สรุปประเด็นเรื่อง ‘Uptick Rule’ คืออะไร? กฎสกัดขาชอร์ต ป้องกันการทุบราคาหุ้น ลดความผันผวนของตลาด

เกิดอะไรขึ้นกับตลาดหุ้นไทยช่วงที่ผ่านมา?
1. - หากตัดปัญหาเรื่องโครงสร้างที่ต้องแก้ไข (ยกระดับคุณภาพแรงงาน, ประชากรสูงวัย, การศึกษา, หนี้ครัวเรือน ฯลฯ) สิ่งที่ท้าทายอีกอย่างคือเรื่องความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อตลาดหุ้นบ้านเราเองนี่แหละ
2. - เจอตั้งแต่เรื่องการตบแต่งบัญชี หาเงินมาจ่ายหุ้นกู้ไม่ได้ ทั้งผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งถูกบังคับขายหุ้น (Force Sell) ซึ่งเกิดจากนำหุ้นที่ตัวเองถือไปวางบัญชีมาร์จิ้น
3. - [ ซึ่งในกรณีเรื่องมาร์จิ้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย \(ตลท.\) ก็กำลังหารือกับฝั่ง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เพื่อพิจารณาเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมดังกล่าวให้มากขึ้นและมีความโปร่งใส ]
4. - พอเจอแต่ข่าวแย่ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ได้มาจากแค่ผลประกอบการของบริษัทหรือเศรษฐกิจที่เหี่ยวเฉา ความมั่นใจของนักลงทุนที่มีต่อตลาดหุ้นไทยก็ลดลงไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นการออกมาตรการอะไรบางอย่างเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนจึงกลายเป็นสิ่งที่จำเป็น
5. - ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เพิ่มมาตรการดูแลการซื้อขาย โดยเฉพาะการขายชอร์ต (Short Sell) เพื่อสร้างความโปร่งใสและช่วยลดความผันผวนของตลาดขึ้นมาอีกอันหนึ่ง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนักลงทุนทุกราย เรียกว่ามาตรการ “Uptick Rule” ที่เริ่มมาใช้อีกครั้งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
เข้าใจเรื่อง Short Sell
6. - การ “Short Sell” หรือ “การขายชอร์ต” เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าราคาหุ้นหรือหลักทรัพย์จะลดลงในอนาคต
7. - กระบวนการของการขายชอร์ตมีขั้นตอนดังนี้ ยืมหุ้น (นักลงทุนยืมหุ้นจากเจ้าของหรือโบรกเกอร์ โดยมักมีค่าธรรมเนียมในการยืม), ขายหุ้น (นักลงทุนขายหุ้นที่ยืมมาในราคาปัจจุบัน), รอราคาลดลง (นักลงทุนรอให้ราคาหุ้นลดลงตามที่คาดการณ์), ซื้อคืนหุ้น (นักลงทุนซื้อหุ้นคืนในราคาที่ต่ำกว่า) และสุดท้าย คืนหุ้น (นำหุ้นที่ซื้อคืนไปคืนให้กับเจ้าของหรือโบรกเกอร์ พร้อมจ่ายค่าธรรมเนียมในการยืม)
8. - กำไรจากการขายชอร์ตเกิดจากส่วนต่างระหว่างราคาที่ขายหุ้นในขั้นตอนที่ 2 กับราคาที่ซื้อคืนในขั้นตอนที่ 4 หากราคาหุ้นลดลงตามที่คาดการณ์ นักลงทุนก็จะมีกำไร แต่หากราคาหุ้นเพิ่มขึ้น นักลงทุนก็จะขาดทุนจากการต้องซื้อหุ้นคืนในราคาที่สูงกว่า
|| ตัวอย่าง ||
ยกตัวอย่างเช่น คาดว่าหุ้นของบริษัท XYZ จะลดลงในอนาคต ปัจจุบันราคาหุ้น XYZ อยู่ที่ 100 บาทต่อหุ้น เราไปยืมหุ้น XYZ จำนวน 10 หุ้นจากโบรกเกอร์ และขายหุ้นเหล่านั้นในตลาดทันทีในราคา 100 บาทต่อหุ้น ดังนั้นจะได้รับเงินจากการขายหุ้น 10 x 100 = 1,000 บาท
หลังจากนั้น ราคาหุ้น XYZ ลดลงตามที่คาดการณ์อยู่ที่ 80 บาทต่อหุ้น ก็ซื้อหุ้น XYZ จำนวน 10 หุ้นคืนในตลาดในราคา 80 บาทต่อหุ้น ดังนั้น นาย A ใช้เงินในการซื้อหุ้นคืน 10 x 80 = 800 บาท แล้วก็คืนหุ้น XYZ จำนวน 10 หุ้นให้กับโบรกเกอร์
กำไรคือส่วนต่างระหว่างราคาที่ขายหุ้น (1,000 บาท) กับราคาที่ซื้อหุ้นคืน (800 บาท) ดังนั้น กำไรสุทธิของนาย A คือ 1,000 - 800 = 200 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมการยืมหุ้นและค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้น)
ในทางกลับกัน ถ้าราคาหุ้น XYZ เพิ่มขึ้น ก็ขาดทุน ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 120 บาทต่อหุ้น จะต้องใช้เงิน 10 x 120 = 1,200 บาทในการซื้อหุ้นคืน ทำให้ขาดทุน 1,200 - 1,000 = 200 บาท นั่นเองครับ
[ ที่จริงเรื่อง Short Sell ก่อนหน้านี้มีประเด็นว่ามีการทำ Naked Short Sell เกิดขึ้นในตลาด ที่เป็นการทำ Short Sell แบบที่ไม่มีการไปยืมหุ้นมาก่อน ถือว่าผิดกฎหมาย มีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ แต่ตลท. ก็ออกมายืนยันว่าไม่พบความผิดปกติจากการทำ Short Sell ในช่วงที่ผ่านมา ]
แล้ว Uptick Rule คืออะไร? กฎสกัดขาชอร์ต ป้องกันการทุบราคาหุ้น ลดความผันผวนของตลาด ได้ยังไง?
9. - นี่เคยเป็นมาตรการชั่วคราวช่วงเกิดการแพร่ระบาด COVID-19 ตอนนั้นใช้เพื่อป้องกันการ “ปั่นราคาหุ้น” โดยนักลงทุนที่ขายชอร์ต ที่พยายามกดราคาหุ้นเป้าหมายลง เพื่อกระตุ้นให้นักลงทุนรายอื่น ๆ ตื่นตระหนกและเทขายหุ้นตาม
10. - เป็นกฎที่ออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้การขายชอร์ตจำนวนมาก ดันราคาหุ้นเป้าหมายลงอย่างผิดปกติ เพื่อให้ผู้ขายชอร์ตได้กำไรอย่างไม่เป็นธรรม ที่สำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน สร้างความมั่นคงให้ตลาดโดยรวม
11. - กฎนี้กำหนดให้การ Short Sell ต้องส่งคำสั่งขายที่ราคาสูงกว่าราคาซื้อขายสุดท้ายบนกระดานอย่างน้อย 1 ช่อง
12. - ตัวอย่างเช่นหากราคาล่าสุดคือ 10 บาท (ซึ่งเป็นราคา Bid) หากจะ Short ก็ต้องส่งคำสั่งขายที่ 10.10 บาท เป็นต้น
13. - หากไม่มีกฎ Uptick แล้วราคาล่าสุดอยู่ที่ 10 บาท (ซึ่งเป็นราคา Bid) ก็สามารถส่งคำสั่งขาย Short ได้ราคา 10 บาท เลยทันที ข้อเสียคือหากปริมาณ Bid ไม่มากพอที่จะรองรับปริมาณ Short Sell มากๆ อาจจะเขื่อนแตกแล้วราคาลงพรวดๆ หลุดแนวรับสำคัญเอาได้ง่ายๆ
14. - เกณฑ์ใหม่นี้ น่าจะทำให้ราคาหุ้นไหลลง แรงๆ เร็วๆ เบาบางลงได้
จะช่วยจริงไหม?
15. - บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด หรือ “Liberator” รายงานไว้ว่า ตอนที่ใช้กฎ Uptick ช่วงโควิด ยอดการ Short Sell ลดลงไปกว่า 80% (กฎถูกใช้ระหว่าง 13/03/2020 - 30/09/2020) จากต้นปีที่ 4,152 ล้านบาท/วัน -> 750 ล้านบาท/วัน
16. - ตอนนั้น Uptick ช่วยทำให้ SET index ปรับตัวขึ้นได้ง่ายขึ้น (จากจุดต่ำสุด 969 จุด -> 1237 จุด ตอนหยุดกฎ Uptick) เพราะไม่ต้องขึ้นแบบมีแรงปะทะ เพียงแต่จังหวะนั้นเป็นจังหวะที่สถานการณ์ที่เศรษฐกิจเริ่มเอาอยู่และมีความหวัง
17. - ลิเบอเรเตอร์มองว่าตอนนั้นเรียกว่าเป็น Panic Sell ขายเพราะตกใจ แต่ตอนนี้ 2024 ต่างออกไป เพราะตลาดลงแบบ “ซึมลง” สาเหตุก็มาจาก นักลงทุนท้อแท้กับเศรษฐกิจที่โตช้า นโยบาย Digital Wallet ที่ไม่ชัดเจน เม็ดเงินงบประมาณปี 67 ล่าช้าไม่ตรงจุด ฯลฯ
18. - มันคนละอารมณ์ ลิเบอเรเตอร์จึงคาดว่ากฎ Uptick Rule ครั้งนี้น่าจะชะลอการขายแบบแรงๆ เท่านั้น
19. - มาตรการ Uptick ที่เพิ่งถูกนำกลับมาใช้เริ่มวันแรกเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2567 และข้อมูลจนถึงวันที่ 5 ก.ค. 2567 พบว่าสัดส่วนของการชอร์ตเซลลดลง โดยเทียบครึ่งปีแรกของปีนี้สัดส่วนการชอร์ตเซลต่อมูลค่าการซื้อขายจะอยู่ที่ 11.4% และในช่วงที่เริ่มบังคับใช้มาตรการ อยู่ที่ 4.47% เพราะฉะนั้นถือว่าลดลงชัดพอสมควร
20. - ต่อจากนี้ก็ต้องดูต่อไปครับว่าในระยะยาวจะช่วยสกัดขาชอร์ต ป้องกันการทุบราคาหุ้น ลดความผันผวนของตลาดได้มากแค่ไหน
Tagged in
You might also like

Passive Income แบบไม่เสี่ยงสูง? ...
เมื่อโลกการเงินปี 2026 ไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด ตลาด Crypto เหวี่ยงจนนอนไม่หลับ หุ้นไทยนิ่...

Investment for a Good Life ลงทุนกับบ้านที่อยู่ดีตั้ง...
อริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า“Well begun is half done” หรือ&nbs...

“QHHRREIT” กองทรัสต์โรงแรมคุณภาพ แบรนด์ “Centr...
ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดวิกฤตโควิด “การท่องเที่ยว” คือหนึ่งในภาคธุรกิจหลักที่ทำให้...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

