Deepseek เหตุการณ์ ‘เรียกสติ’ ‘Sputnik Moment’ แห่งยุค AI ที่ทำให้ Nvidia สูญเสียมูลค่าตลาดที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ กว่า 20 ล้านล้านบาทในหนึ่งวัน

Deepseek เหตุการณ์ ‘เรียกสติ’ ‘Sputnik Moment’ แห่งยุค AI ที่ทำให้ Nvidia สูญเสียมูลค่าตลาดที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ กว่า 20 ล้านล้านบาทในหนึ่งวัน

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการเติบโตของ Nvidia ที่เหมือนความฝัน ราคาหุ้นพุ่งทะยานขึ้นกว่า 239% ในปี 2023 และ 171% ในปีที่แล้ว จนกระทั่งบริษัทก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา แซงหน้าแม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Apple และ Microsoft

แต่แล้วในวันจันทร์ที่ผ่านมา ความฝันนั้นก็สั่นคลอน คล้ายถูก ‘เรียกสติ’ ให้ตื่น เป็น ‘Wake Up Call’ ที่ทำให้ผู้ถือหุ้นของ Nvidia นักลงทุนที่อยู่ในตลาดเทคโนโลยี รวมไปถึงผู้ใช้งานด้าน AI ทั่วโลกต้องหันมาให้ความสนใจอย่างแท้จริง

เมื่อ DeepSeek สตาร์ทอัพจากจีนได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การพัฒนา AI อาจจะไม่ได้จำเป็นต้องใช้เงินมหาศาลอย่างที่หลายคนคิด ราคาหุ้น Nvidia ร่วงลงถึง 17% สูญเสียมูลค่าตลาดไปเกือบ 600,000 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว (หรือประมาณ 20 ล้านล้านบาท) นับเป็นการสูญเสียมูลค่าตลาดที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ (ก่อนหน้านี้คือ Facebook ที่ร่วงวันเดียว 240,000 ล้านเมื่อสามปีก่อน)

จาก Sputnik ถึง DeepSeek: เมื่อความมั่นใจถูกท้าทาย

เหตุการณ์นี้ชวนให้นึกถึงช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์เมื่อ 68 ปีก่อน

วันที่ 4 ตุลาคม 1957 ด้วยงบประมาณเพียง 27 ล้านรูเบิล (ประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์ในขณะนั้น) สหภาพโซเวียตได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการส่งดาวเทียม Sputnik วัตถุมนุษย์สร้างชิ้นแรกเข้าสู่วงโคจรรอบโลก

ความสำเร็จของ Sputnik ไม่ได้อยู่ที่ตัวดาวเทียมขนาดเล็กที่ส่งสัญญาณวิทยุง่ายๆ แต่อยู่ที่การทำลายภาพลวงตาของอเมริกาที่เชื่อว่าตนเองเหนือกว่าในทุกด้าน เช่นเดียวกับวันนี้ที่ DeepSeek ได้ท้าทายความเชื่อที่ว่าการพัฒนา AI จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล

ที่ผ่านมา Nvidia ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของยุค AI boom ด้วยการผูกขาดตลาดชิป GPU ที่ใช้ในการประมวลผล AI บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Meta, Google และ Amazon ต่างทุ่มเงินหลายพันหลายหมื่นล้านดอลลาร์เพื่อซื้อชิปจาก Nvidia มาใช้ในการพัฒนาโมเดล AI ของตน Meta เพิ่งประกาศว่าจะใช้งบประมาณถึง 65,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้เพื่อพัฒนา AI

แต่แล้ว DeepSeek ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการพัฒนา AI ระดับแนวหน้าสามารถทำได้ด้วยงบประมาณเพียง 5.6 ล้านดอลลาร์ ใช้เวลาเพียงสองเดือน ค่าใช้จ่ายในการประมวลผลถูกกว่า ChatGPT 20-50 เท่า และใช้ชิปประสิทธิภาพต่ำกว่า นี่เป็นการท้าทายไม่เพียงแค่ Nvidia แต่รวมถึงแนวคิดที่ว่าการพัฒนา AI จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลอีกด้วย

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงถูกเปรียบเทียบเป็น ‘Sputnik Moment’ แห่งยุค AI ที่จะยิ่งขับเคลื่อนการแข่งขันระหว่างประเทศอเมริกาและจีนสองขั้วอำนาจให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

ผลกระทบลูกโซ่ที่ตามมา

ผลกระทบจากการประกาศของ DeepSeek ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Nvidia เท่านั้น หุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม AI ต่างร่วงลงตาม:

- Nasdaq ร่วงไป 3.1%
* Broadcom ผู้ผลิตชิปเจ้าอีกแห่งของอเมริกาสูญเสียมูลค่าตลาดไป 200,000 ล้านดอลลาร์
* Meta และ Alphabet (บริษัทแม่ของ Google) ร่วงลงอย่างหนัก
* บริษัทพลังงานที่เคยได้ประโยชน์จากความต้องการไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ก็ร่วงลงเช่นกัน เช่น Constellation Energy ลดลง 21%
* ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติก็ปรับตัวลดลงตามไปด้วย

เรื่องราวของ Nvidia สะท้อนให้เห็นความเปราะบางของความสำเร็จในยุคดิจิทัล แม้จะเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่ก็สามารถสูญเสียมูลค่ามหาศาลได้ในเวลาเพียงวันเดียว เมื่อพื้นฐานของธุรกิจถูกท้าทาย

ดร. สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และ ที่ปรึกษาด้าน Future Economy ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ได้เขียนแสดงความเห็นในเรื่องนี้บน Facebook ส่วนตัวว่า

“Deepseek ใช้เวลาแค่ 2 เดือนกว่าๆเท่านั้นในการพัฒนาเอไอที่มี ความสามารถใกล้เคียงกับโมเดลรุ่นใหม่ ของ OpenAI โดยใช้โมเดลของ OpenAI ช่วยเทรนสอนโมเดลของตนเองด้วย เสมือนOpenAI เป็นจอมยุทธ์ที่ฝึกแทบตายกว่าจะบรรลุเคล็ดวิชาใหม่ แต่พอนักเรียนมาเลียน/เรียนต่อแป๊บเดียวสามารถได้วิชาระดับเดียวกันมาได้ (ภาษานักลงทุนคือ Moat หรือคูเมืองป้องกันปราสาทเรา มันไม่ได้ข้ามยากเท่าที่คิด)

จึงทำให้เกิดคำถามว่าวงการเอไอนี่ผู้นำได้เปรียบมากจริงไหม หากผู้ตามสามารถตามได้เร็วขนาดนี้และยังทำได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก แบบนี้มันยังคุ้มที่จะลงทุนพัฒนาเพื่อเป็นผู้นำ ‘บรรลุเคล็ดวิชาใหม่ๆ‘ ไหม

เพราะผู้นำด้านเอไออาจถูกดิสรัปง่ายกว่าที่คิด”

นักลงทุนด้านเทคโนโลยี เดวิด แซคส์ (David Sacks) ซึ่งได้รับการทาบทามจากทรัมป์ให้เป็นหัวหน้าด้าน AI และคริปโตของทำเนียบขาว ได้เขียนข้อความบน X ว่าโมเดลของ DeepSeek "แสดงให้เห็นว่าการแข่งขันด้าน AI จะเข้มข้นมาก" และตอบท้ายว่า “ผมเชื่อมั่นในสหรัฐฯ แต่เราไม่สามารถนิ่งเฉยได้"

เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia ก็ได้รับผลกระทบโดยตรง มูลค่าทรัพย์สินของเขาลดลงประมาณ 21,000 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว ทำให้อันดับในรายชื่อมหาเศรษฐีของ Forbes ร่วงลงไปอยู่ที่อันดับ 17

อนาคตยังไงต่อ?

แม้ตลาดจะตอบสนองอย่างรุนแรง แต่หลายนักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นการตอบสนองที่เกินจริง

Giuseppe Sette ประธานบริษัทวิจัยตลาด AI Reflexivity ยังคงเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ ยังคงเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงสุดในการพัฒนา AI ที่สามารถพัฒนาตัวเองได้ ด้วยพื้นฐานด้านทุนและบุคลากรที่แข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรม AI ต้องทบทวนตัวเอง เช่นเดียวกับที่ Sputnik เคยกระตุ้นให้สหรัฐฯ ปฏิรูประบบการศึกษาและการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ครั้งใหญ่

เรื่องราวของ Nvidia และ DeepSeek เตือนใจเราว่าในโลกของเทคโนโลยี ไม่มีอะไรแน่นอน การปฏิวัติทางเทคโนโลยีสามารถเกิดขึ้นได้จากที่ที่คาดไม่ถึง และบางครั้ง นวัตกรรมที่แท้จริงอาจไม่ได้มาจากการลงทุนมหาศาล แต่มาจากการคิดนอกกรอบและการใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด

เหมือนที่ Sputnik เคยเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันสู่ยุคอวกาศ DeepSeek อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติครั้งใหม่ในวงการ AI ที่จะทำให้เทคโนโลยีนี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมีราคาถูกลง ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เราคาดคิด

ดร. สันติธาร บอกว่า นี่อาจจะเป็นตัวอย่างของ ‘กันดารกลายเป็นสินทรัพย์‘ ของจีน หลังจากโดนอเมริกาจำกัดการเข้าถึงชิปคุณภาพสูงก็ได้ เลยทำให้ต้องคิดค้นวิธีใหม่ๆ ที่สร้างนวัตกรรมที่สร้างผลกระทบมากที่สุดไม่จำเป็นต้องมาจากการลงทุนมหาศาล แต่มาจากการคิดนอกกรอบและการใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด

การแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างจีนและสหรัฐฯ ทวีความเข้มข้น เราอาจต้องถามตัวเองต่อว่า: การตอบสนองต่อความท้าทายเหล่านี้ควรเป็นอย่างไร? ควรเป็นการแข่งขันที่มุ่งเน้นการทำลายล้าง หรือควรเป็นการแข่งขันที่นำไปสู่การพัฒนาที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ?

ในท้ายที่สุด บทเรียนที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่เรื่องของตัวเลขหรือมูลค่าหุ้น แต่เป็นการเตือนสติว่าความสำเร็จและความล้มเหลวในโลกของเทคโนโลยีนั้นอยู่ห่างกันเพียงแค่การค้นพบครั้งต่อไปเท่านั้น

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save