ่มักเลือกไปเที่ยวทะเลมากกว่าท่องเที่ยวภูเขา)

หากทำเลบ้านพักตากอากาศที่เราลงทุนไม่อยู่ในทำเลเหล่านี้ก็อาจจะมีโอกาสในการทำกำไรลดล

 

และอย่าลืมว่าก่อนการลงทุนซื้อบ้านพักหรือคอนโดตากอากาศทุกครั้ง สิ่งที่ควรทำคือ การออกสำรวจพื้นที่จริง! นั้นเพราะถึงแม้โครงการจะมีข้อมูลมาให้ก็ตามแต่จงถือคติว่า ‘สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น’ การที่เราได้ออกสำรวจพื้นที่ด้วยตนเองนอกจากจะเห็นพื้นที่จริง เรายังได้เรียนรู้สภาพพื้นที่อย่างใกล้ชิดทุกสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบโครงการ

 

 

กุญแจดอกที่ 3 : เรามีงบในการลงทุนเท่าไหร่?

เมื่อเราเลือกทำเลของคอนโดตากอากาศหรือบ้านพักได้แล้ว สิ่งที่ควรพิจารณาควบคู่ไปด้วยคืองบประมาณที่เรามีเพื่อใช้ในการลงทุน เมื่อเราลงทุนในคอนโดตากอากาศหรือบ้านพัก และเลือกลงทุนแบบปล่อยให้เช่า ก็ต้องคิดคำนวณต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าดูแลรักษาส่วนกลาง ค่าทำความสะอาดและค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อที่เราจะสามารถกำหนดราคาค่าเช่าและผลตอบแทนจากการปล่อยเช่ารวมไปถึงสามารถกำหนดกลุ่มของเป้าที่อาจจะเข้ามาเป็นผู้เช่าได้อีกด้วย

     

แต่หากเลือกลงทุนเพื่อการเก็งกำไรแล้ว อาจจะเน้นเลือกคอนโดตากอากาศที่มีความเป็นส่วนตัวและมีพื้นที่ติดชายฝั่ง หรืออยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวหรือห้างสรรพสินค้าซึ่งแน่นอนว่าราคาที่ดินแถบนั้นย่อมเพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน

 

 

กุญแจดอกที่ 4 : ใครที่จะมาเป็นผู้เช่าของเรา

เราต้องรู้ว่าผู้เช่านั้นมีลักษณะเป็นยังไง จากข้อที่ผ่านมาเราสามารถระบุกลุ่มผู้เช่าได้จากการกำหนดราคาค่าเช่า แต่ในข้อนี้เราจะเลือกคอนโดตากอากาศหรือบ้านพักโดยพิจารณาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือผู้เช่าเป็นหลักเช่น ผู้เช่าเป็นคนต่างประเทศหรือภายในประเทศมากกว่ากัน ยกตัวอย่างแถบหัวหินที่อาจจะเน้นผู้เช่าที่เป็นชาวยุโรป เช่น ชาวเยอรมัน เดนมาร์ก หรือสวีเดน ที่นิยมมาพักผ่อนที่คอนโดพักตากอากาศแถบชายทะเลพร้อมครอบครัว ยิ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน แล้วยังมีบริการที่มีมาตรฐานก็ยิ่งตอบโจทย์ผู้เช่าเป็นที่สุด

เรียกได้ว่าการลงทุนในบ้านหรือคอนโดตากอากาศไม่ใช่เรื่องที่เราต้องใส่ใจแค่ตัวบ้านหรือคอนโดเท่านั้น แต่เราต้องคิดแทนผู้เช่าเพื่อตอบโจทย์ให้ได้ด้วย

 

 

กุญแจดอกที่ 5 : คนดูแลบ้านเป็นอย่างไร?

พออ่านมาจนถึงข้อนี้หลายคนก็คงคิดว่าเรื่องนี้สำคัญตรงไหน? ขอบอกก่อนว่าคนดูแลบ้านในที่นี่ไม่ใช่หมายถึงคนที่ดูแลหรือทำความสะอาดบ้าน แต่หมายถึงเจ้าของโครงการที่คอยบริหารจัดการดูแลทั้งเรื่องความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการต่อผู้เช่า เพราะตัวคุณไม่ได้อยู่กับตัวผู้เช่าตลอดเวลา ทีมบริหารจัดการต่างหากที่ถือว่าเป็นตัวแทนของคุณ ยิ่งทีมผู้บริหารดูแลเป็นมืออาชีพและบริหารดีมากเท่าไหร่ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระของเราในส่วนนี้ได้มากเท่านั้น

ก่อนลงทุนในบ้านหรือคอนโดตากอากาศ สิ่งแรกสุดที่ควรทำคือการเตรียมตัวให้พร้อม ซึ่งอาจจะใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือนเพื่อเตรียมพร้อมตั้งแต่เรื่องการวางแผน ค้นหาทำเลโครงการ พิจารณาจุดเด่นหรือข้อจำกัดของโครงการและคิดคำนวณผลตอบแทน ซึ่งทุกขั้นตอนนี้หากเราไม่เชี่ยวชาญหรือไม่มีเวลาก็ตาม ก็มีเอเจนซี่ที่เชี่ยวชาญด้านการซื้อขายบ้านพักตากอากาศมาเป็นผู้ช่วย แต่คุณเองก็ควรรู้และศึกษาข้อมูลที่สำคัญๆ ทุกข้อมูลเพราะหากลงทุนพลาดก็อาจเจ็บตัวกันไม่ใช่น้อย

 

 

แน่นอนว่าวันนี้นอกจากเราจะนำเสนอเทคนิคการเลือกซื้อคอนโดตากอากาศแล้ว เรายังมีตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่อยากเริ่มต้นลงทุนในคอนโดตากอากาศ กับ “โครงการ Veranda Residence Huahin คอนโดหรูร&#

5 ขั้นตอนเริ่มต้นแบบง่ายๆ สำหรับ “คนเก็บเงินไม่อยู่”

หลายคนไม่ใช่ไม่อยากเก็บเงินนะ… แต่รู้สึกว่า…มันยาก!!

โดยเฉพาะคนที่ดูดวงมาแล้วหมอบอกว่า…คนอย่างเรา “เก็บเงินไม่อยู่”

ชีวิตมันก็มักจะเป็นไปตามคำทำนายเสียด้วยสิ!

มาดามฟินนี่ก็เป็นแบบนั้นค่ะ

กว่าจะเริ่มมีเงินเก็บจริงจัง ปาไปอายุ 30 กว่า!!

หลังจากลุกขึ้นมาตั้งสติ คิดถึงอนาคต ก็ได้ค้นพบว่าตัวเองใช้ 5 ขั้นตอนนี้จนทำให้มีเงินเก็บ

มาดามใช้เองแล้วได้ผล เลยอยากเอามาแชร์ให้ใช้กันค่ะ

1. ได้มาแล้วเก็บก่อน เหลือเท่าไร ให้ใช้ได้แค่นั้น

ขั้นนี้สำคัญมาก ถ้าใช้ก่อนแล้วค่อยเเก็บ…ไม่มีทางเหลือไปเก็บแน่นอนค่ะ

แถมคนสมัยนี้ก็ใจอ่อน วินัยอ่อน ถึงเงินสดหมด ก็รูดบัตร กดเงินจากบัตรกดเงินสดมาใช้ได้อีก

เจ้าใจอ่อนนี่แหละค่ะ…ตัวการที่พาฐานะของเราอ่อนยวบลงไปด้วย

แนะนำ ลองเริ่มที่ 5% ของรายได้ที่เข้ากระเป๋า ส่วนเป้าหมาย คือ 10% ต่อไปหากดัดนิสัยให้รักการเก็บเงินได้แล้ว ก็ค่อยๆ เพิ่มเปอร์เซ็นต์ให้มากขึ้น แต่ตอนนี้เอาแค่นี้ก่อนเถอะ!

2. เงินเก็บนั้นไซร้..วางไว้ให้ไกลมือ

ในเมื่อเราเป็นคนที่ไม่ถูกกับเงิน อยู่ใกล้กันแล้วเงินละลาย

แนะนำ เริ่มฝากประจำ แบบหักบัญชีอัตโนมัติ เอาวันที่เดียวกับเงินเดือนออกเลยนะ อย่าให้เงินถึงมือเราค่ะ แวะไปเก็บก่อนเลย ถึงเมื่อไร มีเรื่องให้ใช้แน่นอน

3. หมั่นชื่นชมความเจริญเติบโตของเงินเก็บ

ข้อนี้แปลกค่ะ หากเราหลับหูหลับตาเก็บเงินได้สัก 3 เดือนขึ้นไป

ลองกลับมาดูเงินในบัญชีอีกที ทีนี้เราจะไม่อยากไปแตะต้องมันเอง

มันเหมือนปลูกต้นไม้ดอกไม้น่ะค่ะ เมื่อมีความงอกงาม เราก็จะรู้สึกภูมิใจ มีความสุขที่เห็นมันโต ไม่อยากให้มันตาย

แนะนำ ทุก 3 เดือน มาดูเงินเก็บพร้อมดอกผล วางมือแนบอก ขอบคุณตัวเองที่ทำได้ จงภูมิใจ

4. เวลาจะใช้เงิน ให้คิดว่า…ต้องแลกกับอะไร?

เมื่อกิเลสมาเยือน มือสั่นจนจะลั่นควักจ่าย

หยุดคิดสักนิดเป็นภาพในหัวว่า…จะดีกว่ามั้ย? ถ้าเงินก้อนนี้ไปอยู่กับเงินเก็บ…ที่เจริญเติบโตอย่างงดงาม

แล้วคิดต่อสิ ถ้าเงินนี้ไม่จ่ายออกไป เก็บไว้อีก 10 ปีข้างหน้า ดอกทบต้น ต้นทบดอก

เงินก้อนนี้ยังอยู่+โตได้ด้วยดอกเบี้ยหรือผลตอบแทน โอ๊ย…จะพาลเสียดายไม่อยากใช้ขึ้นมาเองค่ะ

แนะนำ ให้คิด “สคริปต์บทพูดพร้อมภาพประกอบ” อนาคตของเงินเก็บหรือสิ่งที่เราจะเก็บเงินไปซื้อ จากนั้นเทียบกันค่ะ มือซ้าย…ของที่จะช้อปปิ้งด้วยอารมณ์ชั่ววูบ มือขวา…เงินเก็บและอนาคตอันงดงาม

5. เมื่อรายได้เพิ่ม ให้เก็บเงินเพิ่มขึ้นทุกครั้ง

เช่น ปีนี้รายได้หรือเงินเดือนเพิ่ม 5%

จากเดิมที่เคยเก็บเงินที่ 10% ของเงินเดือน ให้ลองเพิ่มเป็น 12%

นั่นแปลว่า จาก 5% ของรายได้ที่เพิ่มขึ้น แบ่งมาเก็บ 2% แล้วใช้ชีวิตหรูขึ้นได้อีก 3%

หากทำแบบนี้ได้ ยิ่งรายได้มาก เงินเก็บจะยิ่งมาก

แนะนำ ให้คิดไปเลยว่านี่ไม่ใช่เรื่องยาก เราทำได้สบายมาก! นี่คือวิธีคิดของคนที่จะ “สบายในบั้นปลาย” ชีวิตมีแต่เรื่องดี ทั้งเงินเก็บที่เพิ่มขึ้นแบบอัตราเร่งให้อุ่นใจ ในขณะเดียวกันก็มี่ชีวิตที่ดีขึ้น ใช้เงินเพิ่มขึ้นได้แบบมีสติ

จุดตาย จุดอ่อนของ “คนเก็บเงินไม่อยู่” มาดามรู้ชัด มันคือ… “การอัพเกรดไลฟ์สไตล์” ค่ะ!

หากเราไม่ทำข้อ 5 รายได้เพิ่มเท่าไร ใช้เพิ่มขึ้นเท่านั้น นานวัน เงินเก็บเราจะไม่พอยาไส้ในยามเกษียณค่ะ

เพราะคิดดู… เงินเก็บโตก็จริง แต่รายจ่ายโตเร็วยิ่งกว่า

          – อย่าเปลี่ยนรถ เปลี่ยนมือถือ บ่อย

          – กิน เที่ยว ให้พอดีตัว อย่ายกระดับความหรูทุกปี (ตามที่เห็นชาวบ้านทำ)

เอาเข้าจริงๆ ชีวิตคนเรา 30 ลิขิตฟ้า 70 ต้องฝ่าฟันค่ะ

ดวงกำหนดชีวิตมาส่วนนึง แต่นิสัยเรากำหนดชีวิตเป็นส่วนใหญ่กว่า

อยากเปลี่ยนชีวิต อยากแก้ดวง ให้แก้ที่การกระทำค่ะ

ใครจะบอกว่าเราเป็น “คนเก็บเงินไม่อยู่” ยังไง เราก็แก้ความเชื่อแบบนี้ได้

เราแก้ได้แน่นอน…ถ้าเรารักและเห็นแก่อนาคตตัวเองมากพอ

“เก็บเงิน” น่ะ ไม่ยากค่ะ…ขอแค่เชื่อว่าเราทำได้ และรู้ชัดว่าเราจะทำไปทำไม และทำเพื่อใคร

โอเคนะ

มาดามฟินนี่

กองทุนไหนดี Ep.9 : Fund Fact sheet ตัวใหม่ ไฉไลกว่าเดิม!

สวัสดีครับ กลับมาพบกับพรี่หนอม TAXBugnoms เจ้าเก่าเจ้าเดิม กับหน้าที่เพิ่มเติมในการสรุปประเด็นเด็ดเจ็ดสีจากรายการ “กองทุนไหนดี ? Weekly” พบกันประจำทุกสัปดาห์ ที่จะทำให้คุณรู้ว่ากองทุนไหนดี กองทุนไหนเด่น เพื่อให้เลือกกองทุนได้เหมาะสำหรับตัวคุณมากที่สุดครับผม

สำหรับ กองทุนไหนดี ? ตอนที่ 9 นี้ ถือว่าเป็นตอนพิเศษมาก ๆ ครับ เนื่องจากได้รับเกียรติจากทางคุณจอมขวัญ พงศ์สกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายธุรกิจจัดการลงทุน จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่จะมาให้ข้อมูล Fund Fact Sheet ตัวใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเริ่มใช้ในเดือนมิถุนายน 2560 นี้ (สำหรับกองทุนออกใหม่) และจะปรับให้เป็นแบบเดียวกันทุกกองทุนภายในสิ้นปี 2560 นี้ครับ

เกริ่นก่อนครับว่า งานนี้ Fund Fact Sheet ฉบับใหม่จะมาในรูปแบบของ Interactive ครับ ซึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจนั้น ผมสรุปมาให้แล้วครับ เอาล่ะ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับผม

Fund Fact Sheet ใหม่ ไฉไลกว่าเก่ายังไง?

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า Fund Fact Sheet คืออะไร ผมเรียกให้ง่ายขึ้นละกัน มันคือหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญของกองทุน เพื่อให้ตัวนักลงทุนได้ศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกันก่อนตัดสินใจจะลงทุน โดยมีข้อมูลต่าง ๆ ที่สำคัญ คือ ข้อมูลของกองทุน ผลการดำเนินงานของกองทุน การกระจายการลงทุน และสัดส่วนการลงทุนต่าง ๆ

โดยความสำคัญของการอ่าน Fund Fact Sheet นั้นเปรียบเทียบเหมือนกันกับข้อมูลที่เราควรรู้ เหมือนกับการอ่านฉลากยาก่อนใช้งาน ซึ่งก่อนที่จะลงทุนในกองทุนนั้น เราเองก็ควรจะรู้ว่ากองทุนนั้นมีรายละเอียดการลงทุนว่า เขาเอาเงินไปลงทุนอะไรบ้าง ??? บางครั้งดูแต่ผลตอบแทนอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดูถึงไส้ในของมันด้วยว่าไปลงทุนในสินทรัพย์อะไรบ้าง

แต่อย่างที่ทราบกันดี Fund Fact Sheet ในปัจจุบันนั้น มีข้อมูลค่อนข้างอ่านยากไปเสียหน่อย หรือนักลงทุนดูแล้วอาจจะรู้สึกเข้าใจยากไปสักนิด ซึ่งตัว Fund Fact Sheet ใหม่นั้นจะออกมาแก้ปัญหาในเรื่องเหล่านี้ ผ่านมิติของภาพที่สื่อความหมายได้ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงใช้รูปแบบเดียวกันกับทุกกองทุนในประเทศไทยครับ

นอกจากนั้นยังเพิ่มในส่วนของ Interactive ที่สามารถคลิกเข้าไปดูข้อมูลเชิงลึกได้ง่ายขึ้นและสะดวกขึ้น สำหรับนักลงทุนที่คิดว่าตัวเองยังไม่เข้าใจ จะสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้นแน่นอนครับ

มาลองดูตัวอย่างของ Fund Fact Sheet ใหม่กันครับ… โดย Fact Sheet ตัวใหม่จะมีอยู่ 7 เรื่องหลัก ๆ ที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจ ดังนี้ครับ

  1. คุณกำลังจะลงทุนในอะไร : เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจว่ากองทุนนี้คือกองทุนอะไร ประเภทใด เพื่อช่วยในการพิจารณาข้อมูลของการลงทุนได้ง่ายขึ้น
  2. กองทุนนี้เหมาะกับใคร : Fact Sheet ตัวนี้จะบอกว่า “เหมาะกับใคร” และ “ไม่เหมาะกับใคร” เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่ากองนี้เหมาะสมกับความต้องการของเราหรือเปล่า
  3. คุณต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ : บอกถึงเรื่องของความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุน เพื่อให้รู้ว่ามีเรื่องไหนทีต้องระวังและนำมาตัดสินใจบ้าง เพื่อให้สามารถยอมรับความเสี่ยงในการลงทุนให้ง่ายขึ้น
  4. สัดส่วนของสินทรัพย์ที่ลงทุน : ดูรายละเอียดในไส้ในว่ากองทุนนี้นำเงินของเราไปลงทุนในอะไรบ้าง เพื่อให้รู้ว่าเงินของเราไปอยู่ที่ไหน มีสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดบ้าง
  5. ค่าธรรมเนียม : บอกให้ชัดเจนว่าค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บเท่าไร และเมื่อเปรียบเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกันจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรลงทุนในกองทุนนี้หรือไม่
  6. ผลการดำเนินงาน : ให้เห็นว่าที่ผ่านมา (ตั้งแต่ 10 ปีหรือจัดตั้งกอง) มีผลการดำเนินงานอย่างไรบ้าง ดีหรือไม่ดีอย่างไร เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนของผลดำเนินงานมากขึ้น
  7. ข้อมูลอื่น ๆ : รายการที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการลงทุนที่ควรรู้ เช่น ซื้อที่ไหน รายละเอียดอื่น ๆ มีอย่างไรบ้าง ฯลฯ

นอกจากนั้น ตัว Fund Fact Sheet ที่ว่านี้จะถูกนำไปใช้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อให้คนที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นสามารถเลือกลงทุนได้เหมาะสมกับความเสี่ยงและความต้องการครับ เพราะเงินก้อนนี้ถือว่าเป็นเงินลงทุนอีกก้อนหนึ่งที่สำคัญเพื่อที่จะนำไปใช้หลังเกษียณนั่นเองครับ

สุดท้ายก่อนจากกัน คุณจอมขวัญยังได้ฝากเทคนิคการลงทุนของตัวเองไว้ครับ นั่นคือ ออมมาก-ออมนาน-ออมเป็น โดยเริ่มต้นการออมเงินตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน แม้ว่าเงินจะน้อยก็ตาม แต่ยังใช้หลักการ DCA ทยอยซื้อจากเงินเดือนของตัวเองไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่มีรายได้ (ออมมาก – เริ่มต้นไว)

ประกอบกับทัศนคติที่ดีในการลงทุน (ออมผ่านกองทุนรวมตลอด) เวลาหุ้นขึ้นก็จะรู้สึกดีใจ แต่ถ้าช่วงไหนที่หุ้นลงก็ยังมองว่าเป็นการซื้อของถูกอยู่ เพราะเรายังต้องเก็บระยะเวลาอีกนาน (ออมนาน – คิดถึงตอนเกษียณ) ดังนั้นเงินที่ลงทุนในตอนนั้นก็ไม่ได้มีผลอะไรกับเราในตอนนั้นอยู่ดี เนื่องจากเป้าหมายของเรานั้นเป็นระยะยาว

นอกจากนั้น สินทรัพย์ที่เลือกลงทุนส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในหุ้น (ผสมกันหลายกลุ่ม) เพื่อให้เงินมันมีโอกาสเติบโตระยะยาว (ออมเป็น – ผลตอบแทนสูง) และได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนครับ

สำหรับเรื่องการบริหารจัดการการใช้จ่าย จะใช้ฝากในเงินฝากธนาคารเป็นหลัก เพื่อนำไปบริหารจัดการใช้จ่าย โดยแยกออกจากการลงทุนอย่างชัดเจนครับ ซึ่งจะเห็นว่าเป็นการบริหารจัดการเงินอย่างมีหลักการ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save