สวัสดีครับ!!! กลับมาพบกับคอลัมน์ Money you show know กันอีกครั้ง สำหรับบทความในวันนี้คงจะหนีประเด็นร้อนแรงในการลดหย่อนภาษีที่เป็นข่าวครึกโครมในช่วงที่ผ่านมาอย่าง “LTF เปลี่ยนจาก 5 ปีปฎิทิน เป็น 7 ปีปฎิทิน” แล้วยังไงดี.. ที่ทำให้ใครหลายคนสับสน มึนงง และงงงวยว่าจะเอายังไงต่อกับชีวิตการลงทุนและลดหย่อนภาษีของเราดี

 

ก่อนที่จะตัดสินใจว่าเอายังไงต่อ ผมขอสรุปให้ฟังอีกทีสั้นๆครับว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 - 31 ธันวาคม 2562 หากใครซื้อ LTF ในช่วงนี้นั้นแปลว่าจะต้องถือครองไปต่อเนืองถึง 7 ปีปฏิทินกันเลยทีเดียว หรือพูดให้ง่ายกว่านั้นก็คือ ถ้าซื้อปี 2559 กว่าจะขายได้ก็คือปี 2565 นั่นเองครับ

อ่านทำความเข้าใจรายละเอียดเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่ เอาไงต่อดี ? เมื่อ LTF เปลี่ยนเงื่อนไขเป็น 7 ปีปฎิทิน ครับ

 

 

คุณ "เห็นด้วย" หรือ "ไม่เห็นด้วย"

 

มาถึง ณ วันนี้ มีหลายคนบ่นให้ฟังว่าไม่ชอบ หลายคนบอกกันว่าไม่ถูกใจ TAXBugnoms เลยทำหน้าที่แอบไปสัมภาษณ์และรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นจากผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินหลายๆท่านมาครับ ซึ่งวิธีการสัมภาษณ์คราวนี้ก็ไม่ยากเย็นอะไร เพียงแค่ส่งคำถามไปรบกวนสั้นๆว่า “เห็นด้วย” หรือ “ไม่เห็นด้วย” กับการที่ LTF เปลี่ยนจาก 5 ปีปฏิทินเป็น 7 ปีปฏิทินแบบนี้ พร้อมกับขอเหตุผลประกอบดีๆ สักหน่อยเองครับ (ง่ายๆ คือไปรบกวนคนอื่นเข้านั่นแหละครับ แฮร่)

เอาล่ะครับ เรามาดูกันเลยว่าทั้ง 9 คนที่ผมไปสัมภาษณ์มานั้น แต่ละท่านมีความเห็นอย่างไรบ้างต่อเรื่องนี้ครับผม 

 

เห็นด้วยครับ เพราะในแง่ของการบริหารความเสี่ยงของการลงทุนในหุ้นแล้วระยะเวลาที่ยาวขึ้น ช่วยลดโอกาสที่จะขาดทุนได้ดีกว่า และในอดีตการลงทุนเพียงแค่ 5 ปีปฏิทินก็ยังมีช่วงที่ถือครบแล้วขาดทุน การขยายเวลาเพิ่มขึ้นก็ช่วยตรงนี้ได้

A-Academy (ศักดา สรรพปัญญาวงศ์)

 

"เห็นด้วยกับนโยบายการขยายระยะเวลา เพราะช่วยปลูกฝังแนวคิดการลงทุนระยะยาว แต่ควรเพิ่มประเภทกองทุน LTF ให้หลากหลายขึ้น เช่น ลงทุนหุ้นต่างประเทศได้ เป็น Flexible funds (ลงทุนได้หลาย asset class โดยเน้นหุ้นไม่น้อยกว่า 50% ได้) หรือมีอนุพันธ์ประกบได้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุน เและเพื่อให้ความยืดหยุ่นกับบลจ.ในการบริหารกองทุน ซึ่งจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ลงทุนในที่สุด

Thailand Investment Forum
(ศกุนพัฒน์ จิรวุฒิตานันท์)

 

เห็นด้วยนะครับ เพราะ
1. จากผลการศึกษาวิชาการ มีหลักฐานมากมายที่นำไปสู่บทสรุปว่า การลงทุนระยะยาว ให้โอกาสในการสร้างผลตอบแทนสูงขึ้นกว่าการลงทุนระยะสั้น

2. 5 ปีปฎิทิน ที่จริง มันก็แค่ 3 ปี แค่นั้น สำหรับการลงทุนในหุ้น ระยะเวลาเพียงแค่นี้ ถือว่าเป็นระยะสั้น เพราะโดยปกติ Investment Cycle หรือ วัฎจักรตลาดหุ้น มักจะมีระยะเวลาตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ดังนั้น ถ้าสามารถมีวิธีการที่ทำให้นักลงทุนลงทุนในระยะเวลาที่ยาวขึ้น ก็จะสามารถถือข้ามช่วงที่เกิดวิกฤตการเงินในอนาคตไปได้ โดยไม่ตกใจขายยอดที่ครบกำหนดออกมาในวันที่ถึงวัฏจักรซบเซาพอดี

Sinthorn ชยนนท์ รักกาญจนันท์ (Mr.Messenger)

 

ไม่เห็นด้วยครับ นโยบาย LTF ต้องการให้นักลงทุนรายย่อยช่วยลงทุนเพื่อพยุงตลาดหุ้นไทยโดยเสนอค่าลดหย่อนเป็นการจูงใจ ซึ่งในทางปฏิบัตินักลงทุนเมื่อถือครบ 5 ปีปฏิทินก็จะขายแล้วนำเงินก้อนนั้นมาซื้อ LTF ใหม่อยู่แล้ว ทำให้เงินยังคงหมุนเวียนอยู่ในตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเพิ่มความเสี่ยงให้นักลงทุนติดล็อคนานขึ้นเป็น 7 ปีปฏิทินจะลดแรงจูงใจการซื้อ LTF ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับเป้าหมายการพยุงเสถียรภาพของตลาดหุ้นไทย

ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์
อาจารย์ประจำวิชากฎหมายภาษี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม

 

ถ้าคนเรามอง LTF เป็นเครื่องมือสะสมเงินเพื่อการเกษียณ ที่ต้องลงทุนต่อเนื่อง ลงทุนระยะยาว ยังไงก็ต้องสะสมกันเกิน 5 ปีหรือ 7 ปีอยู่แล้ว ดังนั้นสำหรับคนที่ใช้ LTF เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตเกษียณรวย ก็ไม่น่าจะรู้สึกอะไร แต่สำหรับคนที่ใช้ LTF แบบฉาบฉวยเพื่อลดหย่อนภาษี แล้วก็มุ่งหวังกลยุทธ์เข้าแล้วออก เงินก้อนเดิมลดหย่อนภาษีได้ 2 ครั้งทุกๆ 5 ปี ก็คงบ่นกันหน่อย

Money Coach (จักรพงษ์ เมษพันธุ์)

 

LTF - หมอนัทเห็นด้วย 100% ครับ เนื่องจากว่าทำให้นักลงทุนได้ลงทุนตามระยะเวลาที่ควรจะลงทุนจริง ๆ มากขึ้น ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะลงทุนเพียงแค่ 3 ปีกว่า(ทางปฏิบัติ) ซึ่งไมได่ตอบโจทย์ที่แท้จริงของการลงทุนในกองทุน LTF เท่าไหร่ ซึ่งจากนี้ไป ระยะสั้นแน่นอนว่าคนอาจจะซื้อ LTF ลดลง แต่จะมีแต่คนที่มองอนาคตการออมอย่างถูกต้องจริง ๆ มากขึ้น ในการซื้อ LTF ซึ่งระยะยาวแล้ว ผมมองว่าเป็นเรื่องดีแน่ ๆ

คลินิกกองทุน (ธนัฐ ศิริวรางกูร)

 

เห็นด้วย เพราะ ระยะเวลาถือครองยาวขึ้นเป็น 7 ปีปฏิทิน อาจจะดูเหมือนเป็นข่าวร้าย แต่ที่จริงแล้วเป็นแนวทางที่ดี เพราะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ลงทุนได้ลงทุนระยะยาวมากขึ้น และใช้กองทุน LTF/RMF เป็นเครื่องมือการออมระยะยาวเพื่อเกษียณ

ที่จริงแล้ว ผู้ลงทุนจะสังเกตได้ว่า กองทุนหุ้น 2 กองที่มีนโยบายเดียวกันและผู้จัดการกองทุนคนเดียวกัน กองทุน LTF มักให้ผลตอบแทนสูงกว่ากองทุนหุ้นทั่วไปเล็กน้อย ด้วยการถือครองยาวกว่า ไม่มีเงินเข้าออกบ่อยๆ ทำให้ผู้จัดการกองทุนสามารถเลือกลงทุนระยะยาวได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ LTF ถูกออกแบบให้ลงทุนในหุ้น ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงและทำให้เงินออมโตเร็วในระยะยาว แต่มีความผันผวนในระยะสั้น การลงทุนในหุ้นผ่านกองทุนในระยะยาวจึงช่วยลดความผันผวนในระยะสั้น ได้กระจายความเสี่ยง และได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนระยะยาว

Invest Like A Pro (วิน พรหมแพทย์)

 

จริงๆแล้วมีบางส่วนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะสมมติว่าหากเราเป็นนักลงทุนผู้เชี่ยวชาญ มีความสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูง เช่นเฉลี่ย 15% ต่อปี การเพิ่มเวลาเป็น 7 ปีปฏิทินโดยไม่สามารถเอาเงินเคลื&

Related Story