“การลงทุนมีความเสี่ยง แต่การลงทุน โดยไม่มีความรู้เสี่ยงมากกว่า” แชร์เทคนิคสร้างเงินให้โตแบบคูณ 2 พร้อมวิธีบริหารความเสี่ยงเงินลงทุน

“การลงทุนมีความเสี่ยง แต่การลงทุน โดยไม่มีความรู้เสี่ยงมากกว่า” แชร์เทคนิคสร้างเงินให้โตแบบคูณ 2 พร้อมวิธีบริหารความเสี่ยงเงินลงทุน

คนเราทุกคนต่างต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยกันทั้งสิ้น ความสำเร็จทางการเงินเป็นเป้าหมายที่คนเราให้ความสำคัญมากที่สุด ดังนั้น เราจึงเห็นคนหลายคนต่างพยายามบรรลุความสำเร็จทางการเงินด้วยวิธีแตกต่างกัน บางคนทำธุรกิจ บางคนทำงานกินเงินเดือน บางคนเสี่ยงโชค และบางคนก็ใช้วิธีที่ผิดกฎหมายผิดศีลธรรม เช่น การหลอกลวง ฯลฯ

เมื่อความสำเร็จทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญ เลขหมุดที่บอกว่า เราประสบความสำเร็จทางการเงินหรือไม่ คือ เราเป็นอิสรภาพทางการเงินแล้วหรือยัง

อิสรภาพทางการเงิน คือ การที่เราสามารถมีเงินมาใช้จ่ายดำรงชีพได้อย่างสมควร โดยเงินก้อนนั้นต้องไม่มาจากการทำงาน

แล้วเงินก้อนนั้น คือ เท่าไหร่? เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ แต่ก็ยากจะคำนวณเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ ดังนั้น ตัวเลขกลมๆ ที่หลายคนอยากรู้ ทำอย่างไรเงินออมเราจะโตขึ้นเป็น 2 เท่า ภายใน xx ปี กฎของเลข 72 ตอบความต้องการนี้ได้ดี

กฎของเลข72 (The Rule of 72) คือ หลักง่ายๆ เพื่อประมาณการคร่าวๆ ว่า จะต้องใช้ระยะเวลานานเท่าใดที่เงินเราจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ณ อัตราผลตอบแทนที่กำหนด

หากลงทุนได้ผลตอบแทน 9% ต่อปี แปลว่า เงินเราจะเพิ่มเป็น 2 เท่าทุก 8 ปี ตัวอย่างเช่น มีเงินต้น 100,000 บาท หากลงทุนได้ผลตอบแทน 9% ต่อปี แสดงว่าเงิน 100,000 บาทนั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 บาทใน 8 ปี (72/9) และใน 8 ปีถถัดไปจะเพิ่มเป็น 400,000 บาท และเพิ่มเป็น 800,000, 1.6 ล้าน, 3.2 ล้าน ทุก 8 ปีที่ผ่านไป

ดังนั้น หากเราต้องการมีเงินเพิ่ม 2 เท่า สิ่งที่เราต้องกำหนด คือ ผลตอบแทน และระยะเวลาที่เราต้องการ ถ้าเราสามารถสร้างผลตอบแทนได้มาก ระยะเวลาที่ต้องการก็จะลดลง ในทางกลับกัน หากเราสร้างผลตอบแทนได้น้อย ระยะเวลาที่ต้องการก็จะเพิ่มขึ้น

✅ การลงทุนจะช่วยสร้างผลตอบแทนให้มากขึ้นได้

และเราก็รู้กันดีว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง” แต่การลงทุนโดยไม่มีความรู้เสี่ยงมากกว่า ดังคำพูดของ Warren Buffett ที่ว่า “ความเสี่ยงมาจากการที่คุณไม่รู้ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่” เงินเรามีจำกัด เราจึงควรพิจารณาว่า การลงทุนใดมีความน่าสนใจมากที่สุด ดังนั้น ก่อนลงทุนควรต้องหาความรู้จากการลงทุน เพื่อหาการลงทุนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง เทียบ “ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้” กับ “ความเสี่ยงที่อาจจะขาดทุน” โดยพิจารณา “โอกาสที่จะกำไรหรือขาดทุน * ขนาดของกำไรหรือขาดทุน”

“อย่าเก็บเหรียญบาทตัดหน้ารถสิบล้อ” อย่าลงทุนในสิ่งที่ให้ผลตอบแทนที่ได้น้อยมากเทียบกับความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดสูง และขนาดความเสียหายสูงมาก คำคมหนึ่งของการลงทุนอธิบายเรื่องนี้ได้ดี

นอกจากนี้ เราควรพิจารณาความเป็นไปได้ของผลตอบแทนกับความเสี่ยง เพื่อจะได้ไม่เป็นเหยื่อมิจฉาชีพอย่างเช่น การลงทุนที่การันตีให้ผลตอบแทนได้สูงถึง 6% ต่อเดือน หรือเท่ากับ 72% ต่อปี เป็นการลงทุนที่เป็นไปไม่ได้ หากเป็นไปได้ เงินทั้งโลกคงไหลมาลงทุนในประเทศไทยหมดแล้ว

และควรพิจารณาผลกระทบหากผลการลงทุนไม่เป็นตามที่เราคาด เราสามารถรับความเสี่ยงนั้นได้หรือไม่ ตัวเราหรือครอบครัวเดือดร้อนหรือไม่ และมีแผนรับมือกรณีที่เกิดขึ้นอย่างไร

✅ บริหารความเสี่ยง เพื่อลดโอกาสที่จะขาดทุน หรือ ลดขนาดของการขาดทุน

เช่น เราอาจเลือกวิธีกระจายความเสี่ยงของการลงทุน เลือกการลงทุนด้วยปัจจัยพื้นฐาน หรือปัจจัยทางเทคนิค หรือง่ายกว่านั้นก็คือ การลงทุนผ่านกองทุนรวม แต่ไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน การทบทวนแผนการบริหารเงินลงทุนในการลงทุนของเราแต่ละครั้ง ว่าเราผิดพลาด หรือ ประสบความสำเร็จในเรื่องไหน เพื่อจะได้เป็นบทเรียนสำหรับการวางแผนการลงทุนครั้งต่อไป

✅ ระยะเวลาการลงทุน ควรจะสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของชีวิต

เช่น ต้องการมีเงินก้อนไว้ใช้จ่ายยามเกษียณ หรือ ต้องการเงินเพื่อการศึกษาลูก ฯลฯ ดังนั้น ระยะเวลาการลงทุนเร็วไปก็ไม่ดี เพราะจะทำให้เราเลือกการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะสั้น แต่ก็จะมาพร้อมความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้มาก ช้าไปก็ไม่ดี เพราะจะให้เป้าหมายทางการเงินไม่เป็นจริง

การบริหารเงินลงทุนจึงควรสอดคล้องกับ ผลตอบแทนที่เราควรได้ ความเสี่ยงที่เราสามารถรับได้ และระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนจะประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัยระยะเวลาการลงทุน แต่อย่างที่สุภาษิตธิเบตกล่าวไว้ว่า “พรุ่งนี้ กับ ชาติหน้า ไม่มีใครทราบอะไรจะมาถึงก่อน” ดังนั้น ระยะเวลาการลงทุนที่เราคาดไว้อาจไม่เป็นจริงก็ได้ แต่เป้าหมายทางการเงินที่สำคัญยังรอเราอยู่ ผลิตภัณฑ์การเงินเดียวที่มีประโยชน์กรณีเสียชีวิต คือ ประกันชีวิตที่สามารถสร้างเงินก้อนที่เราคาดหวังไว้ได้ภายในวันเดียวโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาการลงทุน

การลงทุนมีความเสี่ยง ชีวิต คือ การลงทุน ดังนั้น การแบ่งเงินมาออมในประกันชีวิตเพื่อบริหารความเสี่ยงให้เป้าหมายทางการเงินของขีวิตเป็นจริง จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เขียนโดย: สาธิต บวรสันติสุทธิ์, นักวางแผนการเงิน CFP

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save