มันเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานานว่าปริมาณพลังงานทดแทนที่สร้างขึ้นมานั้นจะเพียงพอต่อความต้องการของคนในประเทศหรือไม่ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาจีนได้แสดงให้เห็นว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ สำหรับการใช้ทั้งเมือง

ในช่วงเวลาเจ็ดวัน ประชาชนกว่า 5 ล้านคนในมณฑลชิงไห่ทางตอนเหนือของประเทศ ดำรงชีพอยู่ด้วยการใช้เพียงพลังงานทดแทนเพียงอย่างเดียว

การทดลองนี้เกิดขึ้นโดย State Grid Corporation of China ที่แสดงให้เห็นว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลนั้นไม่จำเป็นต่อพลังงานในอนาคตอีกต่อไป ในระหว่างวันที่ 17 ถึง 23 มิถุนายน กว่า 5.2 ล้านครัวเรือนในชิงไห่ใช้พลังงานที่เกิดจากแสงอาทิตย์ พลังงานลม และน้ำ ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนทั้งหมด

ปัจจุบันมณฑลชิงไห่มีการผลิตพลังงานทั้งหมดราว 23.4 ล้านกิโลวัตต์ และ 83.8% ของพลังงานทั้งหมดมาจากน้ำ ลม และแสงอาทิตย์ ซึ่งพวกเขาเดินหน้าจะพัฒนามันต่อไป

“พลังงานสะอาดเป็นทางออกที่ดีที่สุด พวกเราต้องลดการใช้งานพลังงานที่ได้จากฟอสซิลและพัฒนาโครงสร้างทางพลังงานให้ดีขึ้น รวมถึงลดระดับคาร์บอนลงด้วย”

- Han Ti รองผู้จัดการทั่วไปของ Qinhai Electric Power Corporation -

มีรายงานต่อมาว่า ชิงไห่ จะขยายกำลังการผลิตในส่วนของพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเป็น 35 ล้านกิโลวัตต์ในปี 2020 เพื่อขยายไปยังภาคกลางและตะวันออกของจีนเป็นจำนวน 110 หมื่นล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

แน่นอนว่ามันไม่ใช่แค่ในชิงไห่ ทางการจีนได้วางแผนการกว่า 2.5 ล้านล้านหยวน ในการค้นคว้าของปี 2020 ด้วย การตัดสินใจนี้คาดว่าจะก่อให้เกิดงานในจีนกว่า 13 ล้านตำแหน่ง และทำให้ประเทศจีนเป็นผู้นำทางการใช้พลังงานทดแทนทันที

เราได้แต่หวังว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับประเทศอื่นๆด้วย โดยเฉพาะการลดการใช้เชื้อเพลิงอย่างจริงจัง เพราะมณฑลชิงไห่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดสำหรับคนที่บอกว่า มันเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้

source :

https://futurism.com/an-entire-region-of-china-ran-on-100-renewable-energy-for-7-days/