ถือหุ้นที่สบายใจ ซื้อหุ้นที่ไม่ฝืนตัวเอง​ : เลือกลงทุนหุ้นต่างประเทศแบบไหน ให้ตรงกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ถือหุ้นที่สบายใจ ซื้อหุ้นที่ไม่ฝืนตัวเอง​ : เลือกลงทุนหุ้นต่างประเทศแบบไหน ให้ตรงกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

???? หุ้นในตลาดต่างประเทศมีอยู่ด้วยกันหลากหลายรูปแบบตั้งแต่หุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำแต่ให้ผลตอบแทนที่ไม่สูงมากไปจนถึงหุ้นเติบโตที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงแต่มาพร้อมกับความเสี่ยง เราไปดูกันว่ามีหุ้นรูปแบบใดบ้างที่เราจะหาได้ในตลาดต่างประเทศ

✅ หุ้นแวลู

หุ้นประเภทนี้จะมีธุรกิจที่แข็งแกร่งหรือเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้นๆ รวมถึงมีแบรนด์และความสามารถในการแข่งขั้นสูง แต่ไม่มีรูปแบบรายได้ใหม่ให้มีการเติบโตที่น่าตื่นเต้น

หุ้นในกลุ่มนี้มีตัวอย่างเช่น Visa ซึ่งเป็นผู้ให้บริการชำระเงินทั่วโลกที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งเรียกได้ว่าไปทุกที่ในโลกจะสามารถชำระเงินผ่าน Visa ได้เสมอ แต่อีกด้านหนึ่ง Visa ก็ไม่มี Business Model ใหม่ที่จะทำให้รายได้เติบโตก้าวกระโดด

ข้อควรระวังของหุ้นในกลุ่มนี้คือถ้าหากมีคู่แข่งหน้าใหม่เข้ามาและเสนอสินค้าหรือบริการที่ราคาต่ำกว่าหรือเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่าก็อาจทำให้เสียส่วนแบ่งการตลาดไปได้เช่นกัน ผู้ลงทุนจึงต้องมั่นติดตามผลประกอบการอย่างสม่ำเสมอ โดยผู้ที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้อาจเป็นคนที่ต้องการความเสี่ยงต่ำแต่ผลตอบแทนอาจจะไม่สูงนักเพราะหุ้นกลุ่มนี้มักจะให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอมากกว่าหวือหวา

✅ หุ้นแวลูที่มีแนวโน้มเติบโต

หุ้นในกลุ่มนี้จะมีธุรกิจและแบรนด์รวมถึงโปรดักต์ที่เข้มแข็งตลอดจนเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม แต่ขณะเดียวกันก็มี Business Model ใหม่ที่จะสามารถสร้างรายได้ให้เติบโตได้เช่นกัน

ตัวอย่างของหุ้นประเภทนี้คือหุ้นกลุ่ม Magnificent 7 (หุ้นกลุ่มนางฟ้าทั้ง 7) ไม่ว่าจะเป็น Apple, Microsoft, Alphabet, Meta ฯลฯ ที่ต่างเป็นอันดับหนึ่งในแต่ละอุตสาหกรรมของโลกเช่นสมาร์ตโฟน สื่อสังคมออนไลน์หรือ Search Engine แต่ล่าสุดได้มีการลงทุนในเทคโนโลยีเอไอเพื่อที่จะสร้างรายได้ทางใหม่ต่อยอดจากธุรกิจเดิม

ผู้ที่เหมาะสมจะลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้อาจจะรับความเสี่ยงได้มากกว่าหุ้นแวลูแต่มีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น

✅ หุ้นเติบโต

หุ้นที่จะเรียกได้ว่าเป็น Growth Stock จะต้องอยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตและบริษัทฯมีสินค้าหรือบริการที่โดดเด่นซึ่งจะทำให้ราคาหุ้นมีโอกาสที่จะเติบโตได้มากกว่าหุ้นแวลูที่ยู่ในอุตสาหกรรมที่นิ่งแล้ว

ตัวอย่างของหุ้นในกลุ่มนี้คือ Tesla ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเติบโตสูงตามกระแสของโลกที่จะลดการใช้งานรถยนต์พลังงานสันดาป จะเห็นได้ว่าหุ้น Tesla สามารถสร้างผลตอบแทนได้หลายร้อยเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น

ผู้ที่จะลงทุนในหุ้นเติบโตจะต้องรับความเสี่ยงได้สูงเพราะหุ้นเติบโตอาจจะยังไม่นิ่งในแง่ของรายได้และกำไรรวมถึงมีความผันผวนสูง

✅ หุ้นแห่งอนาคต

ความแตกต่างระหว่างหุ้นเติบโตกับหุ้นแห่งอนาคตคือหุ้นในกลุ่มอนาคตอาจจะอยู่ในเทรนด์หรือเทคโนโลยีเดียวกันกับหุ้นเติบโตแต่ตัวบริษัทยังไม่เข้มแข็งมากนัก หรืออาจจะอยู่ในอุตสาหกรรมหรือเทคโนโลยีที่เป็นของใหม่มากๆจนอาจยังมีคำถามถึงแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ตัวอย่างของหุ้นในกลุ่มนี้อย่างเช่น Vinfast ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากเวียดนามที่แม้ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโตสูง แต่บริษัทฯเพิ่งเข้าสู่ตลาดได้ไม่นาน แม้ว่ามาร์เกตแคปยังมีขนาดเล็กแต่ถ้าประสบความสำเร็จในการตีตลาดสหรัฐฯได้ มาร์เกตแคปก็มีโอกาสที่จะสูงขึ้นสร้างผลตอบแทนได้ในระดับสูง แต่ก็มีโอกาสที่จะไม่ประสบความสำเร็จด้วยเช่นกันซึ่งจะเป็นความเสี่ยงของผู้ลงทุน

หุ้นในกลุ่มนี้สามารถให้ผลตอบแทนได้ในระดับหลายร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ขณะเดียวกันก็สามารถทำให้เสียหายจากการลงทุนได้มากเช่นกัน ผู้ที่จะลงทุนจึงต้องรับความเสี่ยงได้สูงมาก

???? สรุปคือเราต้องเข้าใจความเสี่ยงที่ยอมรับได้และผลตอบแทนคาดหวังที่มีต่อการลงทุนในหุ้นต่างประเทศจากนั้นก็ศึกษาปัจจัยพื้นฐานของหุ้นนั้นๆและติดตามผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง เพียงเท่านี้เราจะได้หุ้นที่เรามั่นใจและสบายใจที่จะถือโดยไม่ฝืนตัวเอง

==========
ผู้เขียน : นเรศ เหล่าพรรณราย
ซีอีโอ Ricco Wealth เจ้าของเพจ Editor Gap Investment Talk
(เพจ : https://www.facebook.com/editorgap)
(youtube : https://www.youtube.com/@RiccoWealth)
==========

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save