สรุปประเด็น ค่าไฟ ขึ้น – ลง ปัญหางูกินหางในสังคมบ้านเราเกิดจากสาเหตุอะไร?

ช่วงที่ผ่านมา ประเด็นค่าไฟฟ้ากลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ กกพ.เปิดฟังความเห็นปรับค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค.67 เพิ่มขึ้นต่ำสุดเป็น 4.65 สูงสุด 6.01 บาทต่อหน่วย
สาเหตุที่ทำให้ค่าไฟงวดนี้อาจจะต้องพุ่งสูงถึง 6.01
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) อธิบายถึง 3 สาเหตุหลักซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ในช่วงปลายปีนี้อาจจะต้องปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า FT) ขึ้นในระดับ 46.83-182.99 สตางค์ต่อหน่วย
1. แนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนตัวลงจากงวดก่อนหน้า 1.29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ (งวด พ.ค. – ส.ค. 2567) เป็น 36.63 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
2. กำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีต้นทุนราคาถูกมีความพร้อมในการผลิตลดลง
3. ราคาก๊าซธรรมชาติเหลวแบบสัญญาตลาดจร (Spot LNG) ในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้า ตามสถานการณ์ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวในช่วงปลายปี
อัปเดตล่าสุด (19 ก.ค. 2567) รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยถึง ค่าไฟฟ้างวดเดือนก.ย. - ธ.ค2567 ที่มีกระแสข่าวว่าจะปรับขึ้นว่าในเรื่องนี้นโยบายของรัฐบาลคือจะตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่ 4.18 บาทต่อหน่วยเท่าเดิมเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชน
วันนี้เราจะมาไล่ดูทีละข้อว่าสาเหตุที่ค่าไฟผันผวนมาจากอะไร
อันดับแรกเรามาทำความเข้าใจโครงสร้างและวิธีคำนวณค่าไฟ ก่อนบิลมาถึงมือเรา
โครงสร้างค่าไฟแบ่งเป็น 4 ส่วนใหญ่
ค่าไฟฟ้าฐาน ค่าไฟฟ้าที่คิดตั้งแต่การทำโรงไฟฟ้า ค่าผลิตพลังงาน สายส่ง ฯ โดยคิดแบบอัตราก้าวหน้า ใช้มากก็ยิ่งต้องจ่ายมาก
ค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) คือค่าต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงพลังงานที่จะต้องปรับเปลี่ยนทุก 4 เดือน (3 ครั้งต่อปี) ขึ้นอยู่กับต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่เอามาผลิต เช่น ราคาค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงจากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่เราซื้อเชื้อเพลิงเข้ามา รวมถึงค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไม่สามารถควบคุมได้
ค่าบริการรายเดือน ซึ่งเป็นต้นทุนในการจำหน่ายไฟฟ้า เช่น ค่าอ่านค่าไฟฟ้า ค่าทำบิล ที่ต้องเก็บทุกเดือน
ค่าภาษีมูลค่า เก็บ 7%
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ค่าไฟต้องขึ้น
1. ค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) ที่รัฐควบคุมไม่ได้
ค่า FT หรือค่าไฟฟ้าผันแปรจะผันเปลี่ยนไปตามสภาพเศรษฐกิจและจำนวนการนำเข้าเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงาน ดังนั้นในช่วงที่มีสงคราม ค่าเงินอ่อนตัว - แข็งตัว จำนวนการผลิตพลังงานในประเทศเพิ่ม - ลด ค่า FT ก็ต้องผกผันตาม
กกพ. เคยกล่าวในงาน Energy Symposium 2022 ที่ผ่านมาอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่ต่ำกว่า 4 บาทคงจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว เพราะปัจจุบันปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยและเมียนมาที่เคยเป็นแหล่งพลังงานหลักมีกำลังการผลิตลดลง
และเพื่อจะจัดสรรพลังงานภายในประเทศให้เพียงพอต่อการใช้งานประเทศไทยใช้วิธีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ดังนั้นเมื่อราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกดีดตัวสูง ไม่ว่าจะเกิดจากวิกฤตพลังงานหรือสงคราม อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอ่อนค่าลง ค่า FT ก็จะผันผวนส่งผลให้ค่าไฟที่มาถึงเราต้องดีดตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. ค่าประกันกำไรและค่าไฟฟ้าสำรองที่เกิดจากนโยบายรัฐ
ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังสำรองเกินความต้องการ รัฐบาลมีค่าใช้จ่ายในส่วน “ค่าความพร้อมจ่าย” ตามสัญญา PPA หรือ Power Purchase Agreement ที่ระบุถึงการประกันความเสี่ยงสำหรับผู้ลงทุนให้กับโรงไฟฟ้าเอกชน ไม่ว่าจะมีการเดินเครื่องการผลิตไฟฟ้าหรือไม่
มีข้อมูลจากภาคประชาสังคม (ThaiPBS) ว่าปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าเอกชนเกินความต้องการอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก ทำให้ปริมาณไฟฟ้าสำรองมากถึงร้อยละ 40-60 ทั้งที่มีการศึกษาพบว่าตัวเลขที่เหมาะสมคือ ร้อยละ 15 และที่สำคัญโรงผลิตไฟฟ้าเหล่านี้ใช้ก๊าซธรรมชาติ (LNG) เป็นหลักในการผลิตไฟฟ้า
ข้อมูลล่าสุดจาก JustPow (องค์กรไม่แสวงผลกำไร)ได้เปิดเผยข้อมูลว่าเดือนเมษายน 2567 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในระบบ 50,724.10 เมกะวัตต์ และมีไฟฟ้าสำรองสูงถึง 13,932 เมกะวัตต์ หรือ 37.87% สูงกว่าหลักการการสำรองไฟฟ้าไว้ที่ 15% ถึง 22.87%
3. นโยบายตรึงค่าไฟฟ้าที่ กฟผ. กำลังแบกต้องจ่ายคืน
ข้อมูลจากศูนย์ข่าวพลังงาน นับตั้งแต่ปี 2554 คนไทยจ่ายค่าไฟถูกกว่าต้นทุนมาตลอดเพราะรัฐพยายามตรึงค่าไฟฟ้า ตัวอย่างเช่น นโยบายประชานิยมเรื่องค่าไฟฟ้าของรัฐบาล ผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2566 ที่ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2566 ปรับลดลงจาก 4.45 บาทต่อหน่วยเหลือ 3.99 บาทต่อหน่วย
ซึ่งการกำหนดค่าไฟฟ้าตามมติ ครม. เป็นอัตราที่ไม่สะท้อนต้นทุนที่เป็นจริง โดยต้นทุนส่วนต่างที่ปรับลดจำนวน 46 สตางค์ต่อหน่วยนั้น กฟผ.และ ปตท. ได้เข้ามาแบกรับไปก่อน ทำให้มีหนี้สะสมเกือบ 100,000 ล้านบาท
ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดปัญหาคล้าย "งูกินหาง" ที่ทำให้ปัญหาเรื่องค่าไฟฟ้าต้องถูกนำกลับมาทบทวนซ้ำ ๆ ในสังคมไทย
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

