“เอาของเก่าไม่ได้ใช้ มาขาย” ไม่จำเป็นต้องเป็นคน “ถังแตก” แต่มันคือการสร้าง “รายได้เสริม” จาก “รายจ่าย” ที่ไม่ได้ประโยชน์แล้ว

“เอาของเก่าไม่ได้ใช้ มาขาย” ไม่จำเป็นต้องเป็นคน “ถังแตก” แต่มันคือการสร้าง “รายได้เสริม” จาก “รายจ่าย” ที่ไม่ได้ประโยชน์แล้ว

“เอาของเก่ามาขาย หมายความว่า เป็นคนไม่มีเงิน?”

ภาพจำส่วนใหญ่คือเรามักจะคิดว่า คนที่เอาทรัพย์สินของตัวเองมาขาย เป็นคนที่ถังแตก ไม่มีรายได้จากทางอื่นแล้ว จึงต้องตัดใจปล่อยของมือสอง จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยครับ การที่เรานำของมือสองมาขาย ถือเป็นการบริหารเงินในรูปแบบหนึ่งที่ดีเลยทีเดียว ถ้าเรามีของที่ไม่ใช้แล้ว แต่ยังสภาพดีอยู่ ทำไมจะเอามาเปลี่ยนเป็นเงินไม่ได้ล่ะครับ?

???? ยกตัวอย่างการบริหารเงินด้วยของมือสองแบบง่ายๆ

1. เราเป็นคนชอบแต่งตัวตามแฟชั่น

แฟชั่นนิสต้าอย่างเรา ก็ต้องแต่งตัวตามเทรนด์เพื่อความชิค แต่การซื้อเสื้อผ้าใหม่บ่อยๆ วันหนึ่งมันก็จะเยอะจนล้นตู้ ดังนั้นการนำออกมาขายมือสองก็ถือเป็นการบริหารเงินที่ดี นอกจากจะได้เคลียร์ของเดิมออกไปแล้ว ยังได้เงินมาซื้อของใหม่ที่ต้องการอีกด้วย

2. เจ้าพ่อเจ้าแม่แกดเจ็ต

สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด! ของมันต้องมี! แล้วแต่ละค่ายก็ขยันออกแกดเจ็ตต่างๆ บ่อยเหลือเกิน ถ้าเราอยากจะเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ๆ ก็เอาเครื่องเดิมไปขายมือสอง แล้วนำเงินที่ได้ไปซื้อเครื่องใหม่ แบบนี้เรียกว่าตามกระแสอย่างชาญฉลาดนะครับ

การขายของมือสองยังเป็นอะไรที่วิน-วิน คือได้ประโยชน์ทั้งคนซื้อ-คนขาย นอกจากคนที่ซื้อจะได้ของสภาพดีในราคาถูก ก็ยังช่วยลดปริมาณขยะให้โลกของเรา ส่วนคนขายก็ได้ปล่อยของ ได้เงินเอาไปทำอย่างอื่น หรือสำหรับคนที่ขาดสภาพคล่อง การเลือกของที่ไม่ได้ใช้แล้วมาขาย ก็ทำให้มีเงินหมุนใช้จ่าย ไม่ต้องควักเงินออมอีกด้วย

✅ ทรัพย์สินแปลงเป็นเงินสดได้ก็จริง แต่สิ่งสำคัญคืออย่าลืม “เงินสำรองฉุกเฉิน”

แม้ว่าการขายของมือสองจะเป็นวิธีบริหารเงินที่ดี แต่อย่าลืมว่ากว่าที่เราจะขายของชิ้นนั้นๆ ได้ บางครั้งต้องใช้เวลา ซึ่งเราอาจมีเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เงิน ดังนั้น “เงินสำรองฉุกเฉิน” จึงสำคัญเสมอ ข้อนี้อยากให้เพื่อนๆ ท่องไว้ให้ขึ้นใจ ใครที่ยังไม่มีเงินก้อนนี้ ก็อยากให้วางแผนออมเงินสำรองฉุกเฉินแบบจริงจัง ถ้าวันหนึ่งเกิดวิกฤตเราจะได้มีเงินส่วนนี้มาใช้จ่ายนะครับ

สุดท้าย aomMONEY อยากฝากถึงทุกคนว่า การขายของเก่า ไม่ได้หมายความว่า “เป็นคนไม่มีเงิน” การนำทรัพย์สินบางอย่างที่ไม่ได้ใช้ หรือเก็บไว้นานก็ราคาตก มาเปลี่ยนให้เป็นเงินสดเพื่อใช้จ่าย เป็นเพียงอีกวิธีหนึ่งในการบริหารเงินเท่านั้น และแน่นอนว่าการขายของเก่าที่ไม่จำเป็น ย่อมดีกว่าการหยิบยืมเงินในอนาคตมาใช้จ่าย จนเกิดเป็น “หนี้สิน” แน่นอนครับ

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save