ทางลัดไม่มีจริง แต่ทางออกมีเสมอ ถ้ารับผิดชอบและสู้ไม่ถอย เคล็ดลับจัดการหนี้เกือบ 1,000 ล้าน จากความผิดพลาดทางธุรกิจของ “เชน ธนา”

ทางลัดไม่มีจริง แต่ทางออกมีเสมอ ถ้ารับผิดชอบและสู้ไม่ถอย เคล็ดลับจัดการหนี้เกือบ 1,000 ล้าน จากความผิดพลาดทางธุรกิจของ “เชน ธนา”

เราเชื่อว่าชาว Y2K แทบทุกคนต้องเคยได้ยินชื่อ Nice 2 Meet U บอยแบนด์สุดฮิตในยุคหนึ่งที่มีเพลงติดหูอยู่มากมาย …แต่ถ้านั่นฟังดูไกลเกินไปสำหรับคนรุ่นใหม่ ชื่อของ “เชน ธนา” ก็น่าจะคุ้นหูอยู่ดี จากอดีตศิลปินวัยรุ่นขวัญใจแฟนคลับ สู่บทบาท นักธุรกิจไฟแรง ที่ครั้งหนึ่งเคยพาธุรกิจเติบโตสุดขีด

ก่อนจะต้องเผชิญมรสุมลูกใหญ่ ทั้งคดีฟ้องร้องและแรงกดดันรอบด้าน จนชื่อของเขาเคยขึ้นหน้าสื่อแทบทุกสำนัก

วันนี้ aomMONEY อยากพาเพื่อน ๆ มาถอดบทเรียน “การเงินที่ชีวิตเป็นคนสอน” ของเชน ธนา เพราะเรื่องราวของเขา ไม่ได้มีแค่ด้านสว่าง แต่เต็มไปด้วยบททดสอบที่จริงเกินกว่าจะมองข้าม โดยเฉพาะใครที่กำลังต่อสู้อยู่กับ “หนี้” โพสต์นี้อาจทำให้คุณมองหนี้ในมุมใหม่ และมีแรงลุกขึ้นสู้อีกครั้ง

เส้นทางสู่การเป็นนักธุรกิจ

หลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ แต่เชน ธนา มีหัวคิดด้านการทำธุรกิจและมีประสบการณ์การเป็นผู้ประกอบตั้งแต่สมัยยังเป็นนักร้อง มดดำ คชาภา พูดถึงคุณเชนไว้ว่า

“เชน ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุ 19 ตั้งแต่รู้จักเชนมา ก็รู้แล้วว่าเขาขายเสื้อผ้าที่สยาม คือมีหัวการค้า ทำ Gift Shop จากเกาหลี เชนก็เป็นคนแรกๆ ที่เริ่มนะ เพราะฉะนั้น ต้องยอมรับว่าคนคนนี้มีหัวการค้า ขยันและมี Vision ที่ไปได้ – ถ้าวันหนึ่งคนคนนี้จะรวยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะเขาคิดจะทำธุรกิจตลอดเวลา”

(อ้างอิงจากไทยรัฐ ออนไลน์) คุณเชนได้เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยการเปิดร้านขายของนำเข้าจากเกาหลีชื่อ “ซอลมุนปัง” ก่อนที่ในปี 2552-2557 เขาก็ได้ไปทำงานในตำแหน่งฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ให้กับบริษัทวุฒิศักดิ์ คอสเมติก จำกัด

จนปี 2557 คุณเชน ก็ได้ก่อตั้งบริษัท อมาโด้ กรุ๊ป จำกัด (Amado) ซึ่งดำเนินธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในหมวดสุขภาพและความงาม โดยในปี 2564 บริษัทมีรายได้รวมกว่า 2,426 ล้านบาท

วิกฤตเศรษฐกิจที่เขาเองก็โดนด้วย

ในเดือนพฤศจิกายน 2567 คุณเชนตกเป็นข่าวเมื่อถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงค่าสินค้า จากการที่เขาไม่ได้ชำระค่าสินค้า supplier หลายเจ้า เจ้าที่ออกข่าวมีค่าเสียหายกว่า 79 ล้านบาท โดยมีการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” คุณเชนได้เข้าชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมชี้แจงว่าไม่ได้มีเจตนาฉ้อโกงใด ๆ และยอมรับว่า ธุรกิจมีปัญหาจริง แต่เป็นกระบวนการปกติของธุรกิจที่มีข้อพิพาทเรื่องสินค้า

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องนี้ที่คุณเชนได้ออกมาชี้แจง คือกรณีที่เขาได้ทำการสั่งสินค้าซื้อสินค้าไป แต่สินค้าดันไม่ตรงกับที่สั่งไป คุณเชนชี้แจงไว้ว่า “สั่งซื้อสินค้าสีเหลือง แต่ได้สีส้ม” ทำให้ต้องเรียกคืนสินค้า และเป็นสาเหตุของการขาดทุน เสียทั้งค่าโฆษณา ค่าขนส่ง และต้นทุนที่ไม่เคยถูกนำไปสร้างรายได้

พอสินค้าผิดแผน แผนธุรกิจก็เปลี่ยนตาม นอกจากสินค้าจะมีข้อพิพาทแล้ว ในตอนนั้นคุณเชนก็ได้ไปเหมาช่องสื่อทีวี เพื่อจะโปรโมตและขายสินค้าของเขาผ่านทางทีวี แต่รายได้ไม่เป็นดั่งหวัง

“เมื่อก่อนเคยขายของได้ 200 ล้านบาทต่อเดือนมาแล้ว มันเป็นเงินสุจริต ขายด้วยความสามารถ คนจะโกงที่ไหนจะไปออกทีวีทุกวัน แต่ที่เจ๊งเพราะไปเหมาสัมปทานสื่อ แล้วปีนั้นเกิดสถานการณ์โควิด-19 ต้องใส่มาสก์พูด เราก็หายใจไม่ออก ยอดขายก็เริ่มตก แล้วก็เจ๊ง แก้มาตั้งแต่ 64 จนถึง 68”

คุณเชนยังเผยว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่มันค่อย ๆ ก่อตัวตั้งแต่ปี 2564 เนื่องด้วยปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซา และลากยาวจนกลายเป็นหนี้สะสมที่ยังเคลียร์ไม่จบ ซึ่งคุณเชนก็ได้พยายามต่อสู้เพื่อใช้หนี้ และยื่นอุธรฯ ไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย

หลังเกิดดราม่าก็มีกระแสทั้งให้กำลังใจและต่อว่า บางคนก็ดึงไปประเด็นเรื่องการใช้จ่ายเกินตัว หรือบอกว่าธุรกิจนี้ก็คงคล้ายๆ กับธุรกิจดิไอคอน แต่คุณเชนก็พยายามยืนหยั่นต่อสู้ จนถึงทุกวันนี้เราก็ยังเห็นคุณเชนขายสินค้าแบรนด์ของเขาผ่านทาง Tiktok

เคล็ดลับการใช้หนี้ ของ เชน ธนา

ในช่วงเดือนมีนาคม 2568 ระหว่างไลฟ์สดขาย คุณเชน ได้อัปเดตสถานการณ์สั้นๆ ว่าทุกวันนี้สู้กับหนี้ 890 ล้านบาท และพยายามดูแลทั้งบริษัทให้ไปต่อได้ บางสินค้าเขาก็ต้องยอมเปลี่ยนแพ็กเกจ เพื่อให้ราคาต้นทุนถูกลง

และ เมื่อมีคนมาคอมเมนต์ให้เขาแชร์เคล็ดลับการใช้หนี้แบบที่เขากำลังทำอยู่ให้กับคนที่ดูไลฟ์ คุณเชนบอกว่า ตอนเห็นคำถามนี้เขาก็คิดอยู่เหมือนกันว่า ตัวเขาจะตอบได้ไหม เพราะยังใช้หนี้ไม่หมด

อย่างไรก็ตาม aomMONEY สรุป เคล็ดที่เขากำลังใช้อยู่มาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน เพราะเรามองว่านี่คือเคล็ดลับการใช้หนี้แบบที่ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือการจัดการจิตใจ วินัย และความรับผิดชอบแบบเต็มร้อย

1. ใช้ “หลักใจเขาใจเรา” สื่อสารกับเจ้าหนี้

“มันมีช่วงหนึ่งที่ผมต้องขอโทษเจ้าหนี้ด้วยนะครับ — พอเป็นหนี้ผมรู้ว่ามันก็ผิดแหละ เพราะบางคนเขาก็ต้องเอาเงินไปหมุนในธุรกิจของเขา”

ทุกครั้งที่มีการพูดถึงเรื่องหนี้ คุณเชนจะพูดประโยคแบบนี้ขึ้นมาเสมอ เขาไม่ได้คิดว่าเจ้าหนี้เป็นผู้ร้าย และไม่ได้คิดว่า การเป็นหนี้แปลว่าเราต้องตัดขาดจากเจ้าหนี้ เมื่อมีปัญหา คุณเชนเลือกคุยกับเจ้าหนี้ด้วยความจริงใจ เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเขา “จะรับผิดชอบ” และยังอยู่ตรงนี้ ไม่หนี ไม่เงียบ ไม่หาย

เพราะหนี้บางก้อนไม่ใหญ่เท่าความไม่ไว้ใจที่เกิดจากการเงียบใส่กัน โดยหนึ่งในคนที่น่าจะเป็นข้อพิสูจน์เรื่องนี้ได้ดีก็คือ คุณเมย์ วาสนา หนึ่งในคู่กรณีของ คุณดิว อริสา ที่เคยมาออกรายการโหนกระแส โดยข่าวบอกว่าคุณเชนเคยติดหนี้ทางการค้าคุณเมย์จากกรณีนี้ ถึง 400 ล้านบาท แต่คุณเมย์ไม่โกรธเลยเพราะคุณเชนทยอยจ่ายหนี้ให้เธอมาตลอด

2. โอนเท่าที่ไหว ในทุกวันที่มีรายได้

“ผมโอนเท่าที่ไหวเลยครับ เริ่มจากวันละหมื่นบาทๆ ขายของได้แสนหนึ่งผมก็ซอยเป็นสิบก้อน และโอนให้เจ้าหนี้ทุกคน”

หลักการนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก มันคือการทยอยจ่ายหนี้ แม้จะไม่ได้โปะก้อนใหญ่ แต่การแบ่งจ่ายเล็ก ๆ แบบมีวินัยก็จะช่วยให้หนี้หมดเร็วขึ้น

3. มีสมาธิ

“สำคัญที่สุดคือต้องมีสมาธิ ถ้าจิตใจหดหู่ เราก็จะเครียด”

การเป็นหนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องเงิน แต่คือ ภาวะทางใจ ที่บั่นทอนพลังชีวิต คุณเชนจึงพยายามเคลียร์และสื่อสารกับเจ้าหนี้ เพื่อที่ตัวเขาจะได้สามารถโฟกัสกับการสร้างรายได้ ได้ แม้บางวันเขาต้องตื่นมาไลฟ์ตั้งแต่ ตี 4 เขาก็ยังทำมันได้ด้วยพลังงานที่เต็มเปี่ยม

4. ปรับตัว เพื่อเริ่มใหม่อย่างระวัง

คุณเชนเล่าว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการเสพติดความสำเร็จในอดีต ตัวเขาเองทำธุรกิจมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักร้อง และค่อยๆ ต่อยอดมาเรื่อยๆ เมื่อหันมาทำธุรกิจอมาโด้ของตัวเอง ในช่วงแรกธุรกิจก็มีรายได้ดี คุณเชนเล่าว่า ชีวิตไม่เคยมีหนี้ เสพติดชัยชนะ-ความสำเร็จ

“ตอนนั้นเป็นคนไม่กลัวอะไรเลย ใครชวนมาทำธุรกิจ เราก็ไปทำ ใครชวนขายอะไร เราก็ไปขาย มั่นใจตัวเองมากๆ จนสุดท้ายธุรกิจเริ่มมีปัญหา ก็ต้องขายรถ ขายทรัพย์สินเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้”

“ถ้ารอบนี้ฟื้นขึ้นมาได้ ผมจะใช้ชีวิตอย่างดีเยี่ยม อย่างระมัดระวัง”

สรุป : ความผิดพลาดทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นหนี้ส่วนบุคคลหรือหนี้ธุรกิจเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็มีโอกาสได้พบวิกฤติได้ แต่มุมมองของเราต่อวิกฤตนั้น ต่างหากที่เป็นตัวตัดสินว่าเราจะแพ้หรือจะชนะ ในเรื่องนี้ ตัวของคุณเชนมองว่า วิกฤตนี้คือบทเรียนให้รู้ว่า ความสำเร็จอาจทำให้เราประมาท แต่ความล้มเหลว…จะสอนให้เราเดินอย่างระวังขึ้น

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save