บทความนี้เป็นบทความส่งท้ายปีใหม่ของผม @TAXBugnoms ใน Aommoney.com อาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องการเงินและภาษีเท่าไร แต่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับ 3 คำสำคัญในชีวิตที่เพื่อนๆพี่ๆน้องทุกคนต้องเจอ นั่นคือ เรื่องของ “โอกาส” ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และความ “ความสำเร็จ” ที่ผ่านมาจนทำให้เราหลายๆคนรู้สึกว่า “อิ่มตัว”

ออกตัวไว้ก่อนว่า... ข้อเขียนทั้งหมดในบทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นเล็กๆผนวกกับประสบการณ์ของผมที่มีต่อนิยามของคำทั้ง 3 คำนี้  บางความคิดเห็นอาจจะไม่ตรงกับใครอีกหลายคน นะครับ ^^

ดังนั้นขอให้ถือเสียว่า บทความนี้เป็นการพูดคุย (ออนไลน์) ที่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างอิสระนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ จะคอมเมนท์ แชร์ หรือแนะนำไอเดียที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆพี่ๆน้องๆคนอื่น  อยากให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมาเยอะๆ ผมจะตั้งใจอ่านและตอบทุกความคิดเห็นคร้าบบ

ถ้าพร้อมแล้ว... เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

โอกาส คือ หนทางแห่งความสำเร็จ จริงหรือ?

เมื่อพูดถึงคำว่า  “โอกาส” คำถามที่ตามมาก็มักจะเป็นคำว่า “โอกาสที่ว่านี้ให้อะไรกับเรา”  เช่น  โอกาสในการเปลี่ยนงานใหม่ เพื่อเติบโตไปในหนทางที่เราต้องการ หรือ โอกาสในการเปลี่ยนแปลงเรื่องราวสำคัญต่างๆในชีวิต เช่น การมีครอบครัว การเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ ฯลฯ

แต่สำหรับตัวผมแล้ว โอกาสและความสำเร็จนั้น  มันไม่ได้เกี่ยวข้องกันแม้แต่นิดเดียว! เพราะเราทุกคน (โดยปัจเจกชน) ล้วนไขว่คว้าหาความสำเร็จกันทั้งนั้น ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสหรือไม่ก็ตาม...

ใครๆก็อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น
ใครๆก็อยากจะได้งานที่ตัวเองอยากทำ
ใครๆก็อยากจะก้าวหน้าหรือประสบความสำเร็จ
เพียงแค่เราเลือกที่จะบอกตัวเอง...  ในวันที่มี “โอกาส”

ดังนั้น อย่าเฝ้ารอคอยโอกาส ... เพื่อไปสู่ความสำเร็จ
แต่เราควรที่จะสร้างความสำเร็จในชีวิตของตัวเอง เพื่อรอรับโอกาสดีๆที่จะเข้ามาต่างหากครับ!

ความสำเร็จในวันนี้ ทำให้ถึงจุดอิ่มตัว ใช่ไหม?

อย่างที่บอก (เขียน) ไปว่า ผมเชื่อว่า ใครๆหลายคนมีความฝันอยากจะประสบ “ความสำเร็จ” แต่ทำไมเมื่อคนบางคนประสบความสำเร็จแล้ว ถึงเปลี่ยนตัวหรือผันตัวเองไปทำอย่างอื่น โดยมีเหตุผลสั้นๆว่า “อิ่มตัว”  จากงานที่ทำแล้ว

เอ๊ะๆๆๆ ...ถ้าพูดแบบนี้ พี่หนอมกำลังบอกว่า...
ถ้าเรารู้สึกอิ่มตัวเมื่อไร มันแปลว่าเราประสบความสำเร็จแล้วใช่ไหม?

คำตอบ คือ “ใช่” และ “ไม่ใช่”
เพราะทั้งหมดนั้นมาจากคำอีกคำหนึ่ง นั่นคือ คำว่า “งานที่เรารัก”

จงหางานที่เรารัก แล้วเราจะไม่ต้องทำงานตลอดชีวิต

หลายๆคนคงเคยได้ยินคำพูดนี้ใช่ไหมครับ?? แต่เราเคยถามตัวเองไหมว่า “งานที่เรารักคืออะไร?” แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ “เราสามารถทำงานนั้นไปได้ตลอดชีวิตหรือไม่”

โดยเฉลี่ยแล้วคนทุกคนจะต้องเปลี่ยนงานประมาณ 4-5 งานตลอดชีวิตของเขา บางคนอาจจะเริ่มต้นจากการเป็นมนุษย์เงินเดือนไปสู่ตำแหน่งที่สูงกว่า เปลี่ยนสายงาน หรือไปจบลงที่การทำธุรกิจของตัวเอง ซึ่งก็อาจจะเปลี่ยนธุรกิจไปได้อีกมากมายหลายแขนง!!

แต่ผมเพียงอยากจะบอกว่า...

เราไม่มีทางรู้หรอกว่า เราได้ทำงานที่เรารักจริงๆหรือไม่
เราจะบอกตัวเองได้ เมื่อเราเจอปัญหาจากงานนั้น แล้วยังคงทนทำงานนั้นต่อไป
.... แม้สุดท้ายเราจะไม่ได้รักงานนั้นก็ตาม

เชื่อไหมครับว่า

คนส่วนใหญ่มักจะประสบความสำเร็จจาก “งานที่คิดว่ารัก” นั้นได้

และหน่วยวัดความสำเร็จส่วนใหญ่ที่เราใช้ก็คือ “เงิน”
เมื่อมีเงิน เราถึงได้รู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องทนทำมันอีกต่อไป
แหม่... ฟังแล้วปวดใจพิลึกเหมือนกันนะครับ

เมื่อถึงจุดที่ “เรามีเงิน” เราจะถามตัวเองว่า “สิ่งนั้นใช่สิ่งที่เราต้องการจริงๆไหม” และจุดนั้นดันเป็นจุดเดียวกันที่เราจะให้เหตุผลตัวเองว่า “อิ่มตัว” นั่นแหละ!

มีคนคนหนึ่งเคยบอกผมไว้ว่า...

ความอิ่มตัวเกิดได้จากสองสาเหตุ นั่นคือ “อิ่มเพราะไม่รู้จะสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ” กับ “อิ่มเพราะลำบากใจที่จะทำ”

เหตุผลแรก อาจจะเป็นผลกระทบจาก “ความสำเร็จ” ที่เราคิดว่าไปถึงเป้าหมาย จนไม่มีอะไรให้ไขว่คว้า
แต่เหตุผลหลัง อาจจะเป็นแค่ความรู้สึกเหนื่อยหน่าย และ “อิ่มเพราะกระอักจนไม่อยากทำอะไรต่อไป”
แต่เห็นไหมครับว่า.. ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลไหนก็ตาม
เราต้องผ่านการทำงาน และเคี่ยวกรำตัวเองอย่างหนัก เพื่อไปสู่ “เป้าหมาย”

มันเป็นตลกร้ายเหมือนกัน
เพราะเมื่อผ่านเป้าหมายนั้นไปได้ เราถึงได้รู้ว่าเราต้องการอะไร “จริงๆ”

ดังนั้นคำถามที่ถามว่า .. โอกาส ความสำเร็จ และการอิ่มตัว มีจริงไหม? คำตอบที่ผมให้กับตัวเองก็คือ “จริง”แต่มันจะจริงก็ต่อเมื่อคุณไปถึง “จุดนั้น” จริงๆ ไม่ใช่หลอกตัวเองด้วยความเหนื่อย ความลำบาก และหาโอกาสในการเปลี่ยน ที่ใครๆหลายคนเรียกมันว่า “ข้ออ้าง” เพื่อที่จะหลีกหนีปัญหาไปเท่านั้น

สุดท้ายนี้ หวังว่าบทความนี้จะทำให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ทุกคน
มองเห็น “ความสำเร็จ” จาก “เป้าหมาย” ที่ต้องการอย่างแท้จริง

สวัสดีปีใหม่ 2015 ล่วงหน้าครับ
@TAXBugnoms