TaxBugnoms

TaxBugnoms

01 November 2017

[Review] ASP-SMELTF กองทุน LTF หุ้นเล็กที่ผลตอบแทนไม่เล็กนะครับ!!!

สวัสดีครับ สำหรับใครที่กำลังมองหากองทุน LTF เพื่อประหยัดภาษี คงจะมีคำถามในใจว่า “กองทุนไหนดี?” โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ ที่มีกองทุน LTF ให้เลือกมากมายจนแทบจะเลือกไม่ถูกแบบนี้ ทั้งหุ้นใหญ่ หุ้นกลาง หุ้นเล็ก จัดพอร์ทเบ็ดเสร็จ ลงทุนแบบผสมนู่นนั่นนี่เต็มไปหมด จนรู้สึกปวดหัว

วันนี้พรี่หนอมเลยถือโอกาสมารีวิวกองทุน LTF อีกตัวหนึ่งที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตัดสินใจ นั่นคือ "กองทุนเปิด แอสเซทพลัส สมอล แอนด์ มิด แคป อิควิตี้ หุ้นระยะยาว" หรือ "ASP-SMELTF" ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก แต่ผลตอบแทนไม่ได้เล็กนะครับ!

เดี๋ยวก่อนนะ! ตอนนี้ลงทุนหุ้นเล็กมันเสี่ยงไม่ใช่เหรอ?

เมื่อพูดถึงการลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก ย่อมต้องมีหลายคนตั้งคำถามแบบนี้อยู่ในใจใช่ไหมครับ แน่นอนว่าพรี่หนอมเองเคยตั้งคำถามแบบนี้เหมือนกันครับ และก็ได้คำตอบว่า ใช่ครับ! หุ้นขนาดกลางและเล็กนั้น มีความเสี่ยงมากกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่แลกกลับมาแน่ๆ คือ โอกาสที่ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าครับ!

ถ้ามองลงไปถึงรายละเอียดกว่านั้น การที่เรามีพอร์ทการลงทุนใน LTF ที่เป็นหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กบ้าง โดยอาศัยการจัดพอร์ทการลงทุนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เรารับได้ ถือว่าเป็นโอกาสที่เราจะได้กระจายการลงทุนมาเพื่อลุ้นผลตอบแทนที่มากกว่าอีกทางหนึ่งด้วยครับ

นอกจากนั้น การลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กนั้น ถ้าเราเลือกหุ้นได้ถูกตัวและเหมาะสม ย่อมลดความเสี่ยงผันผวนที่เกิดจากความเสี่ยงของตลาด (Market Risk) รวมถึงการเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มนี้ มักจะไม่ได้ไปตามตลาดสักเท่าไร (เพราะนักลงทุนไม่ค่อยสนใจลงทุน) นั่นแปลว่า ถ้าหากเราเลือกหุ้นที่ดี พอวันที่ตลาดสนใจ โอกาสการเติบโตก็จะก้าวกระโดดไปไกลกว่าหุ้นใหญ่แน่นอนครับ

แบบนี้แปลว่าถ้าเลือกหุ้นถูกตัว และ ดีจริง

เราก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าใช่ไหม?

ใช่ครับ แต่อย่าลืมนะครับว่า สำหรับกองทุน LTF นั้น เราไม่ต้องเลือกหุ้นเองครับ แต่เลือกโดยผู้จัดการกองทุนที่จะมาจัดการแทนให้ ดังนั้นสิ่งที่มีผลจริงๆกับกองทุนนั้นๆ จะเป็นกระบวนการลงทุนของตัวผู้จัดการลงทุนเอง รวมถึงนโยบายและปรัชญาของทางตัวบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นั้นๆ ว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนอย่างเราต้องใส่ใจมากที่สุดครับ

แล้วกองทุน ASP-SMELTF ตัวนี้มีปรัชญาและกระบวนการลงทุนยังไง?

เท่าที่พรี่หนอมแอบดูจากข้อมูลในการนำเสนอกองทุน ASP-SMELTF นั้น พบว่ากระบวนการลงทุน จะเน้นการ วิเคราะห์จากพื้นฐาน (Bottom-Up Approach) ซึ่งการวิเคราะห์แบบนี้ จะต้องเริ่มจากการคัดเลือกดูหุ้นแต่ละบริษัท เพื่อหากิจการที่สอดคล้องกับเกณฑ์ที่ทางผู้จัดการกองทุนกำหนดไว้  ซึ่งสำหรับกองทุนนี้คือ เลือกลงทุนในกิจการที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโตด้วยราคาที่เหมาะสมครับ

ซึ่งคำว่า “ศักยภาพ” และ “โอกาสเติบโต” นั้น ฟังเผินๆ ก็เหมือนจะเป็นนโยบายทั่วไปใช่ไหมครับ ฮ่าๆ ขออธิบายต่อแบบนี้ครับว่า นิยามของศักยภาพที่ว่านี้ จะพิจารณาจาก ธุรกิจที่มีกลยุทธ์การทำธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ สามารถจับฐานลูกค้าและสร้างการเติบโตได้ ให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ของบริษัท และต้องสอดคล้องกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและสังคม (Mega Trend) อีกด้วยครับ

เมื่อเลือกหุ้นได้แล้ว จะวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกโดยใช้หลักการ Porters 5 Forces และ SWOT Analysis มาประกอบกัน ร่วมกับ การคุยกับทางผู้บริหารของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ว่าทำได้ตามที่พูดและวิเคราะห์หรือไม่ เพื่อให้ตัวผู้จัดการกองทุนได้ข้อมูลที่ชัดเจนที่สุดในการตัดสินใจลงทุนครับ

ส่วนการซื้อขายหุ้นนั้น จะยึดตามวินัย (Buy & Sell Discipline) ที่กำหนดไว้ นั่นคือ “ซื้อ” เมื่อบริษัทมีการเติบโตที่โดดเด่นอย่างสม่ำเสมอ และมีราคาที่สมเหตุสมผลตามพื้นฐาน และ “ขายทันที” เมื่อราคาถึงเป้าหมาย หรือมีปัจจัยทางตรงและทางอ้อมที่มากระทบความสามารถในการสร้างกำไรของบริษัท

เผื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น ทางผู้จัดการกองทุนได้ยกตัวอย่างหุ้นที่เลือกในการลงทุนมาเปรียบเทียบให้ดูถึง 3 กลุ่ม ดังนี้ครับ

อย่างไรก็ตาม… การที่จะทำแบบนี้ได้นั้น ต้องมีความเชื่อในเรื่องของตลาดที่ไม่มีประสิทธิภาพ นั่นคือ ยังมีหุ้นดีๆที่ยังหลบซ่อนอยู่และยังไม่ได้สะท้อนราคาที่แท้จริงออกมานั่นเองครับ

แหม่… พูดมาเยอะแล้วแล้วผลการดำเนินงานเป็นแบบนั้นจริงหรือเปล่า?

เนื่องจากกองทุนนี้เป็นกองทุน IPO ที่จะเปิดให้จองซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 1-21 พฤศจิกายน 2560 จึงไม่สามารถเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ผ่านมาได้ครับ แต่เราสามารถดูได้จากกองทุน ASP-SME ที่เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ 2 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมาจะเห็นว่าได้ผลตอบแทนสูงถึง 12.82% ครับ ขณะที่ SETTRI ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดให้ผลตอบแทนเพียง  6.86% (ที่มา: www.assetfund.co.th ณ 29 กันยายน 2560)

ที่มา: www.assetfund.co.th ณ 29 ก.ย. 60

ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต

แต่เนื่องจากยังเป็นกองทุนที่เปิดใหม่ อาจจะยังไม่สามารถวัดความต่อเนื่องของการดำเนินงานได้ ทาง บลจ. แอสเซท พลัส เลยนำข้อมูลการบริหารของทีมผู้จัดการกองทุนนี้ในอดีตมาให้ดูกันครับ ลองดูและพิจารณาตามรูปด้านล่างได้เลยครับ

(ที่มา: Bloomberg, performance as of 31 Dec16)
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

เห็นบอกว่า… กองทุนต้องดูที่ค่าธรรมเนียมด้วย

แล้วกองนี้ค่าธรรมเนียมเป็นยังไงบ้าง

พรี่หนอมว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไม่ต้องดูที่ค่าธรรมเนียมอย่างเดียวหรอกครับ ดูให้หมดเลยดีกว่าว่ากองทุนนี้มีข้อมูลในการซื้อและขายอย่างไรบ้าง จะได้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องครับ

สำหรับค่าธรรมเนียมที่เห็นนี้ เค้ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีที่เกี่ยวข้องไว้มดแล้วนะครับ ดูโดยรวมแล้วค่าธรรมเนียมอาจจะสูงอยู่สักหน่อย ซึ่งตรงนี้ผู้ลงทุนคงต้องพิจารณาว่า เมื่อเทียบกับโอกาสรับผลตอบแทนที่จะได้รับแล้ว ผู้ลงทุนมองว่าคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าหากมองว่าคุ้มค่าก็จัดไปเลยครับ ฮ่าๆ

ชักจะเยอะนะเนี่ย อ่านมานานแล้ว ช่วยบอกมาเลยดีกว่าว่าซื้อดีไหม?

อันนี้ก็ต้องบอกตรงๆว่า จะซื้อหรือไม่ซื้อ มันอยู่ที่เงินในกระเป๋าและความต้องการของแต่ละคนครับ แต่สามารถบอกได้ว่ากองทุนกองนี้เหมาะกับใครครับ ซึ่งพรี่หนอมขอให้หลักไว้ 3 ข้อเพื่อเป็นเช็คลิสต์สำหรับท่านที่สนใจจะลงทุนนะครับ  คือ

1. อยากลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก พร้อมรับความผันผวนในการลงทุน

นี่คือข้อแรกทีต้องตอบตัวเองให้ชัดเจนครับ ถ้าเป็นคนที่อยากลองลงทุนในหุ้นเล็ก หรือมีหุ้นใหญ่อยู่แล้วแต่อยากกระจายการลงทุนไปในหุ้นเล็กบ้าง โดยที่รับความผันผวนได้ การเติมกองทุนนี้เข้าไปในพอร์ต LTF ก็ถือว่าน่าสนใจเลยครับ อ้อ กองทุน LTF กองนี้ลงทุนในหุ้นไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินกองทุนรวมนะครับ และยังมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนอีกด้วยครับ

2. ไว้ใจและเชื่อในกระบวนการการลงทุน

จากที่พรี่หนอมเล่ามาทั้งหมด ถ้าอ่านแล้วเข้าใจและรู้สึกว่าแนวคิดและกระบวนการของทางผู้จัดการกองทุนนั้นถูกจริตกับเรา ฟังแล้วอยากน่าลงทุน ลองอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก http://www.assetfund.co.th/sme_ltf_ad.html ซึ่งมีข้อมูลที่คบถ้วนให้ศึกษากันทั้งใน “เอกสารการขาย” และเอกสารอื่นๆ ซึ่งมีข้อมูล presentation และหนังสือชี้ชวน เพื่อที่จะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ

3. ไม่ต้องการเงินปันผล

ประเด็นนี้ต้องถามตัวเองเพิ่มเติมด้วย เพราะกองทุนนี้ไม่มีการจ่ายเงินปันผลครับ ดังนั้น อาจไม่ใช่คำตอบสำหรับสำหรับท่านที่ต้องการเงินปันผลกลับมาระหว่างทาง
เพราะกองทุนนี้เค้าตั้งใจจะเก็บสะสมผลตอบแทนไว้ให้จนกว่าจะขายคืนและเป็นโอกาสที่ผลตอบแทนจะงอกเงยต่อไปด้วยครับ

หากใครสนใจก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.assetfund.co.th ติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนและคู่มือการลงทุนในกองทุน LTF ได้ที่ บลจ. แอสเซท พลัส หรือ สอบถามเพิ่มเติมที่ Asset Plus Customer Care 0 2672 1111 นะครับ

ขอเน้นอีกทีว่า… สำหรับเรื่องของภาษีนั้น อย่าลืมว่า คนที่ซื้อกองทุน LTF กองนี้ ควรเป็น คนที่ต้องการลดหย่อนภาษี และสามารถถือครองได้เกิน 7 ปีปฎิทิน โดยไม่มีปัญหาเรื่องการขายก่อนกำหนดนะครับ

ถ้าหากใครซื้อ IPO ตอนนี้ หรือซื้อภายในปี 2560 ก็จะสามารถขายได้ตั้งแต่วันเปิดทำการแรกของเดือนมกราคมปี 2566 นะครับ

สุดท้ายนี้ ขอฝากไว้ครับว่า "ไม่มีการลงทุนที่ดีทีสุดสำหรับเรา มีแต่การลงทุนที่เราพอใจที่สุด"

พรี่หนอมก็ขอให้ทุกคนโชคดีในการลงทุนของตัวเองครับผม

บทความนี้เป็น Advertorial

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save