ชั่วโมงละ 1,000 บาท : เคล็ดลับความสำเร็จของ Costco ทำไมถึงยอมจ่ายค่าจ้างพนักงาน ‘2 เท่า’ ของค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม

ชั่วโมงละ 1,000 บาท : เคล็ดลับความสำเร็จของ Costco ทำไมถึงยอมจ่ายค่าจ้างพนักงาน ‘2 เท่า’ ของค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม

ถ้าพูดถึงธุรกิจค้าส่ง สำหรับชาวไทยชื่อแรกที่เชื่อว่าจะโผล่เข้ามาในหัวคือ Makro

แต่ถ้าพูดถึงระดับนานาชาติที่ใหญ่กว่า เป็นธุรกิจค้าส่งระดับโลกคงหนีไม่พ้น Costco

ใหญ่แค่ไหน? รายได้ปี 2023 อยู่ที่ราวๆ 242,300 ล้านดอลลาร์ (8.1 ล้านล้านบาท)

หรือประมาณ ครึ่งหนึ่งของ GDP ประเทศไทย

ใหญ่กว่า Makro ที่รายได้ปี 2023 เกือบ 500,000 ล้านบาท (​รวมบริษัทอื่นๆ ใน CPAXT ด้วย) ประมาณ 16 เท่า

ที่ผ่านมา Costco ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีคู่แข่งอย่าง Walmart หรือ Amazon ที่ขับเคี่ยวในตลาดค้าปลีกกันอยู่ตลอดเวลา และหนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของพวกเขาคือ “อัตราการลาออกของพนักงาน” ที่ต่ำมากๆ แค่เพียง 8% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมค้าปลีกที่ราวๆ 60-70%!!!

ประวัติโดยย่อ

Costco มีจุดเริ่มต้นในปี 1983 โดย Jeffrey Brotman และ James Sinegal ที่เปิดคลับสโตร์แห่งแรกในซีแอตเทิล ก่อนจะควบรวมกิจการกับ Price Club ในปี 1993 และเปลี่ยนชื่อเป็น Costco Wholesale ในปี 1997 จุดเด่นของ Costco คือระบบสมาชิกที่ลูกค้าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี การจำกัดจำนวนสินค้าเพียง 3,700-4,000 รายการต่อสาขา และการเน้นขายสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง

ในปี 2023 Costco มีผลประกอบการที่น่าประทับใจ

- รายได้รวม 242,300 ล้านดอลลาร์
- กำไร 6,300 ล้านดอลลาร์ (สัดส่วนกำไรสุทธิบางมากแค่ 2.6% แต่นี่ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ราคาของสินค้า Costco ถูกมากๆ และลูกค้าถึงชอบที่จะมาซื้อแบบเหมายกแพ็ค)
- สมาชิกกว่า 128 ล้านคน
- มีสาขามากกว่า 860 แห่งทั่วโลก

แม้ว่า 75% ของรายได้จะมาจากสหรัฐอเมริกา แต่บริษัทก็มีการขยายธุรกิจไปยังหลายประเทศ โดยเฉพาะในแคนาดาที่สร้างรายได้ถึง 15% ของบริษัท (ในเอเชียมีสาขาในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน)

แค่นับรายได้ค่าสมาชิกปีละ 65 เหรียญ (2,187 บาท) * 128 ล้านคน = 8,320 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 280,000 ล้านบาทแล้ว

พนักงานแฮปปี้ ลูกค้าแฮปปี้ ผู้ถือหุ้นแฮปปี้

ในโลกของธุรกิจค้าปลีกที่มักจะมุ่งเน้นการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มผลกำไร Costco กลับเลือกเดินเส้นทางที่แตกต่าง - เส้นทางที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าของมนุษย์และความยั่งยืนในระยะยาว

ล่าสุดของ Costco สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาข้อนี้ พนักงานระดับสูงสุดจะได้รับค่าตอบแทนถึง 31.90 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 1,100 บาท/ชั่วโมง) ขณะที่พนักงานระดับเริ่มต้นก็จะได้รับ 20-21 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (700 - 735 บาท / ชั่วโมง)

และสัญญาว่าจะขึ้นอีก 1 ดอลลาร์/ชั่วโมงในปี 2026 และ 2027

ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่เฉลี่ยจะได้รับค่าแรงระดับขอบบนอยู่แล้วเพราะอยู่กับบริษัทมานานมาก ปกติคนทำงานในธุรกิจค้าปลีก มักจะทำไม่กี่เดือน เป็นงานชั่วคราว ก่อนจะกระโดดไปหางานใหม่ แต่พนักงาน Costco โดยเฉลี่ยจะอยู่นานถึง 9 ปี!!!

สำหรับ Costco นี่ไม่ใช่เพียงการปรับค่าจ้าง แต่เป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิตของผู้คนกว่า 272,000 ชีวิตที่ทำงานกับ Costco มาอย่างยาวนาน

ปกติแล้วในอุตสาหกรรมค้าปลีก เราจะเห็นพนักงานเข้า/ออกกันอยู่บ่อยๆ อัตราการลาออกของพนักงาน (Turnover Rate) ของอุตสาหกรรมนี้จะสูงถึง 60-70% แต่สำหรับ Costco ต่ำมากแค่ 8% เท่านั้น

ค่าจ้างตรงนี้คู่แข่งอย่าง Walmart หรือ Amazon เทียบไม่ติดเลย

โดยเฉลี่ยอุตสาหกรรมค้าปลีกพนักงานจะได้เงินที่ 14.12 ดอลลาร์ / ชั่วโมง (​Costco จ่ายมากกว่า 2 เท่า)

Walmart จ่ายพนักงานเฉลี่ยที่ 17.50 ดอลลาร์ / ชั่วโมง (Costco จ่ายมากกว่า 70%)

Amazon จ่ายพนักงานในโกดังเฉลี่ยที่ 22 ดอลลาร์ / ชั่วโมง (Costco จ่ายมากกว่า 50%)

ความน่าสนใจไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขค่าจ้าง แต่ยังรวมถึงการให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิตด้วย

ในการประกาศเดียวกัน Costco เพิ่มวันหยุดพักผ่อนสำหรับพนักงานใหม่ในปีแรก และการมอบวันหยุดพิเศษให้กับผู้ที่อยู่กับองค์กรมายาวนานถึง 30 ปี จนมีวันหยุดรวม 6 สัปดาห์

สิ่งเหล่านี้สะท้อนวิสัยทัศน์ที่มองเห็นว่า ความสำเร็จขององค์กรไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความสุขและความมั่นคงในชีวิตของผู้คนที่ร่วมสร้างความสำเร็จนั้นด้วย

ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากค่าแรงหรือสวัสดิการอื่นๆ Costco มองว่ามันเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า เพราะไม่ต้องมานั่งเสียเวลาประกาศหาคน/สัมภาษณ์/ฝึกพนักงานคนใหม่ จากการคำนวณของบริษัทให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ McKinsey พบว่าพนักงานหนึ่งคนออกไป ต้องใช้เงินกว่า 1,500 ดอลลาร์ในการหาคนใหม่เข้ามาแทน

เพราะฉะนั้นยิ่งมีอัตราการลาออกเยอะ ยิ่งใช้เงินในการหาคนมาแทนเยอะตามไปด้วย

นี่คือเคล็ดลับความสำเร็จของ Costco คือพนักงานที่มีความสุขและพร้อมจะอยู่กับบริษัทไปเป็นระยะเวลานาน อย่างที่บอกโดยเฉลี่ยคือ 9 ปี!

ค่าตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม (แบบเทียบไม่ติด) สวัสดิการดี (ทั้งวันหยุด ทุนการศึกษา กองทุนเกษียณ การสนับสนุนให้พนักงานเรียนต่อโดยไม่ต้องลาออก ฯลฯ) สิ่งเหล่านี้ทำให้พนักงานแฮปปี้

พอพนักงานแฮปปี้ ลูกค้าแฮปปี้ และแน่นอนว่า ผู้ถือหุ้นแฮปปี้ เพราะ 5 ปีที่ผ่านมา หุ้นบริษัทขึ้นมาแล้วกว่า 240% และเพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่ไป $1,076 / หุ้น!

รอน วาคริส (Ron Vachris) ซีอีโอของ Costco กล่าวว่า "เราเชื่อว่าค่าจ้างรายชั่วโมงและสวัสดิการของเราจะยังคงนำหน้าผู้อื่นในอุตสาหกรรมค้าปลีก" นี่ไม่ใช่เพียงคำพูดทางธุรกิจให้ฟังดูดี แต่เป็นการแสดงออกถึงคำมั่นสัญญาที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการค้าปลีก มาตรฐานที่มองเห็นคุณค่าของมนุษย์มากกว่าตัวเลขในบัญชีกำไรขาดทุนเพียงเท่านั้น

[ปล. ไม่ใช่บทความแนะนำการลงทุน แต่ InnovestX แนะนำว่าสำหรับนักลงทุนไทยที่สนใจลงทุนใน Costco มีทางเลือกดังนี้:

1. ซื้อหุ้นโดยตรง: หุ้น Costco มีสัญลักษณ์ย่อว่า COST และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ คุณสามารถซื้อขายได้ผ่านโบรกเกอร์ที่ให้บริการซื้อขายหุ้นต่างประเทศ

2. ลงทุนผ่านกองทุนรวม: มีกองทุนรวมหลายกองทุนที่ลงทุนในหุ้น Costco คุณอาจจะเลือกกองทุนที่เน้นลงทุนในกลุ่มค้าปลีกหรือหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงก็ได้]

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save