เตือนภัยหนังสือปลอม : ปัญหาใหญ่ที่ต้องจัดการก่อนทำลายระบบนิเวศวงการหนังสือ 17,000 ล้านบาท

เตือนภัยหนังสือปลอม : ปัญหาใหญ่ที่ต้องจัดการก่อนทำลายระบบนิเวศวงการหนังสือ 17,000 ล้านบาท

จากนักอ่านตัวเล็กๆ ที่ขลุกตัวอยู่กับการ์ตูนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จนเติบโตมาถึงวันหนึ่งนอกจากจะเป็นนักอ่านตัวยงแล้ว ยังได้มีทำงานอยู่ในแวดวงนี้เต็มตัว เป็นทั้งบรรณาธิการเพจ ทั้งเขียนหนังสือของตัวเองและเป็นนักแปลที่ทำงานร่วมกับหลายสำนักพิมพ์

ถ้าจะเรียกว่าเติบโตมากับหนังสือมาตลอดเกือบทั้งชีวิตก็คงไม่ผิดนัก

เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นถือว่าสะเทือนใจจนรู้สึกว่าไม่ควรอยู่นิ่งเฉยปล่อยผ่าน อยากสร้างการรับรู้ถึงปัญหาตรงนี้ให้กว้างขึ้น เพราะเอาจริงหากไม่มีการจัดการดูแลอย่างชัดเจน ทุกอย่างอาจจะบานปลายจนสร้างความเสียหายกับวงการหนังสืออันเป็นที่รักของหลายต่อหลายคน รวมถึงผมด้วย

จำได้ว่าย้อนกลับไปเมื่อประมาณปลายปีก่อน ผมเห็นข่าวเล็กๆ ในกลุ่มนักอ่านบอกว่าหนังสือที่ได้รับดูคุณภาพไม่ค่อยสักเท่าไหร่ กระดาษจับแล้วบางๆ หรือ ตัวหนังสือไม่ค่อย ตอนนั้นคนส่วนใหญ่ยังคิดว่าอาจจะเป็นหนังสือที่หลุด QC รึเปล่า? ไม่มีใครคิดว่าเป็นหนังสือปลอม

จนกระทั่งวันที่ 25 พฤศจิกายน สนพ. WeLearn ออกมาโพสต์เกี่ยวกับประเด็นนี้อย่างเป็นทางการ และแจ้งว่าตอนนี้เริ่มมีหนังสือปลอมระบาดมากขึ้น พร้อมทั้งข้อสังเกตต่างๆ เพื่อให้นักอ่านเลือกซื้อได้อย่างถูกต้อง

โดยให้สังเกต

โลโก้

✅ ของจริง : โลโก้สำนักพิมพ์ทั้งหมดจะต้องเป็นโลโก้ของวีเลิร์น (ทั้งปกหน้า ปกหลัง และสันหนังสือ)

🚫 ของปลอม : ใช้โลโก้ของสำนักพิมพ์อื่น

เนื้อใน

✅ ของจริง : ใช้กระดาษคุณภาพดี และหมึกพิมพ์สีคมชัด

🚫 ของปลอม : ใช้กระดาษคุณภาพต่ำ หมึกพิมพ์ไม่คมชัด เหมือนถ่ายเอกสารมา

หน้าเครดิต

✅ ของจริง : หน้าเครดิต ชื่อผู้จัดพิมพ์

🚫 ของปลอม : จะไม่มีหน้านี้

ตำหนิ

✅ ของจริง : สินค้าจะไม่มีตำหนิ เช่น รอยขาด หน้ากระดาษติดกัน หรือรอยบุบ

🚫 ของปลอม : มีตำหนิ เช่น รอยขาด หน้ากระดาษติดกัน คราบกาว และมีรอยบุบ

หากได้รับของปลอมก็ให้กดรีพอร์ตร้านที่ซื้อออนไลน์เพื่อช่วยกันจัดการ

แต่ปัญหาเหมือนจะไม่จบแค่นั้น

เพราะสำนักพิมพ์อื่น เริ่มเจอเช่นเดียวกันทั้งสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ อย่าง Amarin หรือ แม้แต่สำนักพิมพ์ที่ได้รับความนิยมขนาดย่อมลงมาหน่อยอย่าง Biblio

ล่าสุดในการสัมภาษณ์กับสื่อ ThaiPBS คุณจี - จีระวุฒิ เขียวมณี บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ Biblio ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหนังสือที่เป็นกระแสมากมายอย่าง ‘ขนมปังของพรุ่งนี้ แกงกะหรี่ของเมื่อวาน’ ‘Emotional First Aid’ ‘Dune 2 Messiah’ ‘แม่มดกิกิผจญภัย’ ‘บ้านวิกลคนประหลาด’ และอีกมากมาย

เขาเล่าว่าสนพ. Biblio ก็เจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน ล่าสุดคือสองปกที่ดังข้ามปีอย่าง ‘Emotional First Aid’ และ ‘Dune 2 Messiah’ จนสุดท้ายต้องออกมาทำวิดีโอสั้นเพื่ออธิบายจุดสังเกตต่างๆ ให้กับผู้อ่านเพื่อใช้แยกแยะหนังสือปลอมกับหนังสือจริง

นอกจากนั้น คุณองอาจ จิระอร ที่ปรึกษาสายงานสำนักพิมพ์ในเครืออมรินทร์ ก็ให้สัมภาษณ์ในรายการเดียวกันเล่าถึงหนังสือที่โดนปลอมไปถึง 13 ปก (ที่นับได้ในเวลานี้) ตั้งแต่ ‘ชีวิตเรามีแค่ 4,000 สัปดาห์’ ‘Manifest’ และ “Good Vibes’

“สำหรับคนที่ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อน หรือเห็นแค่ตามเว็บไซต์ มันก็สีเหมือนกัน” คุณองอาจอธิบายว่าลูกค้าส่วนใหญ่อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนังสือที่ซื้อไปเป็นของปลอม หากไม่ได้สังเกตหรือเคยเห็นของจริงมาก่อน

ปัญหาที่อาจจะบานปลายต่อจากนี้?

คุณจีอธิบายว่าระบบนิเวศของหนังสือนั้นมีหลายส่วนมาก ตั้งแต่สนพ. สายส่งหนังสือ บรรณาธิการ ฝ่ายลิขสิทธิ์ ฝ่ายการตลาด ร้านหนังสือเชน ร้านหนังสืออิสระ ร้านหนังสือมือสอง ร้านเช่า คนอ่านทั่วไป อินฟลูหนังสือ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ นักรีวิว โรงพิมพ์ อีเวนต์งานหนังสือต่างๆ ทั่วประเทศ สิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงถึงกันหมด โดยมี ‘หนังสือ’ เป็นศูนย์กลาง

หากนับรวมทั้งอุตสาหกรรมแล้วมีมูลค่าราวๆ 17,000 ล้านบาท และกลุ่มคนอ่านก็มีตั้งแต่เด็กจนถึงคนชรา คนรุ่นใหม่ๆ ก็มีเทรนด์การอ่านหนังสือเป็นเล่มที่เยอะขึ้น ด้วยกระแสโลกออนไลน์ โซเชียลมีเดียที่คนหันมาอ่านใช้เวลากับการอ่านหนังสือเยอะขึ้น

หากหนังสือปลอมมีการระบาดและจัดการไม่ได้ ระบบนิเวศตรงนี้อาจจะล้มไปเลยก็ได้

อย่างแรกหนังสือปลอมเหล่านี้ขายในราคาต่ำกว่าหนังสือจริงที่ถูกลิขสิทธิ์ ด้วยต้นทุนมีแค่การทำสำเนาและวางขาย แต่ถ้าเป็นหนังสือเล่มจริงจะมีค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งค่าลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ ค่านักแปล ค่าบรรณาธิการ จัดพิมพ์ โปรโมต ฯลฯ

หากเจอขายตัดราคาจน สนพ. ขาดรายได้ สุดท้ายสนพ. หลายแห่งคงต้องปิดตัว เมื่อปิดตัว หนังสือในตลาดก็จะน้อยลงไปด้วย

นอกจากนั้นแล้วหนังสือปลอมเหล่านี้ยังสร้างปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือให้กับสนพ. ที่เอาลิขสิทธิ์จากต่างประเทศมาด้วย คุณองอาจอธิบายว่าทาง สนพ. ก็ต้องไปอธิบายเหตุการณ์เหล่านี้ให้ฝั่งต้นฉบับฟัง เขาก็อาจจะเริ่มมองว่าเราจัดการได้ไม่ดี เจอปลอมไปหลายเล่ม ความน่าเชื่อถือก็ลดลง ความเสียหายคือ

“มันเป็นเรื่องของธุรกิจเลย เพราะมันขายได้ ขายดี ก็พิมพ์เพิ่ม” คุณจีเล่าต่อ “ทีนี้มันจะไม่ใช่แค่สามสี่สำนักพิมพ์ละที่โดน มันจะขยายขึ้น และที่ผมกลัวมากกว่าคือการรับรู้ของคนอ่านว่าอ่านหนังสือปลอมก็ไม่เห็นเป็นไร มันจะสร้างค่านิยมการอ่านที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม”

หากจัดการไม่ได้แล้วคนอ่านเห็นเป็นเรื่องปกติโดยไม่มีการปราบปราม ปัญหาเหล่านี้จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ทางสนพ. ก็ทั้งแจ้งความทั้งรายงานไปให้ทางแอปฯ ชอปปิงขายออนไลน์ทั้งเตือนหน้าเพจตัวเอง ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ส่วนตัวผมเองในฐานะนักอ่านคนหนึ่งที่มีหนังสือเป็นเพื่อนรัก ร้านหนังสือเป็นพื้นที่เยียวยาจิตใจ และทำงานกับคนเก่งๆ นิสัยดีมากมายในแวดวงนี้ อยากแชร์ให้เรื่องนี้กระจายสู่นักอ่านในบ้านเราให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

สมัยก่อนเราเห็นการละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือเช่นการสแกนแล้วแจกจ่ายหรือการอ่านหนังสือเสียงเป็นเล่มลงช่องทางของตัวเองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่นั้นถือเป็นเหตุการณ์ขนาดเล็กที่กฎหมายเข้าไปจัดการได้อย่างรวดเร็ว แต่ครั้งนี้ดูจะต่างออกไป เบื้องหลังเรายังไม่ทราบว่าเป็นใคร ไม่ว่าจะบ้านเราหรือจากต่างประเทศ ก็ต้องรีบจัดการก่อนที่มันจะลุลามจนทำลายระบบนิเวศวงการหนังสือทั้งหมด

เราทำอะไรได้บ้าง?

- ซื้อจาก สนพ. โดยตรง หรือ ร้านหนังสือที่น่าเชื่อถือ
- ถ้าเป็นร้านหนังสืออิสระ ให้ดูร้านที่เครดิตดีและรีวิวที่ดี
- กดรายงานร้านที่ขายหนังสือปลอม
- แชร์ประเด็นนี้เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง และไม่อุดหนุนหนังสือปลอมอย่างเด็ดขาด

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save