หลังจากที่ LTF เปลี่ยนเป็น 7 ปีปฎิทิน สิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะตั้งคำถามคือ ควรจะลงทุนดีไหม?

ซึ่งถ้าหากถามผมแล้ว "ผมคิดว่าการลงทุนที่ลดหย่อนภาษีได้อย่าง LTF นั้นยังคงน่าสนใจอยู่ เพียงแต่ว่าเราต้องดูว่าตัวเรานั้นเหมาะกับการลงทุนประเภทไหน และเลือกให้เหมาะสมกับที่เราต้องการครับ"

อย่างกองทุนที่จะนำมารีวิวให้ดูในวันนี้ เป็นกองทุน LTF เปิดใหม่ที่กำลังจะ IPO วันที่ 18 – 24 กันยายนนี้ นั่นคือ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาว เซ็ท อินเด็กซ์ หรือชื่อย่อ "SCBLTSET" นั่นเองครับ โดยกองทุนนี้ชูจุดเด่นไว้ 3 ข้อหลักๆ คือ เน้นสร้างผลตอบแทนตามดัชนีอ้างอิง SET Index กลยุทธ์การบริหารแบบเชิงรับ และค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการค่อนข้างต่ำ  ซึ่งแต่ละข้อนั้นมีรายละเอียดดังนี้ครับ

1. ผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนีอ้างอิง SET Index

ผลตอบแทนโดยรวมของดัชนี SET นั้นดีกว่ากลุ่ม SET50 และ SET100 (สังเกตได้จากรูปเส้นสีน้ำเงินที่สูงกว่าเส้นสีอื่นๆ) และถ้าหากมองในช่วงเวลาที่ลงทุนระยะยาวตามอายุการลงทุนขั้นต่ำของ LTF แล้ว (ประมาณ 7 ปีปฎิทินหรือ 5 ปีกว่าๆ) จะเห็นว่ามีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนมากกว่าอย่างที่ว่ามาด้วยครับ นอกจากนี้ดัชนี SET ยังครอบคลุมทั้งหุ้นขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก

ข้อมูลจาก บลจ. ไทยพาณิชย์ และ Bloomberg ณ 31 สิงหาคม 2561

ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต

2. กลยุทธ์การบริหารแบบเชิงรับ

ผู้จัดการกองทุนบริหารกองทุนด้วยกลยุทธ์การบริหารเชิงรับ (Passive Fund Strategy) โดยมีการผ่านกระบวนการ Optimization หรือวิธีการอื่นใดที่ผู้จัดการกองทุนเห็นสมควร ซึ่งข้อดีของการ Optimization ที่ว่านี้ คือ การวิเคราะห์โดยใช้กระบวนการทางสถิติ เพื่อให้กองทุนมีผลตอบแทนและระดับความเสี่ยงใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงมากที่สุด โดยคาดการณ์ Tracking Error จากการวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตของหุ้นรายตัวใน Investment Universe โดยพรี่หนอมขออธิบายเพิ่มเติมจากข้อมูลของกองทุนดังนี้ครับ

โดยส่วนของ Investment Universe นั้น จะมุ่งเป้าไปที่สภาพคล่อง นั่นคือกองทุนไม่จำเป็นต้องลงทุนในหุ้นทุกตัวในดัชนี แต่เน้นหุ้นที่มีสภาพคล่องเป็นหลัก โดยใช้การคัดกรองกลุ่มหุ้นที่สามารถสะท้อนผลการดำเนินงานตลาดได้ใกล้เคียงที่สุด และมีมูลค่าการซื้อขายรายวันที่เหมาะสม เพื่อให้รักษาสภาพคล่องของการลงทุนไว้ได้

หลังจากนั้นจึงมาสร้างพอร์ตลงทุนด้วยกระบวนการ Optimization โดยคาดว่าจะเลือกลงทุนในหุ้นประมาณ 115-130 ตัว และมุ่งเน้นให้มีค่าความคลาดเคลื่อนของผลตอบแทน (Tracking Error) ต่ำที่สุด คือ ไม่เกิน 2% ต่อปี

สุดท้ายจึงใช้วิธีการ Monitor & Adjustment ดูหุ้นรายตัวที่อยู่ในพอร์ตว่ายังสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนหรือไม่ และมีการปรับพอร์ตการลงทุนให้มีค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ในระดับต่ำที่สุด รวมถึงมีการทบทวนหุ้นใน Investment Universe เป็นประจำทุกเดือน

3. ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการที่ค่อนข้างต่ำ

สำหรับข้อนี้เป็นตัวต่อยอดจากกลยุทธ์การบริหารเชิงรับครับ เนื่องจากตัวผู้จัดการกองทุนเองเน้นบริหารจัดการพอร์ตให้มีลักษณะตรงกับดัชนีอ้างอิง จึงคิดค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการในอัตราต่ำ ซึ่งปัจจุบันเรียกเก็บจริง เพียง 0.72% เท่านั้นครับสำหรับค่าธรรมเนียมบริหารจัดการรายปี แต่อย่างไรก็ดี ยังมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอื่นๆ เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยตามตารางด้านล่างนี้ครับ

ทั้ง 3 ข้อนี้เป็นจุดเด่นของกองทุน SCBLTSET ครับ และ กองทุนนี้เหมาะกับนักลงทุนที่สนใจลงทุนใน LTF ให้ได้รับผลตอบแทนตามตลาดหุ้นโดยรวม โดยไม่เน้นการบริหารกองทุนแบบ Active Fund (การบริหารเชิงรุกที่อิงกับมุมมองการลงทุนของผู้จัดการกองทุนเป็นหลัก) ทั่วไปที่มีค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการสูงกว่า

ซึ่งตรงนี้ต้องถามตัวเองให้ชัดครับว่า เราชอบแบบไหนและควรจะเลือกกองทุนแบบไหนมาเข้าพอร์ตการลงทุนของเราอีกทีหนึ่งครับ อย่าลืมศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ สิทธิประโยชน์ทางภาษีก่อนตัดสินใจลงทุน

อย่างไรก็ตามหลังจากเปิดขายแล้ว เราคงต้องใช้เวลาในการลงทุนเพื่อพิจารณาผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุน LTF กองนี้อีกทีหนึ่งว่า ทำได้ตามที่วางเป้าหมายไว้หรือไม่ ซึ่งถ้าทำได้จริงก็บอกเลยครับว่ากองทุนนี้ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบลงทุนแบบเกาะตลาดไปเรื่อยๆ และมีเวลาลงทุนระยะยาวในกองทุน LTF ครับผม

โดยกองทุนนี้มีทั้งกองทุนที่จ่ายปันผล และไม่ปันผลนะครับ ซึ่งกองทุนที่จ่ายปันผลชื่อ SCBLTSETD ส่วนกองที่ไม่จ่ายเงินปันผลนั้นชื่อว่าSCBLTSETA ดังนั้นจำชื่อให้ดีด้วยนะครับ

ถ้าใครสนใจก็ไปศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.scbam.com/medias/campaign/2018/scbltset/scbltset.html หรือ ดูหนังสือชี้ชวนประกอบด้วยนะครับ

บทความนี้เป็น Advertorial