บิตคอยน์ สกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังเข้าใกล้จุดสำคัญอีกครั้งหนึ่งกับเหตุการณ์ที่เรียกว่า "Bitcoin Halving" ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนเมษายนปี 2024 นี้

📍Bitcoin Halving เป็นกลไกพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรักษาอัตราการหมุนเวียนและความหายากของบิตคอยน์ โดยจะเกิดขึ้นทุกๆ 4 ปี ในลักษณะที่ปริมาณรางวัลที่จ่ายให้กับผู้ขุดบิตคอยน์จะลดลงครึ่งหนึ่งจากเดิม

บิตคอยน์มีเทคโนโลยีเบื้องหลังที่ใช้สำหรับการบันทึกธุรกรรมเรียกว่า Blockchain ซึ่งเป็นฐานข้อมูล (Database) รูปแบบหนึ่ง แต่แทนที่จะเก็บข้อมูลทุกอย่างไว้บนเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว Blockchain จะเก็บข้อมูลไว้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้นับล้านเครื่องทั่วโลก โดยทุกเครื่องจะเก็บข้อมูลชุดเดียวกันและมีการตรวจสอบข้อมูลตรงกันเสมอ

⛏️ถ้าเกิดข้อมูลชุดใหม่ Blockchain ก็จะใช้ระบบที่เรียกว่า “Proof-of-Work” ในการตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม ซึ่งคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายจะทำการ ‘แข่งกัน’ เพื่อแก้ไขสมการทางคณิตศาสตร์เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการรับรองธุรกรรมตรงนั้น เพื่อเพิ่มข้อมูลชุดใหม่ (หรือบล็อก) ลงไป ซึ่งเป็นกระบวนการที่เรียกว่า ‘การขุด’ (bitcoing mining) นั่นเอง

คนที่แก้สมการได้คนแรกก็จะได้รางวัลเป็นบิตคอยน์ใหม่ที่ยังไม่ได้มีในระบบไป

ในช่วงแรกที่ Bitcoin เกิดขึ้นมา จำนวนบิตคอยน์ที่จะได้รับหากแก้สมการสำเร็จเป็นคนแรกอยู่ที่ 50 เหรียญต่อการแก้สมการหนึ่งครั้ง (บล็อก)

แต่ Satoshi Nakamoto ผู้สร้างบิตคอยน์ ได้ฝังชุดคำสั่งไว้ใน Blockchain ที่กำหนดให้รางวัลจากขุดจะลดลง “ครึ่งหนึ่ง” ทุก ๆ 210,000 บล็อก (ที่เราเรียกว่า Bitcoin Halving) แต่ละบล็อกจะถูกสร้างขึ้นทุก 10 นาที ดังนั้น 210,000 บล็อก จะใช้เวลาโดยประมาณ 4 ปี

แนวคิดของ Bitcoin Halving เป็นการลดปริมาณรีวอร์ดสำหรับการขุดบิตคอยน์ลงครึ่งหนึ่ง เรียกว่าเป็น “นโยบายการเงิน” ในระบบบิตคอยน์สร้างสมดุลขึ้นในระบบเพื่อป้องกันปัญหาบิตคอยน์เฟ้อ ทำให้จำนวนเหรียญที่หมุนเวียนลดลง เกิดภาวะขาดแคลน ความต้องการซื้อเหรียญจะเพิ่มขึ้นและนั่นจะทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นนั่นเอง

ในอดีตที่ผ่านมา Bitcoin Halving ได้ส่งผลให้ราคาของบิตคอยน์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมหาศาล ตามทฤษฎีพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ที่ว่า เมื่ออุปทานลดลง แต่อุปสงค์ยังคงมีอยู่ ราคาจะต้องปรับตัวสูงขึ้นเพื่อให้เกิดดุลยภาพใหม่

การทำ Bitcoin Halving เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2012 และล่าสุดคือช่วงพฤษภาคม 2020 และถ้าเราย้อนกลับไปดูกราฟของบิตคอยน์หลังจากเหตุการณ์นี้ประมาณ 3-6 เดือนราคาของบิตคอยน์ก็จะพุ่งแรงทุกครั้ง

1️⃣ ครั้งที่ 1 ในปี 2012 จาก 12 เหรียญ / บิตคอยน์ ไปทำนิวไฮที่ประมาณ 1,031 เหรียญ / บิตคอยน์ในปี 2013 เพิ่มขึ้นราว 8,500% (หลังจากนั้นราว 1 ปี ก็ลงมาเหลือประมาณ 200 เหรียญ / บิตคอยน์ ลดไปประมาณ 80%) รางวัลการขุดลดลงจาก 50 เหรียญ เหลือ 25 เหรียญ

2️⃣ ครั้งที่ 2 ในปี 2016 จาก 652 เหรียญ / บิตคอยน์ ไปทำนิวไฮที่ 20,000 เหรียญ / บิตคอยน์ ช่วงปลายปี 2017 เพิ่มขึ้นราว 2,500% (หลังจากนั้นราว 1 ปี ก็ลงมาเหลือประมาณ 3,200 เหรียญ / บิตคอยน์ ลดลงมาประมาณ 83%) รางวัลการขุดลดลงจาก 25 เหรียญ เหลือ 12.5 เหรียญ

3️⃣ ครั้งที่ 3 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2020 จากประมาณ 9,000 เหรียญ / บิตคอยน์ ขึ้นไปทำนิวไฮที่ระดับ 66,000 เหรียญ / บิตคอยน์ ในช่วงปลายปี 2021 เพิ่มขึ้นราว 650% (ลดลงต่ำสุดช่วงเดือนพฤศจิกายน 2022 ราว ๆ 16,500 เหรียญ / บิตคอยน์ หรือร่วงลงไปราว 74%) รางวัลการขุดลดลงจาก 12.5 เหรียญ เหลือ 6.25 เหรียญ

4️⃣ และครั้งที่ 4 (คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนเมษายน 2024) รางวัลการขุดก็จะลดลงจาก 6.25 เหรียญ เหลือ 3.125 เหรียญ

ด้วยความที่บิตคอยน์ ถูกสร้างมาให้มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ ถ้านับการ Halving ที่จะเกิดขึ้นเป็นวัฏจักรแบบนี้ไปเรื่อยๆ คาดว่าบิตคอยน์ จะถูกขุดขึ้นมาทั้งหมดภายในปี 2140

การเพิ่มขึ้นของราคาอย่างแรงหลัง Bitcoin Halving สอดคล้องกับสมมติฐานว่าการลดอุปทานจะช่วยพยุงให้ราคาสูงขึ้น นักลงทุนจึงคาดหวังที่จะเห็นราคาบิตคอยน์ปรับตัวขึ้นไปอีกครั้งหลังจากการ Halving ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

🚨 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมีมุมมองต่างออกไป โดยระบุว่าแนวโน้มราคาหลังจาก Bitcoin Halving นั้นอาจไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นร้อนแรงมากนักเหมือนเช่นครั้งก่อนๆ เนื่องจาก

1) การมาถึงของ Bitcoin Halving นั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนล้วนรู้และคาดการณ์ล่วงหน้าได้ การปรับตัวของราคาจึงอาจถูกนำมาซื้อขายล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

2) พฤติกรรมการลงทุนในบิตคอยน์ได้เปลี่ยนแปลงไปมากในปัจจุบัน มีนักลงทุนสถาบันเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น การซื้อขายอาจไม่ได้ตอบสนองต่อ Bitcoin Halving เหมือนกับในอดีต

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยภายนอกหลายประการที่จะมีอิทธิพลต่อผลกระทบของ Bitcoin Halving ด้วย อย่างเช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การเงินในขณะนั้น รวมถึงกฎระเบียบการกำกับดูแลสกุลเงินดิจิทัลของแต่ละประเทศที่อาจทำให้ความต้องการในการถือครองบิตคอยน์ปรับเปลี่ยนได้ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อทิศทางราคาของบิตคอยน์ควบคู่ไปกับการลดลงของอุปทานจากกระบวนการ Bitcoin Halving

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา สภาวะเศรษฐกิจชะงักงันจากวิกฤตโรคระบาดและความขัดแย้งในภูมิภาค รวมทั้งการแทรกแซงด้านนโยบายการเงินจากธนาคารกลางต่างๆ ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

📉 ราคาบิตคอยน์ได้ปรับตัวสูงขึ้นแล้วเกือบ 50% ในปีนี้สู่ระดับเกือบ 62,000 ดอลลาร์ (ทำนิวไฮที่ประมาณ 70,000 ดอลลาร์เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2024 ก่อนจะลดลงมา) โดยได้รับแรงหนุนจากการอนุมัติกองทุนรวมตราสารอนุพันธ์ (ETF) ที่ลงทุนในบิตคอยน์โดยตรง

การเข้ามามีบทบาทของนักลงทุนสถาบันมากขึ้นในตลาดบิตคอยน์ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่อาจจะลดทอนผลกระทบของ Bitcoin Halving ลงได้ เนื่องจากนักลงทุนสถาบันมักมีแนวทางการลงทุนที่มีวินัยมากกว่า และอาจจะไม่ได้ให้น้ำหนักกับเหตุการณ์ Halving มากนัก แต่จะให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานมากกว่า

ราคาของบิตคอยน์ยังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ และความหวังที่ลดลงในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ เนื่องจากช่วงการ Halving นั้นได้รับการคาดการณ์ล่วงหน้ามาหลายปีแล้ว จึงน่าจะเป็นปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคเหล่านี้ที่จะส่งผลกระทบต่อราคามากกว่า

นอกจากนี้ยังมีข้อถกเถียงอีกว่า Bitcoin Halving นั้นเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ในโลกการเงินดิจิทัลที่ยังมีประวัติศาสตร์ไม่ได้ยาวนานมาก ยังไม่ผ่านการทดสอบกับวัฏจักรเศรษฐกิจมาก่อน ดังนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้นในอดีตจึงอาจจะไม่ใช่ข้อพิสูจน์ที่เพียงพอสำหรับการคาดการณ์ในอนาคต

ยิ่งไปกว่านั้น การขุดบิตคอยน์ในปัจจุบันก็ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนขุดรายเล็กๆ อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีการรวมศูนย์การขุดในมือของผู้เล่นรายใหญ่ ทำให้การตอบสนองต่อรางวัลที่ลดลงนั้นอาจจะแตกต่างไปจากเดิม

อย่างไรก็ดี Bitcoin Halving ก็ยังคงเป็นเหตุการณ์สำคัญที่นักลงทุนทั้งหลายจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะแสดงให้เห็นถึงทิศทางการเคลื่อนไหวใหม่ของบิตคอยน์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ดิจิทัลนำร่องของโลก การเปลี่ยนแปลงของบิตคอยน์หลัง Halving ย่อมส่งผลกระทบต่อสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ และอนาคตของพวกมันด้วย

สรุปแล้ว แม้ว่า Bitcoin Halving จะไม่ใช่สิ่งประหลาดใหม่สำหรับวงการคริปโต แต่ครั้งนี้ก็นับเป็นจุดพิสูจน์สำคัญที่จะชี้ให้เห็นว่า ตลาดสกุลเงินดิจิทัลจะให้การตอบรับอย่างไรกับปรากฏการณ์ดังกล่าวภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุนที่แตกต่างไปจากเดิม

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะแสดงให้เห็นระดับความแข็งแกร่งของอนาคตบิตคอยน์และคริปโตเคอร์เรนซีอื่นๆ ว่ายังสามารถแสดงบทบาทเป็นสินทรัพย์ชนิดใหม่ในโลกการเงินสมัยใหม่ต่อไปได้หรือไม่

อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นเพียงการคาดการณ์และต้องรอดูราคาบิตคอยน์หลังเหตุการณ์ Bitcoin Halving จริงๆ ในปี 2024 ว่าจะไปยังไงต่อ

💬 สื่อการเงินและการลงทุนระดับโลกอย่าง Barron’s สรุปถึงเรื่องนี้ว่า

“Bitcoin Halving นำความสนใจมาสู่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี แต่ไม่ใช่เหตุให้ต้องเฉลิมฉลองด้วยตัวมันเอง”