“เงินบำเหน็จบำนาญ” สิทธิที่ข้าราชการต้องเลือก เปิดหลักเกณฑ์การได้รับเงิน เมื่อเกษียณอายุราชการ

เดือนหน้าหรือทุกสิ้นเดือนกันยายนเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของทุกปีสำหรับหลายๆ คนที่ชีวิตจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง คือ การก้าวสู่วัยเกษียณอายุของข้าราชการ ซึ่งการเกษียณอายุราชการเป็นการออกจากราชการโดยผลของกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ “ข้าราชการที่มีอายุครบ 60 ปี บริบูรณ์แล้วจะต้องพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์” โดยกำหนดให้วันที่ 30 กันยายนของทุกปีเป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณ
ด้วยการกำหนดให้ “ข้าราชการที่มีอายุครบ 60 ปี บริบูรณ์แล้วจะต้องพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์” ทำให้การเกิดต่างกันแค่ 1 วัน คือ เกิดวันที่ 1 ตุลาคม ต่างกับ เกิดวันที่ 2 ตุลาคมมากมาย ตัวอย่างเช่น นายสาธิต เกิดเมื่อ 1 ตุลาคม 2506 จะมีอายุครบ 60 ปี เมื่อ 30 กันยายน 2566 และในวันที่ 30 กันยายน 2566 เป็นวันสิ้นปีงบประมาณที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ดังนั้น นายสาธิตจึงต้องพ้นจากราชการเมื่อ 1 ตุลาคม 2566 สำหรับนางสาวหลิง เกิดเมื่อ 2 ตุลาคม 2506 จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เมื่อ 1 ตุลาคม 2566 และวันสิ้นปีงบประมาณที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ คือวันที่ 30 กันยายน 2567 ดังนั้น นางสาวหลิงจะพ้นจากราชการเมื่อ 1 ตุลาคม 2567
สิทธิในการได้รับเงินบำเหน็จบำนาญจากกระทรวงการคลัง
สิทธิและเงินที่จะได้รับกรณีเกษียณ (60 ปี)/ สูงอายุ (ลาออกเมื่ออายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป)/ ทุพพลภาพ/ ทดแทน (ยุบ ยกเลิกตำแหน่ง ให้ออกโดยไม่มีความผิด ออกนอกระบบเกษียณก่อนกำหนด)
อายุราชการไม่ถึง 1 ปี
จะได้รับแต่เงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งประกอบด้วย เงินสะสม 3% + เงินสะสมส่วนเพิ่มของสมาชิก (ถ้ามี) + เงินสมทบจากรัฐ 3% + ผลประโยชน์ของเงินสะสม + ผลประโยชน์ของเงินสมทบ แต่ไม่มีสิทธิรับบำเหน็จบำนาญจากกระทรวงการคลัง
อายุราชการ 1 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 ปี
จะได้รับเงินจาก กบข. และบำเหน็จจากกระทรวงการคลัง
อายุราชการ 10 ปีขึ้นไป
จะได้รับเงินจาก กบข. และเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างบำเหน็จ หรือบำนาญจากกระทรวงการคลัง
วิธีคิดบำเหน็จบำนาญจากกระทรวงการคลัง
บำเหน็จคิดจาก อายุราชการ × เงินเดือนสุดท้าย
บำนาญ* คิดจาก อายุราชการ × เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ÷ 50
*แต่ต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย สรุปง่ายๆ คือ กรณีบำนาญ นับอายุราชการสูงสุดที่ 35 ปี
ถ้าอายุราชการน้อยกว่า 10 ปี คงไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะทุกอย่างถูกกำหนดแน่นอนแล้ว โดยเฉพาะเงินจากกระทรวงการคลัง จะได้บำเหน็จเท่านั้น แต่ถ้าเรามีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป รับบำเหน็จหรือรับบำนาญอย่างไรคุ้มค่ากว่ากัน
เรามาดูการเปรียบเทียบเงินที่ได้รับระหว่างบำเหน็จ กับ บำนาญ โดยสมมติเงินเดือนที่ 50,000 บาท/เดือน (จะใช้เงินเดือนเท่าไหร่ จำนวนเดือนที่เงินบำนาญรวมเท่ากับเงินบำเหน็จก็จะเท่ากันเสมอ คือ 50 เดือน หรือ 4.17 ปี)
หากเรามีอายุหลังจากได้รับบำนาญเกินกว่า 50 เดือน จำนวนเงินบำนาญที่เราได้รับจะมากกว่าการเลือกรับบำเหน็จ ยิ่งเราอายุยืนมากเท่าไหร่ จำนวนเงินบำนาญรวมจะมากกว่าเงินบำเหน็จมากเท่านั้น
นอกจากนี้ข้าราชการที่เลือกรับเงินบำนาญ จะได้รับบำเหน็จดำรงชีพ 15 เท่าของเงินบำนาญ โดยแบ่งจ่ายเป็น 3 ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1 เมื่อเกษียณอายุราชการ รับไม่เกิน 200,000 บาท
ครั้งที่ 2 เมื่ออายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ (พ้นวันเกิด) รับที่เหลือไม่เกิน 200,000 บาท
ครั้งที่ 3 เมื่ออายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ (พ้นวันเกิด) รับที่เหลือไม่เกิน 100,000 บาท
รวมทั้ง 3 ครั้ง รับไม่เกิน 500,000 บาท
ถ้าเงินเดือนเฉลี่ยสุดท้ายไม่เกิน 33,333.33 บาท (มาจาก 500,000/15) เท่ากับว่า หากเรามีอายุหลังจากได้รับบำนาญเกินกว่า 35 เดือน (มาจาก 50 – 15) จำนวนเงินบำนาญ + บำเหน็จดำรงชีพที่ได้รับก็จะมากกว่าการเลือกรับบำเหน็จแล้ว
อ้าว! แล้วถ้าเสียชีวิตก่อน 50 เดือนล่ะ ทายาทก็จะได้รับ
เงินช่วยเหลือเพื่อใช้ในการจัดการงานศพ = 3 เท่าของเงินบำนาญ
บำเหน็จตกทอด โดยรัฐจะจ่ายให้กับทายาทเมื่อเราเสียชีวิต จำนวน 30 เท่าของเงินบำนาญ - บำเหน็จดำรงชีพที่ได้รับไปแล้ว
สรุป ก็คือ ถ้าเราตายก่อนรับบำนาญครบ 50 เดือน ทายาทจะได้รับเงินรวม 33 เท่าของเงินบำนาญ จำนวนเดือนที่เงินบำนาญรวมเท่ากับเงินบำเหน็จจะลดเหลือ 50 – 33 = 17 เดือน หรือ 1 ปี 5 เดือนเท่านั้น แปลว่าถ้าเราตายหลังรับบำนาญมาแล้ว 1 ปี 5 เดือน การเลือกรับบำนาญคุ้มกว่าการเลือกรับบำเหน็จ
ดังนั้น ถ้าเราเกษียณ (60 ปี)/ สูงอายุ (ลาออกเมื่ออายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป)/ ทุพพลภาพ/ ทดแทน และมีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป การเลือกรับบำนาญเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
เขียนโดย: สาธิต บวรสันติสุทธิ์, นักวางแผนการเงิน CFP
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

