ปรากฏการณ์ขอทานออน-ไลฟ์ ทำความรู้จัก Live Beggars ในยุคที่ใครๆ ก็ Live ขอเงินโดยที่ไม่ต้องสร้างคอนเทนต์หรือประโยชน์

ปรากฏการณ์ขอทานออน-ไลฟ์ ทำความรู้จัก Live Beggars ในยุคที่ใครๆ ก็ Live ขอเงินโดยที่ไม่ต้องสร้างคอนเทนต์หรือประโยชน์

“ผมมาไลฟ์หาของขวัญ เก็บเงินไปจ่ายหนี้ครับ ผมค้างค่างวดรถ ค่ากู้เรียน…”

“ใครพอมีน้ำใจ ส่งของขวัญให้ผมหน่อย ผมจะเอาไปซื้อนมผงให้ลูก วันนี้ผมและลูกยังไม่ได้กินข้าวเลย…”

ตั้งแต่การ Live สด กลายเป็นสิ่งที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ การเห็นคำพูดประมาณนี้ในไลฟ์ก็เริ่มมีมากมขึ้น

นี่คือปรากฏการณ์ที่โลกตะวันตกเรียกกันว่า E-Begging หรือ Live Beggars
การ “ขอเงิน” ผ่านโลกออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างสรรค์คอนเทนต์หรือสิ่งแลกเปลี่ยนใดๆ กลับมาเลย

บางคนมาแบบตรงๆ ขอเงินเลย
บางคนแค่นั่งนิ่งๆ ไม่พูดสักคำ พร้อมปักเลขบัญชีไว้บนหน้าจอ
บางคนมีลูกแมวลูกหมานั่งร้องอยู่ข้างๆ เรียกความสงสาร
บางคนก็เล่าชีวิตแสนลำบากแบบที่เราก็ไม่อาจรู้ว่า จริงหรือแต่งขึ้นมา

โดยเฉพาะเมื่อแพลตฟอร์มอย่าง TikTok Live ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ การ ขอเงิน หรือ รับของขวัญจากผู้ชม ก็กลายเป็นอีกหนึ่ง “วิธีหาเงิน” ที่หลายคนเริ่มใช้ ไม่ว่าจะด้วยเจตนาเปิดเผย หรือซ่อนอยู่ในรูปแบบต่างๆ

วันนี้เราจะพาไปรู้จักอีกวิธีหนึ่งที่กำลังเริ่มเป็นที่นิยม แต่ก็มาพร้อมกับมุมมองด้านลบด้วยเช่นเดียวกัน

E-Begging หรือ Live Beggars คืออะไร?

คำว่า E-Begging หรือ Internet Begger, Live Beggars เป็นคำเรียกพฤติกรรม ขอเงินผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ได้เสนอสิ่งแลกเปลี่ยนที่ชัดเจนกลับมา ไม่ว่าจะเป็น สินค้า ความรู้ หรือความบันเทิง เหมือนที่ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ หรือ ยูทูบเบอร์ ทั่วไปทำกัน

พูดง่ายๆ ก็คือ “ขอเงินฟรีๆ โดยไม่จำเป็นต้องทำอะไรหรือให้อะไรเป็นการตอบแทน”

หลายกรณีก็เป็นคนที่ลำบากจริงๆ ต้องการความช่วยเหลือแบบฉุกเฉิน และใช้ช่องทางออนไลน์เป็นที่พึ่งสุดท้าย

แต่ในโลกออนไลน์ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า สิ่งที่เขาเล่าเป็นเรื่องจริงไหม ภาพที่เราเห็น อาจเป็นภาพเก่าที่ถูกนำมาใช้ซ้ำ คนที่พูดในไลฟ์ว่า “ไลฟ์จบจะเอาเงินไปจ่ายค่ายาให้แม่” อาจกลายเป็นค่าเบียร์ในเย็นวันศุกร์

และหลายการกระทำก็ไม่มีใครตรวจสอบ ทำให้การ Live กลายเป็น ช่องทางหากิน ของใครบางคนไปโดยปริยาย

จาก “คาแรกเตอร์เกม” สู่ “การขอเงินแบบแนบเนียน” 

เมื่อพูดถึง Live Beggars คนอาจนึกถึงภาพของ NPC Streamers หรือการ ไลฟ์สวมบทบาท NPC (Non-Playable Character) พร้อมทำท่าทางและพูดตอบโต้ตามคาแรกเตอร์ของตัวละคร NPC นั้นๆ เมื่อมีผู้ใช้งานคนอื่นๆ เข้ามาชมไลฟ์และส่งของขวัญให้เพื่อให้กำลังใจ คนไลฟ์ก็จะทำการโต้ตอบด้วยคำพูดหรือท่าทางตามที่กำหนดซ้ำๆ ตามจำนวนของขวัญที่ส่งมาให้

หนึ่งในผู้บุกเบิกและโดดเด่นที่สุดคือ PinkyDoll ครีเอเตอร์หญิงจากต่างประเทศ ที่โด่งดังจากการ โดยมีผู้ติดตามพุ่งขึ้นกว่า 200,000 คนในเวลาไม่นาน และสามารถสร้างรายได้เฉลี่ย 70,000–100,000 บาทต่อไลฟ์ ด้วยรูปแบบที่หลายคนมองว่า “ดูไร้สาระ แต่ทำเงินได้จริง”

เช่น เมื่อมีผู้ชมส่งของขวัญเป็นไอศกรีม เธอก็จะทำท่าทางกินไอศกรีม พร้อมกับพูดสั้นๆ ว่า แก๊งแกง ไอศรีมโซกู้ด หรือหากมีผู้ชมส่งดอกไม้มาให้ เธอก็จะพูดว่า เยสเยส เพื่อเป็นการตอบโต้

ส่วนในประเทศไทย ไทยรัฐ รายงานว่าผู้ใช้งาน TikTok ท่านหนึ่งได้ทดลองทำ NPC TikTok Live เขาพบว่า

– ไลฟ์สด ครั้งแรก 40 นาที ได้รายได้ประมาณ 2,300 บาท
– ไลฟ์สด ครั้งที่สองแค่ 25 นาที ได้ถึง 2,700 บาท

รายได้ต่อเวลานั้นน่าสนใจมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับงานประจำบางประเภท และนั่นอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ใครๆ ก็เริ่มอยากเป็น NPC Streamer กันมากขึ้น

ตอนแรกมันก็สนุกและตลกดีเมื่อใครบางคนโดนส่งของขวัญและต้องยอมทำหรือพูดอะไรตลกๆ แต่หลังๆ มาจาก “NPC Content” ก็กลายเป็น “Begging Compilation หรือ การแข่งกันขอ”

ใครทำได้แปลกกว่า พูดจาน่าสงสารกว่า หรือทำให้คนโดเนทของขวัญได้เร็วกว่า ก็กลายเป็นไวรัล

ประเภทของ Live Beggars

ไลฟ์ Beggers ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นทั่วโลก ที่ไหนมีเน็ตและมีแพลตฟอร์มให้ไลฟ์ อาชีพนี้ก็เกิดขึ้นได้ทั่ว..

คาเมรอน (Kameron) ยูทูปเบอร์ชาวอเมริกัน สุดจะทนกับการเห็นคนมาไลฟ์ขอเงิน จนเขาได้ทำคลิป “TikTok Live Beggars Are Getting Out of Hand...” และได้จัดประเภท Live Beggars ออกมาดังนี้

1. Hype beggar พวกขอทานสไตล์ไฮป์

คนพวกนี้จะสตรีมด้วยพลังงานสูงมาก มักจะตะโกนเสียงดังและกระตุ้นให้คนบริจาคเงินด้วยความกระตือรือร้นสุดๆ

เช่น เจสัน แนช (Jason Nash) อดีตพอดแคสเตอร์ที่เคยมีผลงานน่าสนใจและมีคุณภาพ แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นคนที่ใช้เวลาทั้งวันไปกับการไลฟ์ PK บน TikTok (ฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้สองคนแข่งกันรับของขวัญจากคนดู) พร้อมกับขอให้ผู้ชมส่งของขวัญอยู่ตลอดเวลา

2. Dry Beggars พวกขอทานแบบซึมเศร้า

ขอทานประเภทนี้มักใช้กลยุทธ์สร้างความรู้สึกผิด เล่าเรื่องน่าสงสารหรือแสดงความลำบากทางการเงินด้วยโทนเสียงจริงจัง ด้วยความตั้งใจที่จะปลุกความเห็นอกเห็นใจจากผู้ชม ทำให้รู้สึกว่าต้องบริจาค เพราะพวกเขากำลังลำบาก

เช่น ปักหมุดข้อความขอให้ช่วยจ่ายค่าเช่าหรืออาหาร บางรายก็จะไลฟ์พร้อมน้ำตาลและพูดตัวเลขบิลที่ต้องจ่ายออกมาโต้งๆ เลย

3. Torture Beggars พวกขอทานแบบทรมานตัวเอง

จะไลฟ์โดยใช้วิธีการที่รุนแรงกว่า เช่น การทำร้ายข้าวของ กินอะไรที่ไม่น่ากิน หรือการตัดผมตัวเอง เพื่อเป็นความบันเทิงแลกกับเงินบริจาค ขอทานไลฟ์ประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับการกระทำที่แปลกประหลาดโดยมีจุดประสงค์เพื่อดึงดูดผู้ชม

เช่น ชายคนหนึ่งบอกว่าจะตัดผมเดรดล็อคของเขาสำหรับทุก Galaxy (ของขวัญราคา 10 ดอลลาร์ ประมาณ 330 บาท) ที่ได้รับ หรือชายคนหนึ่งบอกว่าตัวเองจะกินไข่ดิบหรือแม้หนอนสำหรับทุก Galaxy

4. Thot Beggars (Thot เป็นสแลง That Ho* Over There.)

คาเมรอนบอกว่า พวกเขาก็คล้ายๆ กับพวกขอทานแบบทรมานตัวเองที่ว่าจะทำแบบนั้น ทำแบบนี้ถ้าเกิดว่าได้ของขวัญตัวนั้น ตัวนี้ เพียงแต่ว่าจะมีลักษณะขอทานแบบยั่วยวนทางเพศหรือเซ็กซี่มากกว่า เพื่อดึงดูดผู้ชมและเงินบริจาค

เช่น หญิงสาวคนหนึ่งกับแฟนหนุ่มไลฟ์พร้อมกัน และบอกว่าทุกครั้งที่มีการส่งของขวัญเธอจะส่ายหน้าอกของเธอ

5. Mimicking Celebrities or Influencers Beggars

ขอทานบางคนพัฒนาวิธีการของตนโดยการเลียนแบบบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือตัวละครที่รู้จักกันดี มักจะใช้ลักษณะท่าทาง รูปแบบการพูด และสไตล์ของบุคคลนั้น การแสดงประเภทนี้อาจรวมถึงการแต่งตัวเหมือนบุคคลนั้นและเลียนแบบพฤติกรรมของพวกเขาเพื่อดึงดูดผู้ชมให้มาดู

และส่วนใหญ่พวกเขาไม่ทำอะไรเลย นอกจาก…การแอค

ขอเงินโดยไม่สร้างอะไร ผิดไหม?

คำถามนี้ไม่มีคำตอบชี้ชัด เพราะในทางหนึ่ง มันก็เป็น สิทธิ์ของผู้ขอและผู้ให้

แต่ในอีกทางหนึ่ง มันก็สะท้อนว่าเราอยู่ในยุคที่การไม่ทำอะไรเลย อาจได้เงินมากกว่าคนที่ทำงานหนักทั้งวัน มันจึงกลายเป็น คำถามเชิงศีลธรรม มากกว่าคำถามด้านกฎหมาย

แต่ถ้าพูดในด้านของกฎหมายประเทศไทยของเรามีกฎหมายควบคุมขอทาน และมีระเบียบคณะกรรมการควบคุมการขอทาน โดยมีแนวคิดเกี่ยวกับการขอทาน ว่า เป็นการขอเงินหรือทรัพย์สินจากผู้อื่นหรือกระทำด้วยวิธีการใด ๆ ให้ผู้อื่นเกิดความสงสาร และส่งมอบเงินหรือทรัพย์สินให้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเลี้ยงชีวิต โดยผู้ทำการขอทานไม่ต้องแสดงความสามารถหรือกระทำสิ่งใดแลกเปลี่ยน

และการขอทาน ก็มองได้หลายแง่เช่นกัน เช่น

- บางคนอาจจะมองว่าการขอและการให้ทาน เป็นลักษณะของการทำบุญ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เป็นความเอื้ออาทร

- บางคนอาจจะมองว่าการขอทานเป็นอาชีพที่ไม่น่าชื่นชม เห็นแก่ตัว ตำหนิว่าเป็นอาชีพที่ไม่รู้จักดิ้นรนชวนขวาย

- บางคนอาจจะมองว่าการขอทานเป็นบั่นทอนเศรษฐกิจของชาติเพราะเท่ากับว่าแรงงานส่วนหนึ่งต้องสูญเปล่า ปัญหาคนขอทานจึงเป็นปัญหาที่สำคัญปัญหา หนึ่งที่ควรได้รับการแก้ไข

ถ้าเราเจอ E-Begging เราควรทำยังไง?

- ตั้งสติ ไม่แชร์ ไม่โดเนท ทันที
- ตรวจสอบแหล่งที่มา เช่น ใช้ชื่อบัญชี ค้นหาข่าวหรือโพสต์อื่นๆ
- มองหาวิธีช่วยเหลือที่ปลอดภัยกว่า เช่น ผ่านมูลนิธิ องค์กรที่มีตัวตน
- อย่าแชร์ เพราะคุณอาจกำลังช่วยเผยแพร่การหลอกลวงโดยไม่รู้ตัว

เขียนโดย กนกจันทร์ เรืองวัฒนานนท์, Content creator aomMONEY

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save