ไม่ขอใช้ Alibaba : Louis Vuitton เตรียมเปิดเว็บไซต์เอง มั่นใจทำดีกว่า
Louis Vuitton แบรนด์ผลิตกระเป๋าชื่อดัง เป็นรายล่าสุดที่ออกมาทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเองในประเทศจีน พร้อมกับความมั่นใจที่ว่าลูกค้าจะยึดติดกับแบรนด์มากกว่าร้านขายของอย่าง Alibaba และ JD.com
โดยการแยกตัวออกมานั้น Louis Vuitton ได้ทำแคตตาล็อกออนไลน์เพื่อรวบรวมสินค้าเครื่องหนัง รองเท้า นาฬิกา และอัญมณีจาก Moet Hennessy Louis Vuitton SE แทน และมีการเคลื่อนไหวในทำนองเดียวกันจาก Kering SA’s Gucci และ Coach Inc. ที่ปิดร้านของตนเองจาก เว็บไซต์ Tmall ไป เพื่อเดิมพันว่าทำได้ดีกว่าโดยไม่ต้องอาศัยพื้นที่ของ Alibaba
สินค้าแบรนด์เนมและ e-commerce เป็นตลาดที่ใหญ่มากในจีน การขายของออนไลน์มีสัดส่วนถึงหนึ่งในห้าของการใช้จ่าย ซึ่งผู้บริโภคต้องการความสะดวกในการดูข้อมูลจากโทรศัพท์ของตน และการชำระเงินออนไลน์ที่ทำให้พวกเขารับสินค้าได้อย่างรวดเร็ว
ตามรายงานของ Euromonitor จีนจะก้าวข้ามอเมริกาเป็นตลาดสินค้าแบรนด์เนมที่ใหญ่ที่สุดในอีกสี่ปีข้างหน้า แม้ว่าทางรัฐบาลผลักดันด้านการบริโภคอย่างเด่นชัดแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าการที่จีนเป็นที่อยู่ของมหาเศรษฐีหลายคน และชนชั้นกลางที่มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสิบปีก่อน ทำให้ปัจจัยในการซื้อของจีนเหนือกว่าอเมริกาเอาเรื่องเลยทีเดียว
ทว่าในตอนนี้ยอดการขายสินค้าแบรนด์เนมยังคงไม่มากนักโดยเฉพาะถ้าเรามองในภาพรวม โดยยอดการซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมใน e-commerce ของจีนนั้นต่ำกว่า 10% นับจากสินค้าทั้งหมด เนื่องจากแบรนด์ใหญ่ไม่เต็มใจในการขายออนไลน์เท่าใดนัก แม้ว่าทาง Alibaba และ JD.com ต่างพยายามผลักดันทั้งผู้ซื้อและผู้ผลิตก็ตาม ดูเหมือนแบรนด์อย่าง LVMH และ Chanel ห่วงเรื่องความเสี่ยงและผลกระทบจากการนำผลิตภัณฑ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของตัวเองไปขาย
LVMH และ Gucci หวังให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์สุดพิเศษ ทั้งการขนส่ง VIP access ผ่านบริการจากทางเว็บไซต์ของตนเอง
ซึ่งหมายถึงการประกาศศึกกับ Alibaba และ JD.com ที่เป็นผู้นำด้าน e-commerce ในจีน และนี่ไม่ใช่การตั้งรับเพียงฝ่ายเดียว เมื่อไม่นานมานี้ทาง JD ก็เพิ่งลงเงินกว่า 397 ล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อหุ้นใน Farfetch ร้านขายของแบรนด์เนมออนไลน์ และควบคุมการส่งสินค้าในลอนดอนด้วย
มันแลกกับการที่แบรนด์เหล่านี้จะสูญเสียช่องทางที่ผู้คนจำนวนมาก เข้ามาเลือกซื้อได้ โดยเฉพาะจากใน Alibaba และ JD รวมไปถึงการขนส่งและระบบ logistic ที่เป็นจุดแข็งของพวกเขา
การออกมาในเวลาแบบนี้มันอาจใช้ได้สำหรับแบรนด์ใหญ่อย่าง LVMH หรือ Gucci แต่วิธีแบบนี้ไม่น่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับยี่ห้ออื่นที่ไม่ดังเท่า เพราะไม่ใช่ทุกคนที่สามารถต่อกรกับการเข้ามาของ Alibaba และ JD ได้ คงต้องรอดูกันต่อไปว่าศึกแบรนด์หรูครั้งนี้ใครจะเป็นฝ่ายกำชัยกันแน่
source :
You might also like

กระแสของเล่นแรงไม่หยุด ‘Bloks Groups’ ผู้ผลิตของเล่น...
Forbes รายงาน ‘จู เหว่ยซง (Zhu Weisong)’ ประธานกรรมการและซีอีโอของ Bloks Group กลายเป็น...

‘งบประมาณฐานศูนย์’ หนึ่งใน MOU ของ “รัฐบาลก้าวไกล” ค...
งบประมาณฐานศูนย์’ (zero-based budgeting หรือ ZBB) เป็นกระบวนการตรวจสอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด...

หุ้นปันผล 5 ตัวที่จะสร้างรายได้ 200,000 ล้านให้ ‘วอร...
ในปี 2023 มีการคาดการณ์โดยนิตยสาร Fortune ว่าคุณปู่บัฟเฟตต์จะได้รับปันผลราว ๆ 5,700 ล้า...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

