อาชีพของเราควรมีเงินเก็บฉุกเฉินเท่าไหร่และเก็บไว้ที่ไหนดีน๊า

จากข่าวการตกงานแบบไม่รู้ตัวของพนักงานหลายบริษัท ทำให้เรารู้ว่าการมีเงินสำรองฉุกเฉินนั้นสำคัญมากๆ เพราะเป็นแหล่งเงินที่ทำให้เราอุ่นใจ เอามาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ในช่วงที่กำลังหางานใหม่ แต่อาชีพของเราควรมีเท่าไหร่ ควรเก็บเงินสำรองไว้ที่ไหนและแหล่งเงินฉุกเฉินทางเลือกสุดท้ายจะเป็นอะไร อ่านได้ที่บทความนี้ของอภินิหารเงินออมได้เลยจ้า 

อาชีพของเราควรมีเงินฉุกเฉินเท่าไหร่?

การเก็บเงินฉุกเฉินไว้มากเกินไปก็ไม่ดีเพราะทำให้เงินทำงานได้ไม่เต็มที่และไม่บรรลุเป้าหมายการเงินอื่นๆด้วย (เช่น แผนเกษียณ)  แต่ถ้าไม่เก็บเงินฉุกเฉินไว้เลย ชีวิตก็จะตื่นเต้นเกินไปและมีโอกาสสร้างหนี้ง่ายมากๆ ซึ่งแต่ละอาชีพมีความมั่นคงแตกต่างกัน ทำให้เงินฉุกเฉินที่ควรเตรียมไว้ไม่เท่ากัน

สมมติว่าเรามีรายจ่ายเดือนละ 10,000 บาท

  • ถ้าเราเป็นข้าราชการ ความมั่งคงสูง โอกาสตกงานยาก ยกเว้นว่าจะทุจริตรุนแรงถึงจะถูกไล่ออก ควรเก็บเงินฉุกเฉินไว้ 3 เท่าของค่าใช้จ่าย คือ 30,000 บาท
  • ถ้าเราเป็นพนักงานบริษัท มั่นคงน้อยลงมานิดนึง โอกาสมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าเราทำในธุรกิจอะไร เป็นแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลง เช่น ธุรกิจสื่อ สิ่งพิมพ์ รถยนต์ การเงิน เทคโนโลยี ฯลฯ ควรเก็บเงินฉุกเฉินไว้ 6 เท่าของค่าใช้จ่าย คือ 60,000 บาท
  • ถ้าเราเป็นฟรีแลนซ์ เป็นเจ้านายตัวเอง บางเดือนมีงานเข้ามามาก แต่บางเดือนไม่มีเลย รายได้ก็ขึ้นๆลงๆ หาความแน่นอนไม่ได้ (ผู้เขียนก็เป็นฟรีแลนซ์  100% เข้าใจจุดนี้ดีมาก) ควรเก็บเงินฉุกเฉินไว้ 12 เท่าของค่าใช้จ่าย คือ 120,000 บาท

จำนวนเงินที่เก็บเป็นเพียงแนวคิดเรื่องความมั่นคงของงานเท่านั้น ยังไม่รวมเรื่องการได้รับเงินสนับสนุนจากครอบครัว เรื่องจริงใครสบายใจแบบไหนก็เก็บแบบนั้นนะจ๊ะ

อาชีพของเราควรมีเงินเก็บฉุกเฉินเท่าไหร่และเก็บไว้ที่ไหนดีน๊า

ที่มา : เพจอภินิหารเงินออม

เก็บเงินฉุกเฉินที่ไหนดีล่ะ?

แนวคิดการเก็บเงิน คือ เงินต้นต้องปลอดภัย เน้นความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูงที่ถอนออกมาใช้ได้ตลอดเวลา ควรเก็บไว้ 2 ที่ คือ เงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง กองทุนรวมตลาดเงิน

วิธีเก็บเงินแบบที่ 1 เงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง

สภาพคล่องสูง ถอนปุ๊บได้เงินทันที ข้อมูลล่าสุดจาก ศคง. ทำให้เราดูดอกเบี้ยเงินฝากของทุกธนาคารได้ในเว็บไซด์เดียว เราคัดกรองและอ่านรายละเอียดเบื้องต้นที่เว็บไซด์นี้ก่อนได้ อ่านจนเข้าใจแล้วค่อยไปฝากเงินที่ธนาคาร แบบนี้เร็วกว่าเดินไปถามทีละธนาคารอีกนะจ๊ะ อภินิหารเงินออมเขียนบทวามวิธีหาเงินฝากเองได้ง่ายๆที่ลิงค์ข้างล่างนี้จ้า

บทความ : ชี้เป้า!! เงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง

http://bit.ly/2NA1MbB

อาชีพของเราควรมีเงินเก็บฉุกเฉินเท่าไหร่และเก็บไว้ที่ไหนดีน๊า

วิธีเก็บเงินแบบที่ 2 กองทุนรวมตลาดเงิน

จากความเสี่ยงของกองทุนรวมทั้งหมด 8 ระดับ กองทุนรวมตลาดเงินมีความเสี่ยงต่ำสุด คือ อยู่ระดับที่ 1 ทำให้เงินต้นค่อนข้างปลอดภัย สภาพคล่องสูง(แต่น้อยกว่าเงินฝากออมทรัพย์) ขายกองทุนวันนี้ได้รับเงินวันรุ่งขึ้น ถ้าจะใช้เงินก็ต้องวางแผนการถอนให้ดีเพราะถ้าติดวันหยุดก็จะได้รับเงินช้าออกไปอีกนิดหน่อย

เว็บไซด์เปรียบเทียบผลตอบแทนจากกองทุนที่ใช้งานง่ายมาก หน้าตาสวยงามดูแล้วสบายตา เข้าไปดูได้ที่ https://www.wealthmagik.com/FundInfo/TopChart.aspx ความจริงมีอีกหลายประเภทกองทุนให้เปรียบเทียบ แต่บทความนี้เป็นเรื่องเงินฉุกเฉิน ให้เข้าไปดูที่ประเภทกองทุนรวมตลาดเงิน ภาพก็จะออกมาประมาณนี้ (ณ วันที่ 29 ส.ค. 62)

อาชีพของเราควรมีเงินเก็บฉุกเฉินเท่าไหร่และเก็บไว้ที่ไหนดีน๊า

แหล่งเงินฉุกเฉินสุดท้าย คือ การกู้ประกันชีวิตของตัวเอง

สำหรับใครที่ซื้อประกันชีวิตเก็บไว้ นอกจากได้ความคุ้มครองชีวิตแล้ว ตอนเดือดร้อนจำเป็นต้องใช้เงิน เรากู้ประกันชีวิตของตัวเองมาใช้ได้ ดอกเบี้ยต่ำ เท่าที่เคยเห็นก็ประมาณ 4 -5% ต่อปี แต่ละแบบประกันชีวิตจะคิดดอกเบี้ยไม่เท่ากัน 

การซื้อประกันชีวิตเก็บไว้นานๆ ก็มีมูลค่าเงินสด แต่จะมีเท่าไหร่ก็ต้องคำนวณดูที่ตารางกรมธรรม์ หน้าตาก็จะเหมือนในภาพนี้  

วิธีการคำนวณ คือ (ทุนประกัน x ตัวเลขเวนคืน ) / 1,000

 

อาชีพของเราควรมีเงินเก็บฉุกเฉินเท่าไหร่และเก็บไว้ที่ไหนดีน๊า

ที่มา : วิธีการมูลค่าเงินสดของประกันชีวิต http://bit.ly/2zsNRvu

ตอนนี้เรารู้แล้วว่าควรเก็บเงินฉุกเฉินเท่าไหร่และควรเก็บไว้ที่ไหน สิ่งที่สำคัญ คือ ลงมือทำทันทีแล้วถ้าถอนเงินฉุกเฉินมาใช้แล้ว ควรกลับไปเติมให้เต็มตลอดเวลาด้วยนะจ๊ะ 

ขอให้ทุกคนโชคดีกับการเก็บเงินฉุกเฉิน

Facebook Fanpage : อภินิหารเงินออม

คำถาม 6 ข้อ เช็คชีพจรทางการเงิน ป่วยหรือร่อแร่แล้ว

ลองเช็คสุขภาพทางการเงินกันหน่อยดีกว่า หากคุณตอบคำถามแบบเดียวกับที่เรากำหนดมา นั่นหมายความว่า คุณกำลังใช้ชีวิตอยู่ในภาวะเสี่ยง อาจนำพาตัวเองไปล้มเหลวทางการเงินโดยไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อนได้ หากพฤติกรรมของคุณเป็นไปตาม 6 ข้อด้านล่างนี้ระบุไว้ คุณควรหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วนนะครับ ก่อนปัญหาจะถาโถมจนคุณรับมือกับมันไม่ไหว 

1. คุณทราบหรือไม่ว่าตอนนี้คุณมีเงินสด ทรัพย์สินอื่นๆ และหนี้สินอยู่จำนวนเท่าใด ? 

หากคุณตอบไม่ได้ ขอกลับไปสำรวจก่อน การตอบเช่นนี้ หมายความว่าคุณอยู่ในภาวะที่เสี่ยงมาก หนี้สินก็ไม่รู้ว่ามีอยู่เท่าไร เงินทองทรัพย์สินที่ตัวเองมีก็ยังไม่รู้อีก มันอาจจะทำให้คุณตกหลุมพรางความโลภ หรือความปรารถนาถึงสิ่งที่คุณอยากได้อยากมีสินค้าใดก็ตามที่โผล่มาอยู่ตรงหน้าคุณกะทันหัน หากคุณห้ามใจไว้ไม่ได้ หรือไม่ได้เป็นคนวางแผนในการใช้จ่ายเงิน เงินคุณจะไหลออกไปเรื่อยๆโดยคุณไม่รู้ตัว 

รู้ตัวอีกทีก็ใช้เงินจนหมุนกันไม่ทันเสียแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำคือ เอารายได้ และรายจ่าย หนี้ เอาออกมากางให้หมด เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ทางการเงินของตัวเองครับ 

2. คุณออมเงินอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ 

หากคุณตอบว่า..คุณไม่เคยออมเงินได้เลยสักครั้ง การออมเงินเป็นเรื่องไกลเกินฝัน ตอบอย่างนี้ชีวิตเริ่มมีปัญหาแล้วนะครับ นอกจากจะไม่รู้ว่ามีเงินและสิ่งที่ต้องจ่ายอยู่ในครอบครองเท่าไรแล้ว ยังไม่มีเงินออมอีก อย่างนี้ถ้ามีเรื่องฉุกเฉินต้องจ่ายเงิน จะเจอปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง หยิบยืมชาวบ้านมาใช้แน่ๆครับ 

3. คุณทำอย่างไรกับการใช้จ่ายในแต่ละเดือน 

หากคุณตอบว่า..มีอะไรก็จ่ายๆ ไป ไม่จำเป็นต้องกำหนดงบประมาณ ไม่จำเป็นต้องทำบันทึกรายรับ-รายจ่าย 

ตายแล้วววว ตอบอย่างนี้ เจออุบัติเหตุทางชีวิตนี่คุณมีสิทธิเจอทางตันในการแก้ปัญหาได้เลยนะครับ เริ่มเลยครับ บันทึกเสียตั้งแต่วันนี้ คุณจะได้เข้าใจสถานการณ์ทางการเงินของตัวคุณเอง ได้เรียนรู้ว่าอะไรควรจ่าย อะไรควรประหยัด เริ่มทำเสียนะครับ เริ่มต้นเดือนใหม่แล้ว 

4. คุณมีวิธีเลือกซื้อสินค้าหรือบริการอย่างไร

หากคุณตอบว่า..เห็นก็ซื้อได้ทันที แล้วก็พบว่า มีสินค้าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นจำนวนมากมายถูกกองไว้รอบบ้านแบบทิ้งๆ ขว้างๆ อยู่ในบ้าน

โอ้วว เป็นการใช้เงินที่อันตรายมากเลยครับ ปรับแก้เสียนะครับ ถ้ารู้สึกว่าอยากได้สินค้านั้นเหลือเกิน ทิ้งเวลาให้ผ่านไปสัก 48 ชั่วโมงครับ จะได้รู้ว่า สินค้านั้นเราอยากได้หรือมันเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องซื้อจริงๆ หรือไม่ (ย้อนอ่าน สร้างกฎเหล็ก 48 ชั่วโมงก่อนตัดสินใจซื้อ https://www.facebook.com/aommoneyth/photos/a.621795974540213/1985979818121815/?type=3&theater)

5. ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ว่าคุณจะถูกไล่ออก ประสบอุบัติเหตุ ป่วยจนไม่สามารถทำงานต่อไปได้อย่างกะทันหัน คุณคิดว่าคุณจะมีเงินสำรองใช้เลี้ยงชีพคุณได้นานที่สุดเป็นระยะเวลาเท่าใด 

หากคุณตอบว่า..ไม่เกิน 3 เดือน . . นี่อยู่ในขั้นอันตรายมากนะครับ ยิ่งถ้าหากคุณมีค่าใช้จ่ายประจำที่ต้องจ่ายทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นค่าผ่อนรถ ค่าเช่าบ้าน แถมยังมีหนี้รายเดือนที่ต้องคอยโปะอีก ดันมาเจออุบัติเหตุไม่คาดฝัน ชีวิตคุณยุ่งแน่ๆ ครับถ้าไม่วางแผนจัดการเงินดีๆ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้กับชีวิตเรา อย่าใช้ชีวิตประมาทเลยนะครับ เริ่มออมเงินสำหรับส่วนที่ต้องใช้จ่ายฉุกเฉินเสียนะครับ ก่อนที่จะสายเกินไป 

6. คุณเตรียมตัวสำหรับเกษียณอายุไว้อย่างไรบ้าง

หากคุณตอบว่า .. ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถมีเงินใช้ในยามเกษียณได้อย่างเพียงพอ . . อันนี้หากมันเกิดอุบัติเหตุหรือคุณป่วยจนเป็นเหตุให้อายุสั้นกะทันหัน แล้วคุณไม่ต้องแบกรับภาระค่ารักษาก่อนเสียชีวิต อันนี้ก็คงไม่เป็นภาระชีวิตเท่าไร แต่หากคุณมีชีวิตยืนยาวหลังเกษียณ แต่ดันมีเงินเหลือเก็บร่อยหรอ มันจะลำบากเอานะครับ

รีบคำนวณและวางแผนเสียตั้งแต่ตอนนี้เถิดครับ ชีวิตคุณจะได้สุขสบายยามแก่เฒ่า ไม่เป็นภาระญาติมิตร ลูกหลาน และตัวเองด้วยนะครับ

ท่านสามารถทดลองทำแบบประเมินความรอบรู้ทางการเงินเพื่อสำรวจได้ว่าท่านมีแนวทางในการ จัดการเงินเช่นใด ติดตามได้จากลิงก์ที่มาด้านล่างได้เลยครับ 

ที่มา 

ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

https://www.1213.or.th/th/tools/programs/Pages/finhealthcheck.aspx

ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน “รอบรู้เรื่องการเงิน วางแผนการเงินอย่างชาญฉลาด”, ธนาคารแห่งประเทศไทย, 2017

https://www.1213.or.th/Documents/booklet/FCCBooklet03.pdf

3 กลโกงแชร์ลูกโซ่ปีนี้ ที่นักลงทุนต้องระวังให้มาก

เพื่อนๆ เคยได้ยินมั้ยครับว่า “กลุ่มคนบางกลุ่มไม่ได้รวยจากการลงทุน แต่รวยจากการหลอกเงินลงทุนของคนอื่น” วันนี้ aomMONEY เลยรวบรวม 3 กลโกงที่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ที่ทางโซเชียลพูดถึงในช่วงปีนี้ (ข้อมูลจากทาง (Zocial Eye Wisesight) มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังกัน เพื่อให้เพื่อนๆ ชาว aomMONEY ได้ระวังตัวกันครับ

1. หลอกให้ลงทุนสกุลเงิน Digital สร้างกำไรด้วยการเทรด AI

ปีนี้กระแสการซื้อขายเงินดิจิทัลมาแรงใช่มั้ยครับ พวกตระกูลเงินคริปโตฯ ทั้งหลาย กลุ่มมิจฉาชีพเลยใช้จังหวะนี้ สร้างอุบายหลอกลวงทรัพย์สินจากนักลงทุน โดยเปิดเว็บไซต์ขึ้นมา อ้างว่าเป็นเว็บไซต์ที่ดำเนินการโดย นิติบุคคลหรือ บุคคลต่างชาติที่ทำธุรกิจ Arbitrage (อาร์บิทราจ) ซึ่งเป็นการทำกำไรจากสินค้าชนิดเดียวกัน แต่ราคาต่างกันในตลาดสองตลาด

โดยกล่าวอ้างว่าใช้ AI ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนและพัฒนาให้มีความฉลาด วิเคราะห์ได้ โดยประมวลผลจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เป็นผู้ดำเนินการให้เรา และเจ้า AI ถูกออกแบบมาให้ทำการเทรดให้ได้กำไรเท่านั้น เรียกว่า “การเทรดด้วย AI” ทั้งหมดนี้ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ก็ได้ออกจดหมายข่าวแจ้งเตือนแล้วนะครับ ว่าการลงทุนแบบนี้ เป็นการชักชวนที่มีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่

ก่อนหน้านี้ ก.ล.ต.ได้ออกประกาศเตือน กรณี FX Trading Corporation ว่าไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างถูกกฎหมาย และทาง DSI พบว่ามีเว็บไซต์อื่นที่คล้ายกันอีกหลายเว็บไซต์ โดยเว็บไซต์เหล่านี้ดำเนินการในต่างประเทศ การปันผลจ่ายเป็นเงินสกุลต่างประเทศที่โอนเข้ามาทางเงินคริปโต

ปัจจุบันทางก.ล.ต. ประกาศอนุญาตให้สกุลเงินดิจิทัลที่ซื้อขายได้

มีแค่ 7 สกุลนะครับ 

1. เงินสกุล Bitcoin

2. Bitcoin Cash

3. Ethereum

4. Ethereum Classic

5. Lite Coin

6. Ripple

7. Stellar

โดย ก.ล.ต. ประกาศรายชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

จำนวน 4 บริษัท ดังนี้ 

ผู้ได้รับอนุญาตเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล คือ

1. บริษัท บิทคอยน์ จำกัด (BX) www.bx.in.th

2. บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (BITKUB) www.bitkub.com

3. บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Satang Pro) www.satang.pro

ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าและผู้ค้า (Broker/Dealer) คือ

1. บริษัทคอยส์ ทีเอส จำกัด (Coins TH) www.coin.co.th

2. หลอกให้เก็บสกุลเงินดิจิทัลในกระเป๋าเงินมือถือออนไลน์ อ้างว่ามีระบบเก็งกำไร AI

ล่าสุดก็คือ กรณี Plus Token Wallet   เป็นแอปกระเป๋าเงินมือถือออนไลน์เพื่อจัดเก็บสกุลเงินดิจิตอล โดยอ้างว่ามีระบบการเก็งกำไรของ AI ทำกำไรจากการแลกเปลี่ยนรายได้จากการขุด เพื่อเพิ่มทรัพย์สิน กำไรรายเดือน 6-18% จากนั้นไม่นานในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก็ปิดตัวลง ความเสียหายโดยประมาณที่ 4 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 120.87 พันล้านบาท) และกลายเป็นแชร์ลูกโซ่ที่ขนาดใหญ่ที่สุดอันดับที่ 3 ในประวัติศาสตร์

3. หลอกระดมทุนลงทุน Forex

กรณีล่าสุดก็เมื่อต้นปี 2019 เลยครับ ที่ว่าโค้ชเทรดหุ้น Forex หลอกระดมทุน ผ่านเว็บไซต์ www.marketeerfx.com การันตีผลตอบแทนสูง  ก่อนเบี้ยวจ่าย ก่อนถูกตำรวจจับ พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินซึ่งเชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิด มูลค่ากว่า 22 ล้านบาท

มิจฉาชีพกลุ่มนี้ คือ บริษัท มาร์เก็ตเทียร์ เซอร์วิส จำกัด มีนายพิตตินันท์ เป็นกรรมการบริษัท ส่วนนายพิเชษฐ์ นายธนัตถ์ ร่วมกันชักชวนหาผู้ลงทุน Forex โดยการโพสต์เฟซบุ๊คชื่อ “EA ARBITRAGE” การันตีกำไร ผลตอบแทนสูง ร้อยละ 25-40 ต่อเดือน จะต้องลงทุนขั้นต่ำจำนวน 500-10,000 ดอลล่าห์สหรัฐ (คิดอัตรา 1 เหรียญต่อ 33.80 บาท) ถ้าได้ผลตอบแทน 100 เปอร์เซ็นต์ ผู้ลงทุนจะได้รับ 70 เปอร์เซ็นต์ ห้กค่าเทรดจำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ และค่าดูแลระบบคอมพิวเตอร์ เดือนละ 700 บาท

3 วิธีเช็คการลงทุนสกุลเงินดิจิตอลที่เสี่ยงเป็นแชร์ลูกโซ่

1. การันตีผลตอบแทนสูงหรือกำไรที่ฟังดูแล้วเป็นไปไม่ได้ ปกติเป็นเรื่องยากมากเลยครับกับการที่เราจะลงทุนให้ได้ผลตอบแทน 10% ต่อปี ถ้ามาบอกแบบนี้ แถมการันตีผลตอบแทนเป็นรายเดือนอีก ไม่ว่า 10% 18% หรือ 25% ต่อเดือน ตัวเลขสูงเกินจริงแถมการันตีแบบนี้เป็นแชร์ลูกโซ่แน่นอนครับ 

2. สัญญาจะให้ผลตอบแทนมากขึ้น ถ้าชวนคนอื่นมาลงทุนด้วย คล้ายการทำการตลาดของ MLM

3. เร่งรัดให้ตัดสินใจลงทุน แต่ไม่มีหนังสือชี้ชวน หรือมีแต่ไม่ชัดเจน 

4. ให้ข้อมูลเฉพาะด้านดีของโปรเจค อ้างอิงความสำเร็จของการลงทุนของคนก่อนหน้า

และนี่ก็คือ 3 กลโกงแชร์ลูกโซ่ปีนี้ที่นักลงทุนต้องระวังให้มาก ที่ทาง aomMONEY นำข้อมูลมาฝากเพื่อนๆ นะครับ ทั้งนี้ ผู้เสียหายสามารถแจ้งข้อมูล/เบาะแสได้ที่เว็บไซต์กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือติดต่อกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โทร. 0-2142- 2831 หรือ สายด่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษ โทร. 1202 โทรฟรีครับ

ทีมกองบรรณาธิการ aomMONEY

ขอบคุณข้อมูลจาก 

https://zocialeye.wisesight.com/

https://www.nationtv.tv/main/content/378735697

https://www.blognone.com/node/111535

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/826401

http://bit.ly/2Zyj9Me

http://bit.ly/2HrRUN1

http://bit.ly/34a2GSb

เผยโฉม “เดอะ เรสซิเดนท์ แอดแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ” คอนโดหรู มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 14 สิงหาที่ผ่านมา ทาง aomMONEY ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานแถลงข่าวเฉลิมฉลองความสำเร็จโครงการ “เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ” โครงการที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แบรนด์ ‘แมนดาริน โอเรียนเต็ล’ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนับเป็นแห่งที่ 7 ของโลกครับ

บริษัท ดิไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จับมือกับ แมนดาริน โอเรียนเต็ล เผยโฉม “เดอะ เรสซิเดนท์ แอดแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ”  เรสซิเดนท์หรูภายใต้การบริหารงานของแมนดาริน โอเรียนเต็ล แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนับเป็นเรสซิเดนท์ระดับหรูของแมนดาริน โอเรียนเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป ลำดับที่ 7 ของโลก

“นำเสนอห้องชุดพักสุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่แตกแต่างอย่างหรูหราเหนือระดับ จำนวน 146 ยูนิต โดยมีทั้งแบบ 2 และ 3ห้องนอน ขนาดตั้งแต่ 130-260 ตารางเมตร รวมถึงห้องเพนท์เฮาส์และดูเพล็กเพนท์เฮาส์ขนาด 380-710 ตารางเมตร พร้อมลิปต์ส่วนตัว เพดานห้องโปร่งสบายด้วยความสูงถึง 3.2 เมตร และมอบพื้นที่พักสำหรับผู้พักอาศัยที่มีขนาดใหญ่กว่า 3 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการห้องชุดชั้นนำแห่งอื่นๆ ในกรุงเทพ”

เดอะ เรสซิเดนท์ แอดแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เป็นโครงการเรสซิเดนซ์หรูมาตรฐานระดับสากลภายใต้การบริหารงานของแบรนด์แมนดาริน โอเรียนเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป แห่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลำดับที่ 7 ของโลก ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท ดอ ไอคอนสยาม ซุปเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ข้อมูลเพิ่มเติม 

  • โครงการสูง 52 ชั้น นำเสนอห้องชุดที่ตกแต่างอย่างหรูหราเหนือระดับ 146 ยูนิต รวมทั้งเพนท์เฮาส์และดูเพล็กซ์เพนท์เฮาส์สุดหรู ทุกยูนิตเปิดรับทัศนียภาพแม่น้ำเจ้าพระยาแบบไร้สิ่งบดบัง 
  • ห้องชุดออกแบบตกแต่งโดย จอยซ์ แวง ดีไซเนอร์ระดับโลก จากฮ่องกง 
  • มูลค่าโครงการ 1.1 หมื่นล้านบาท โดยเป็นส่วนหนึ่งของไอคอนสยาม ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตระดับพรีเมี่ยมที่รวบรวมร้านค้าแบรนด์ดังระดับโลก ความบันเทิง และศิลปวัฒนธรรมไทย มูลค่าโครงการรวมถึง 54,000,000,000 บาท
  • การเดินทางสะดวกสบายทั้ง ทางถนน รถไฟฟ้า และเรือ รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีทองซึ่งมีกำหนดเสร็จเร็วๆ นี้

ทีมบรรณาธิการ aomMONEY

aomMONEY ร่วมงาน “เคแบงก์ อีเกิร์ลส รุ่น 10” รอบชิงชนะเลิศ จาก กสิกรไทย

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา aomMONEY ได้มีโอกาสไปร่วมงาน  “เคแบงก์ อีเกิร์ลส รุ่น 10” (KBank e-Girls The 10th Generation 2019) รอบชิงชนะเลิศมาครับ บรรยากาศในงานหรูหรา เปิดงานได้ตื่นเต้นครับ และทางทีมงานก็ได้เก็บภาพบรรยากาศมาฝากเพื่อนๆ กันด้วย

สำหรับ “โครงการ เคแบงก์ อีเกิร์ลส “ ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 10 แล้วครับ เป็นโครงการที่ทางกสิกรไทยจัดขึ้นเพื่อเฟ้นหา 8 สาว สวย สมาร์ท มากความสามารถ มารับหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ รวมทั้งเป็นตัวแทนเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยของธนาคารกสิกรไทย 2 ปี รับผลตอบแทนรวมกว่าคนละ 2 ล้านบาท

ภารกิจหลักของเคแบงก์ อีเกิร์ลส คือ การนำเสนอข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคารกสิกรไทย และร่วมกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์และกิจกรรมการตลาด รวมทั้งการเป็นพิธีกรและผู้ประกาศข่าวรายการโทรทัศน์ของธนาคารกสิกรไทย และยังได้ร่วมกิจกรรมสาธารณกุศลต่างๆ ที่ธนาคารกสิกรไทยมีส่วนร่วมอีกด้วย

ในปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ มากกว่า 500 คน ธนาคารฯ ได้คัดเลือกผู้เข้าประกวดถึง 2 รอบ จนกระทั่งได้สาวผู้เข้ารอบ 32 คน ในการเข้าร่วมกิจกรรมคอร์สอบรมติวเข้มพิเศษ สำหรับว่าที่เคแบงก์ อีเกิร์ลสที่ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารกสิกรไทย บางปะกง เมื่อวันที่ 24-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา

จากการทำกิจกรรมครั้งนั้น ได้เปิดโอกาสให้สาวๆ ได้เรียนรู้ทักษะการสื่อสาร การพัฒนาบุคลิกภาพ และการเป็นพิธีกร และได้ทำกิจกรรมที่แสดงถึงไหวพริบและปฏิภาณเมื่อต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้คณะกรรมการได้คัดเลือกผู้ที่เข้ารอบสุดท้าย 16 คน ที่มีบุคลิกโดดเด่นและเปี่ยมไปด้วยความสามารถเข้าไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ 

โดยคณะกรรมการฯ มาจากหลากหลายวงการ อาทิ แอน ทองประสม ผู้จัดละคร รายการโทรทัศน์ เขมสรณ์ หนูขาว ผู้ประกาศข่าว พิธีกร อาภาศิริ นิติพน นางแบบ นักแสดง ภัทรพล ศิลปาจารย์ นักธุรกิจ พิธีกร นิติพัฒน์ สุขสวย Managing Director THE STANDARD ณิชชา ธนาลงกรณ์ นักธุรกิจ เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า Nitcha ธาดา วาริช ช่างภาพมืออาชีพ และดร.อดิศวร์ หลายชูไทย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย 

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงพิเศษอำลาตำแหน่งของสาวๆ รุ่นพี่ “เคแบงก์ อีเกิร์ลส รุ่น 9” โดยมีแขกรับเชิญสุดพิเศษ หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท มาร่วมโชว์ด้วย

และทาง aomMONEY ก็ต้องขอแสดงความยินดี

กับ 8 สาว สวย สมาร์ท มากความสามารถผู้ชนะ 

ที่มารับหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ “โครงการ เคแบงก์ อีเกิร์ลส รุ่น 10″ 

จาก กสิกรไทย ด้วยนะครับ

ติดตามข่าวสารของพวกเธอทั้ง 8 คนได้ที่ http://bit.ly/33YIout

ทีมกองบรรณาธิการออมมันนี่

เก็งเลขเด็ดกลเม็ดพิชิตหวย ประจำงวดที่ 1 กันยายน 2562

คัดมาเน้นๆเก็งเลขเด็ดจากสำนักดังและเหตุการณ์เด่นที่เกิดขึ้นในรอบเดือน

1. เลขเด็ดจาก 5 สำนักดัง

ในช่วงที่ผ่านมาสำนักดังๆต่างๆเก็งเลขเด็ดประจำงวดวันที่ 1 กันยายน 2562 ไว้ว่ายังไงบ้าง เราคัดมาเน้นๆกับ 5 สำนักดัง หลวงพ่อปากแดง เจ้าแม่ตะเคียนทอง เณรน้อย คำชะโนด และอาจารย์หนู

เก็งเลขเด็ดกลเม็ดพิชิตหวย ประจำงวดที่ 1 กันยายน 2562

เก็งเลขเด็ดกลเม็ดพิชิตหวย ประจำงวดที่ 1 กันยายน 2562

2. ทำนายเลขเด็ดจากความฝัน

มาดูกันว่าช่วงใกล้เงินเดือนออกแบบนี้ความฝันของเราจะนำมาสู่เลขอะไรกันบ้าง

เก็งเลขเด็ดกลเม็ดพิชิตหวย ประจำงวดที่ 1 กันยายน 2562

3. เก็งเลขเด็ดจากเหตุการณืเด่นในช่วงที่ผ่านมา

ในงวดวันที่ 1 กันยายน 2562 นี้ มาดูกันว่าเหตุการณ์ขยะล้นทะเลแบบนี้จะนำมาตีเป็นเลขเด็ดอะไรได้บ้าง

เก็งเลขเด็ดกลเม็ดพิชิตหวย ประจำงวดที่ 1 กันยายน 2562

การเก็งตัวเลขเป็นเพียงการคาดเดา ทั้งนี้ต้องใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล ควรซื้ออย่างไม่เดือดร้อนต่อตนเอง และคนรอบข้าง จะได้ลุ้นสนุกอย่างมีสติกันนะ

“10 วิธีเพิ่มเงินในบัญชี” แม้ว่าคุณกำลังหลับฝันหวาน

มหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่าง Warren Buffet เคยกล่าวไว้ว่า ถ้าคุณไม่หาทางทำเงินให้ได้แม้ในยามหลับใหล คุณก็จะต้องทำงานจนตายกันไปข้างหนึ่ง นี่ยังไม่นับบรรดาหนี้ที่เป็นภาระ ไปจนถึงไม่ยอมเก็บออม และไม่เรียนรู้การลงทุนอีกนะครับ..

วิธีหาเงินได้แม้ยามหลับใหลมา มันมีอะไรบ้างนะ ซึ่งในเว็บไซต์ The Balancesmb และ Entrepreneur เขาก็หากลวิธีหลากหลายมาเฉลยให้เราลองไปใช้ดู ดังนี้ครับ

1. ทำ Blog

การหาเงินได้แม้กระทั่งยามหลับใหล เรียกอีกอย่างว่าเป็นรายได้แบบ Passive Income นะครับ วิธีสร้างบล็อกนี่เป็นวิธีที่นิยมทำกันมากนะครับ เพราะมันไม่ต้องใช้ต้นทุนเยอะ เป็นการลงทุนที่ค่อนข้างใช้งบประมาณต่ำมากก็สามารถเริ่มต้นได้แล้ว

คุณแค่เพียงจ่ายเงินค่าโดเมนและโฮสต์เท่านั้น จากนั้นคุณก็ใช้ความสามารถในการเขียนหรือจะหาพาร์ทเนอร์มาร่วมกันสร้างขึ้น และค่อยๆขายโฆษณา ไปจนถึงหาสปอนเซอร์เพื่อเป็นรายได้หล่อเลี้ยงตัวเองนะครับ

2. พัฒนาสินค้าและขายความเชี่ยวชาญของคุณเสีย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบแต่งหน้า ชอบทำคลิปวิดีโอ หรือชอบเขียนหนังสือ ฯลฯ พวกกิจกรรมเหล่านี้แหละที่คุณสามารถหารายได้จากมันผ่านบล็อกของคุณ

แต่คุณก็ต้องพยายามเรียนรู้และพัฒนาตัวเองและสินค้าของคุณอยู่เสมอด้วยนะครับ สินค้าและความรู้ที่เรามีจะได้สดใหม่ตลอดเวลา และมันจะทำให้คุณแตกยอดทางความคิดเพื่อจะหารายได้ทางอื่นเพิ่มได้อีก

3. หารายได้จากลิขสิทธิ์

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความสามารถในการเขียนหนังสือ แต่งเพลง สร้างสิ่งประดิษฐ์ จงเรียนรู้มันจนเชี่ยวชาญและผลิตมันออกมา สร้างผลงานของตัวเอง และหารายได้ผ่านการจดลิขสิทธิ์นะครับ

4. หารายได้จากการเป็นสมาชิก สร้างชุมชนขึ้นมาให้คนอยากเป็นเมมเบอร์

หากคุณสามารถสร้างสิ่งที่ทำให้คนเป็นสมาชิกขึ้นมาได้ คุณก็สามารถหารายได้จากมันได้เช่นกัน เช่น การผลิตผลงานเลอค่า

ไม่ว่าจะเป็นในเว็บไซต์ที่คุณใช้ทุนในการซื้อหนังสือหนังหาเข้ามาเป็นแหล่งข้อมูลหลัก เป็นสิ่งที่คุณคิดขึ้นมาเอง และหาอ่านที่ไหนไม่ได้อีก พอมีงานผลหลายๆ ชิ้นเข้า คนก็เริ่มยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อแลกกับประโยชน์ในการเป็นสมาชิกกลับมา

5. การตอบสนองแบบอัตโนมัติ

ธุรกิจออนไลน์หลายๆ ตัว เราจะเห็นว่าเขาใช้งาน autoresponder มาใช้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการข้อมูลข่าวสารที่ลูกค้าต้องการ เพียงเท่านี้คุณไม่จำเป็นทุ่มเทเวลาทำกับมันมาก ตัดปัญหาถามตอบกวนใจซ้ำๆ

ในหลายกรณีที่เราแจ้งข้อมูลโดยละเอียดไปหมดแล้ว คนก็ยังเข้ามาถามเรื่องเดิมซ้ำๆ แบบไม่คิดจะหาคำตอบด้วยตัวเองก่อนเลย ถามและได้คำตอบจากคนอื่นมันง่ายกว่าหาทางด้วยตัวเอง ผู้คนก็เลยพร้อมใจจะตั้งคำถามมากกว่าหาคำตอบด้วยตนเอง

ถ้าคุณใช้บริการตอบคำถามโดยอัตโนมัติเหล่านี้ ก็จะช่วยประหยัดเวลาคุณได้มากเลยนะครับ จริงๆ ประเด็นนี้อาจไม่ใช่เพิ่มวิธีหาเงินได้โดยตรง แต่เรียกได้ว่าเป็นวิธีขยายกองเงินในกระเป๋าละกันครับ

6. ทำ Website

ช่วงแรกคุณอาจจะต้องลงแรงหน่อยนะครับกับความพยายามสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาและก็มุ่งมั่นทำ traffic ให้ดี เมื่อเว็บไซต์คุณเป็นที่รู้จักแล้ว ติดตลาดแล้ว ช่องทางการขายหรือหารายได้จากมันก็จะเริ่มชัดเจนขึ้นนะครับ

7. เป็นตัวกลางในการขายสินค้า

อันนี้จะเป็นที่รู้จักกันในนาม Drop ship นะครับ คุณสามารถขายสินค้าได้ด้วยการเปิดพื้นที่ขายสินค้าให้กับแหล่งต้นทาง ที่เขานิยมทำกัน เช่น การเลือกหาซื้อสินค้าใน eBay, Amazon หรือ Alibaba เพื่อมาขายต่อในพื้นที่ของคุณเอง

ในส่วนนี้คุณไม่จำเป็นต้อง stock สินค้าคราวละมากๆ และไม่ต้องมาเป็นภาระหาวิธีจัดการดูแลสินค้าอีก ในส่วนนี้ คุณสามารถติดต่อกับผู้ขายสินค้าได้โดยตรง ตกลงราคาซื้อขาย มีหลายรายที่พร้อมส่งสินค้าให้คุณด้วย

คุณแค่เปิดพื้นที่ขายสินค้าให้เขาเท่านั้นเอง เท่านี้ก็เพิ่มรายได้ขึ้นมาอีกทางแล้วครับ แต่คุณต้องขยันหาสินค้าใหม่ๆมาลงขายนะครับ จุดเด่นของมันคุณก็จำเป็นต้องมีนะ

8. เรียนรู้เรื่องการลงทุนเพิ่มเติม

หลังจากเรียนรู้จนคุ้นเคยแล้วว่าคุณเข้าใจการลงทุนประเภทไหน เข้าใจว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด ก็ลองลงทุนดูนะครับ

วิธีการลงทุนมีหลากหลายรูปแบบ ค่อยๆเรียนรู้ไปเดี๋ยวก็เซียนเองครับ ดูอย่างคุณปู่บัฟเฟต์สิ หัดลงทุนตั้งแต่ 11 ขวบแน่ะ ไม่ธรรมดานะครับ ยิ่งเรียนรู้ไว ยิ่งสร้างโอกาสให้ตัวเองได้มากนะครับ อาจจะล้มเหลวบ้าง แต่คุณก็จะรู้วิธีล้มและลุกให้ไวขึ้นได้เอง

9. เปิดสอนคอร์สเรียนออนไลน์

ข้อนี้เหมาะสำหรับคนที่รู้ตัวเองและฝึกฝนพัฒนาฝีมือตัวเองจนเชี่ยวชาญ คุณก็สามารถสอนคนอื่นได้ และเมื่อคุณสามารถสอนคนอื่นได้คุณก็สามารถหารายได้จากสิ่งที่คุณสอนได้ ก็เปิดคอร์สเรียนออนไลน์กันไปเลยครับ

จงหมั่นพัฒนาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ ถ้าคุณสอนดี ทุ่มเทให้ผู้เรียนจริง คุณก็สามารถหารายได้จากงานนี้ยาวๆโดยไม่ต้องเหนื่อยโฆษณาเลย เพราะลูกศิษย์คุณจะเป็นนักโฆษณาชั้นดีให้คุณเอง

10. หารายได้จากการปล่อยให้เช่า

ไม่ว่าจะเป็นบ้านของเราหรือบรรดาสินทรัพย์ทั้งหลาย หรือจะเป็นพื้นที่ว่างที่เรามีในครอบครอง ปล่อยให้คนมาจอดรถและเก็บตังค์เขาค่าที่จอดดีกว่า จะเป็นรายวัน รายเดือน หรือคิดแบบค่าสมาชิก ก็ทำให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้นทั้งนั้น

คนรวยๆหลายรายในบ้านเรามีพื้นที่ว่างๆเป็นที่ดินเปล่าในครอบครองเยอะนะครับและก็ปล่อยให้รกร้างเยอะด้วย ถ้าคุณไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากมัน ก็เปิดโอกาสให้คนอื่นเขาใช้ประโยชน์เถอะครับ ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ

10 ข้อในการหารายได้ง่ายๆแม้ว่าคุณกำลังนอนหลับสลบไสลอยู่ น่าจะเป็นประโยชน์ให้คุณบ้างไม่มากก็น้อย ลองหาวิธีดูครับ ตั้งเป้าหมายให้ยิ่งใหญ่เข้าไว้ และหาทางคว้าเป้าหมายมาให้ได้ อย่ามัวแต่วางแผนครับ ไม่มีประโยชน์ คุณต้องลงมือทำเลย

ดูอย่าง โทมัส เอดิสัน สุดยอดนักประดิษฐ์สิครับ เขาเป็นโรคหูหนวกตั้งแต่เด็ก ไม่ค่อยได้ยินอะไรชัดเจนนัก

มีครู ครูก็ตำหนิว่าเขาโง่เกินกว่าจะเรียนรู้อะไรได้ (ครูนี่ช่างไม่มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูจริงๆเลย ครูที่ไหนไม่พร้อมสอน แต่พร้อมติติง.. ไม่ดีนะครับ สงสารศิษย์)

มีคนบอกว่าเขาล้มเหลวมาแล้ว 10,000 ครั้ง ยังไม่สามารถประสบผลสำเร็จได้เลย แต่โทมัส เอดิสันไม่ได้มีทัศนคติยอมแพ้ง่ายๆนะครับ เขากลับมองว่า 10,000 ครั้งที่สูญเสียไป คือเส้นทางที่เขาไม่ควรทำ

เขาเรียนรู้ความผิดพลาดมากกว่าจะตีอกชกหัวตัวเองกับความไม่สำเร็จนั้น ลงมือทำ ทดลอง ทดลอง ทดลองจนในที่สุดก็สำเร็จได้ มันต้องมีสักทางสิน่า!

ดูเอดิสันสิครับ สุดท้ายกลายเป็นนักธุรกิจเจ้าของสิทธิบัตรสิ่งประเดิษฐ์เป็นพันอย่างเลย ลองดูนะครับ สนุกที่จะเรียนรู้กับความผิดพลาดไปด้วยกัน ความสำเร็จไม่ได้มีทางเดียวหรอก

ที่มา

Entrepreneur https://bit.ly/2Vwh8SI
The Balancesmb https://bit.ly/2L4Gpzy
Thoughtco https://bit.ly/2GHYSgY

ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY
Line@ : @aommoneyWebsite : www.aomMONEY.com
Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH
กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/

8 วิธีสร้างรายได้แบบ Passive Income ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

แนะนำ 8 กลยุทธ์ที่จะทำให้คุณมีรายได้แบบ Passive Income ที่น่าพิจารณาในปีนี้ วิธีการเหล่านี้ทำให้เงินทำงานและสร้างรายได้ให้มากถึง 1 พันเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 30,000 กว่าบาทต่อเดือน

เราสามารถแบ่งรายได้ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน ดังนี้

1. รายได้ที่ต้องทำงานแลกมา 

รายได้ประเภทนี้เป็นรายได้ที่คนส่วนใหญ่มี การจะได้รายได้นี้ต้องเหนื่อยหน่อยครับ และหากเราเป็นประเภทที่ได้มาจ่ายไป ไม่มีเงินออมเลย ก็จะทำให้เราลำบากเมื่อยามเราเจ็บป่วย เพราะรายได้ประเภทนี้ต้องอาศัยร่างกายของเราทำงานตลอดเวลา

2. รายได้แบบ Passive Income 

รายได้ประเภทนี้เป็นรายได้ที่ไม่ต้องทำงานตลอดเวลา แต่กลับมีรายได้เข้ามา ด้วยการให้เงินทำงานแทนเราครับ รายได้แบบ Passive Income นับเป็นรายได้ที่น่าสนใจ

8 กลยุทธ์ที่ทำให้มีรายได้แบบ Passive Income

1. การรับเงินปันผลจากหุ้นและการลงทุนอื่น ๆ

ประเด็นนี้ Jeff Rose แนะนำว่า การลงทุนประเภทนี้ทำให้คุณมีรายได้มากกว่า 1 พันเหรียญสหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 3.12 หมื่นบาท)

จากหุ้นที่จ่ายเงินปันผลของ ETF (Exchange Traded Fund เป็นกองทุนรวมดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ มีนโยบายสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของดัชนีหรือราคาของสินทรัพย์ที่กองทุนใช้อ้างอิง

ผู้ลงทุนสามารถซื้อขาย ETF ได้เหมือนหุ้นตัวหนึ่ง อ่านเพิ่มที่นี่ https://www.set.or.th/th/products/etf/etf_faq.html#1)

และการลงทุนอื่นๆ รวมถึงการลงทุนเพื่อรับเงินปันผล แต่การลงทุนประเภทนี้ต้องใช้ระยะเวลาและการลงทุนที่สม่ำเสมอนะครับ

2. กาารตลาดแบบเครือข่าย

การตลาดแบบเครือข่ายเป็นแนวคิดเกี่ยวกับรายรับ คุณสามารถสร้างธุรกิจในเครือข่ายจากการใช้โซเชียลมีเดียได้ โดยคุณต้องมีเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมบริษัทอื่น ๆ หรือบริษัทในเครือ เมื่อมีคนใช้ลิงก์เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์หรือสมัครใช้บริการคุณจะได้รับเงิน

เว็บไซต์หลักของ Jeff Rose คือ GoodFinancialCents.com สร้างรายได้จากเครือข่ายทุกประเภทผ่านความสัมพันธ์ที่เรามีกับบริษัทการลงทุน บริษัทประกันภัย ธนาคารออนไลน์และอื่น ๆ

Jeff Rose บอกว่าคุณไม่ต้องทำในสิ่งที่เขาทำ เพียงแค่คุณใช้โซเชียลมีเดียได้ คุณก็สามารถเริ่มต้นสร้างธุรกิจของคุณได้ทุกรูปแบบ และค้นหาเครือข่ายของคุณได้เลย

3. โฆษณาแบบรูปภาพ

อีกวิธีที่ได้รับมากกว่า 1 พันเหรียญสหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 3.12 หมื่นบาท) คือการใช้โฆษณาแบบรูปภาพ โฆษณาแบบนี้จะทำงานได้เหมือนป้ายโฆษณาที่คุณเห็นตามข้างทาง แต่โฆษณาที่เรากำลังพูดถึงนี้จะปรากฏบนเว็บไซต์ของคุณแทน

ผู้ที่ต้องการลงโฆษณาจะจ่ายเงินเพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์ของพวกเขาบนเว็บไซต์ของคุณ เงินจะได้ตามจำนวนผู้ที่เห็นโฆษณา

4. โฆษณาแบบ CPC (Cost per Click ราคาต่อคลิก)

โฆษณา CPC หรือที่เรียกว่าโฆษณา “ราคาต่อคลิก” คุณจะได้รับเงินเมื่อมีคนคลิกโฆษณาไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรหลังจากนั้น คุณไม่ต้องหวังให้พวกเขาซื้อสินค้าหรือสมัครสมาชิก เพราะทุกคลิกที่เข้าชมสินค้าก็สามารถทำให้เงินเข้าบัญชีธนาคารได้แล้ว

นั่นหมายความว่าคุณสามารถคลิกที่โฆษณาบนเว็บไซต์ของตัวเองได้ตลอดทั้งวันอย่างนั้นหรอ ผมคิดว่าได้นะ แต่สุดท้ายบริษัทก็จะรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่และจะไม่ลงโฆษณากับเว็บไซต์ของคุณต่อไป

5. ขายโอกาสในการขาย

Jeff Rose เล่าว่า เขาทำเว็บไซต์ประกันภัยขึ้นมา ซึ่งเรียกว่า Life Insurance by Jeff เขาบอกว่าภายใน 9 เดือนมันสร้างรายได้ให้เขามากถึง 100,000 เหรียญสหรัฐ (3 ล้านกว่าบาท) แต่การทำเว็บไซต์ไม่ใช่รายได้แบบ passive เสียทีเดียวหรอก แต่มันสร้างโอกาสให้ตัวเองที่จะทำให้มีผู้คนมาซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เราเพิ่มขึ้น

เขาบอกว่าในส่วนนี้กำไรมันจะน้อย ถ้าอยากได้กำไรต้องจ้างคนและมีการจัดการและลงแรงกับมันมากกว่านี้

6. ขายคอร์สออนไลน์

ตอนนี้ Jeff Rose ขายคอร์สเพียงคอร์สเดียว นั่นก็คือคอร์สการตลาดออนไลน์สำหรับที่ปรึกษาทางการเงิน แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยโปรโมตมันสักเท่าไร แต่ก็ขายคอร์สนี้ได้ค่อนข้างมาก ทั้งที่คอร์สค่อนข้างแพงมากถึง 2,500 เหรียญ หรือ 7.6 หมื่นบาท

เขาบอกว่ากว่าจะได้ผลิตคอร์สนี้ได้ เขาทำงานอย่างหนักกับมันมาก จนตอนนี้เขามีรายได้จากมันมากกว่า 1,000 เหรียญต่อเดือน (ประมาณ 30,000 กว่าบาท)

7. สร้างผลิตภัณฑ์ดิจิทัล

ผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่คุณสามารถขายซ้ำแล้วซ้ำอีกได้เมื่อมีสินค้าดิจิทัลประเภทอื่น ๆ สิ่งที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้คือ e-books, การสอนออนไลน์ เป็นต้น

เช่น เขาเสนอให้ไอเดียฟรีๆ แต่ถ้าอยากได้เป็น pdf file ก็จ่ายเพิ่มอีก 7 เหรียญสหรัฐ เป็นต้น ซึ่งถ้าขายได้จำนวนมากรายได้ก็เพิ่มตามไปด้วย

8. โฆษณาYouTube

ทุกวันนี้ใครก็ดูยูทูปกันครับ เพราะด้วยมีวิดิโอให้เลือกหลากหลาย มีคนจำนวนไม่น้อยที่ได้รายได้จาการทำช่องยูทูปของตัวเองขึ้นมา นอกจากยอดผู้ชมที่จะทำให้ได้รับเงินแล้ว โฆษณาบนยูทูปก็ช่วยให้เราได้รับเงินเช่นกันครับ

อย่าโดนหลอกด้วยคำว่า Passive Income

ที่ผ่านมาเราคงรู้จักกับคำว่า Passive Income กันมาบ้าง หลายครั้งมักถูกนำมาใช้ในโฆษณาชวนเชื่อหาคนเข้าไปทำงานขายตรง แชร์ลูกโซ่ธุรกิจ MLM แต่จริง ๆ แล้วธุรกิจหลอกลวงเหล่านี้ไม่ได้ใกล้เคียงคำว่า Passive Income แม้แต่น้อยเลยนะครับ

หลายคนคงเคยโดนหลอกให้ลงทุนอย่าง “แชร์ลูกโซ่“ งานในลักษณะนั้น มันไม่ได้เป็นแค่การลงทุนเพื่อรอผลตอบแทน แต่จะต้องดิ้นรนตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการพยายามขายสินค้า (ราคาแสนแพง) หรือแชร์ลูกโซ่ที่ต้องชวนคนเข้ามาร่วมทีมด้วย ซึ่งตอนนี้ก็ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคนเริ่มรู้ทันกันหมดแล้ว

พวกเขาอยู่ได้เพราะคนที่อยู่ด้านบนของเครือข่ายเหล่านี้ที่เป็นจุดสูงสุดของตำแหน่งที่จะทำเงินด้วยวิธีโดยแทบจะไม่ต้องทำอะไร เพียงแค่หลอกคนเก็บค่าหัวไปเรื่อยๆ เพื่อทำเงิน จากการแนะนำต่อๆ กันมา

คนที่หลงเชื่อและทำตามก็ต้องดิ้นรนขายสินค้าหรือหาดาวน์ไลน์ หาคนร่วมทีมอย่างเหนื่อย ที่แย่สุดคือถูกหลอกให้มาลงทุนแล้วหายเงียบ อย่างที่เป็นข่าวกันมากมายในทุกวันนี้ครับ

เมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว ทาง Thai PBS รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ทางสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลข 4 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558-2561) แชร์ลูกโซ่ถูกหลอกมาแล้วกว่า 80,000 คน สำหรับแชร์ลูกโซ่จะแบ่งตามการศึกษา กลุ่มความรู้ และฐานะ แต่มีหลากหลายรูปแบบด้วยกันครับ

1. กลุ่มเกษตรกร

จะใช้วิธีการหลอกผ่านผลิตภัณฑ์ทางเกษตรที่คุ้นเคย เช่น การนำการปลูกมันสำปะหลัง ข้าวสาร ต้นหม่อนมัลเบอร์รี่ เมื่อเกษตรกรมีความเดือดร้อนเรื่องนี้อยู่แล้ว คิดว่าตรงนี้จะมาเติมเต็มชีวิต มีรายได้เพิ่มเติมมากขึ้น ทำให้ถูกหลอกได้

2. กลุ่มวัยรุ่น

กลุ่มนี้จะอยู่กับโลกออนไลน์ตลอดเวลา มักจะถูกหลอกเรื่องการลงทุน เช่น หลอกลงทุนในหุ้น หุ้นต่างประเทศ สกุลเงินดิจิทัล ซึ่งบางกลุ่มจะไปรู้จักธุรกิจที่เหมือนขายตรง มีการสร้างทีม แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แต่จะใช้แผนธุรกิจขายตรงมาใช้

3. ข้าราชการ หรือกลุ่มคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป

ที่ไม่รู้เรื่องการลงทุนจะถูกหลอกด้วยเรื่องหุ้นทองคำ ที่ทุกคนจับต้องได้ จึงคิดว่าการซื้อขายหุ้นทองคำในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฟิวเจอร์) ที่ทำเป็นเว็บไซต์ขึ้นมาน่าจะเป็นจริง

และ การลงทุนในฟอเร็กซ์ ซึ่งเป็นการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประ เทศ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่เคยอนุญาตให้เอกชนรายใดทำฟอเร็กซ์ในประเทศไทยได้เลยครับ

ส่วน แชร์ลูกโซ่ที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด คือ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ที่หลอกว่าเสียชีวิตแล้วได้เงิน เนื่องจากผู้เสียหายส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้าน เมื่อเสียชีวิตแล้วไม่ได้เงินถึงรู้ว่าถูกโกง ลูกหลานต้องออกมาฟ้องร้อง

เนื่องจากไม่ได้เป็นคนทำสัญญา กลายเป็นว่าคนที่ยังไม่เสียชีวิตออกมาฟ้องแทน ซึ่งเดิมฌาปนกิจฯ จะทำเฉพาะในชุมชน ไม่สามารถหานอกพื้นที่ได้ แต่ในปัจจุบันปรากฏว่าจดทะเบียนที่เดียวแต่ขายทั่วประเทศ

เสมือนเป็นการหากินกับศพ ต้องจ่ายค่าสมาชิกทุกเดือน ถ้าเดือนนี้จ่าย แต่เดือนต่อไปไม่จ่าย เขาจะตัดสมาชิก เท่ากับว่าที่จ่ายมาทั้งหมดเป็นโมฆะ

รู้ทันกลโกงธุรกิจแชร์ลูกโซ่ โดยพฤติกรรมของแชร์ลูกโซ่ที่ลักษณะเหมือนกันคือ

1. สร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจที่ไม่ใช่การหลอกลวง

จึงต้องอ้างทุกอย่างและตกแต่งข้อมูล ปลอมแปลงข้อมูลให้ได้ว่าเป็นธุรกิจไม่ใช่การหลอกลวง

2. เดินสายล่ารับรางวัล

โดยการซื้อรางวัลที่มีการแจก ยิ่งเป็นคนดังที่ใครๆ ต่างก็รู้จักแจกรางวัลยิ่งต้องไปรับ เพื่อนำรางวัลมาการันตี และสร้างความน่าเชื่อถือ

3. ออกสื่อและใช้สื่อในการโฆษณา

เช่น ฮัจยีกรุ๊ป อ้างว่าลงในรัฐมอญ แต่จริงๆ แล้วเป็นกำมะลอ 18 มงกุฏ แต่สื่อนำเสนอข่าวว่าจะมีการลงทุนเมกกะโปรเจ็กต์ ในรัฐมอญ แล้วโน้มน้าวชวนให้ลงทุน

4. มีการพาไปเที่ยว/สัมมนา/จัดประชุมใหญ่

เช่น โชกุน นั่งเครื่องบินเจ็ท ลงเรือยอร์ช ลงทุนแล้วชีวิตดี มีรายได้สูง เป็นแขก VIP เพื่อสร้างภาพพจน์ที่ดีให้กลับธุรกิจ ให้ดูน่าสนใจ

5. มีขบวนการหน้าม้า หรือสร้างไลน์ปลอมใช้รูปสัตว์หรือการ์ตูน ไม่มีตัวตน

จะมีการส่งสลิปให้เห็นว่ามีการรับเงิน เมื่อยอดเข้าแล้วก็จะมีการชักชวนคนสำเร็จซึ่งทุกอย่างจะวางอย่างเป็นระบบ

เมื่อพอเราอยู่ในกลุ่มไลน์ สมาชิกในกลุ่มไลน์คนของเขาทั้งหมดเลย เราเป็นเหยื่อคนเดียว คล้ายกับการสะกดจิตหมู่เมื่อถูกหลอกแล้ว จะเอาเงินคืนอย่างไรก็ต้องหลอกคนอื่น ก็ไปทำขบวนการเริ่มต้นใหม่หลอกวนไป

การสร้างรายได้แบบ Passive Income เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สร้างเงินจำนวนมากโดยที่คุณไม่ต้องทำงานตลอดเวลาก็จริง แต่ว่าการที่คุณจะทำอะไรคุณควรจะต้องศึกษาให้ดีก่อนเพื่อที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อของใคร

ทางที่ดีที่สุดนะครับ การมีรายได้หลายทางเป็นสิ่งที่ดีกว่า ไม่ว่าจะทำงานเพื่อให้ได้เงินมาหรือ สร้างรายได้แบบ Passive Income ก็ตาม เพื่อที่ถ้าเกิดว่ารายได้จากทางใดทางหนึ่งมีปัญหาขึ้นมาเราจะได้มีรายได้สำรองครับ

ที่มา

forbes

https://bit.ly/2ITOlPI

greedisgoods.com

https://bit.ly/2x4PRcp

Newthaipbs

https://news.thaipbs.or.th/content/272838

ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY
Line@ : @aommoney
Website : www.aomMONEY.com
Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH
กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/

K-STAR ขุมพลังหุ้นดาวเด่น เน้นศักยภาพเติบโตขั้นสูง

เมื่อภารกิจในการตามหาขุมพลังกองทุนผ่านมาเกินกว่าครึ่งทางแล้ว FUND HUNTER ไม่รอช้าที่จะออกตามหาขุมพลังแห่งความมั่งคั่งในสถานที่ ณ จุดที่เข็มทิศกองทุนชี้ไป “เกาะดาวจรัสแสง” เพื่อทำภารกิจเปิดประตูสู่โลกใหม่แห่งความมั่งคั่ง

เขาจำเป็นต้องออกตามหาขุมทรัพย์บนเกาะดาวจรัสแสง ที่ที่แสงสว่างของมันไม่เคยมืดดับไป FUND HUNTER เดินตามแสงสว่างในเกาะเข้ามาเรื่อยๆ ก็พบกับขุมพลังแห่งกองทุน K-STAR เขาหยิบรายงานจากศูนย์บัญชาการหลักขึ้นมาเปิดอ่านในรายงานบอกไว้ว่า…

“K-STAR เป็นกองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในหุ้นไทยพื้นฐานดีที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
เน้นการลงทุนระยะยาวเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีจากการเติบโตของหุ้นไทย
เพราะหุ้นที่มีศักยภาพโดดเด่นจะช่วยให้เงินลงทุนของผู้ครอบครองเติบโตขึ้น
เหมือนดาวที่ส่องประกายชี้นำความมั่งคั่งอยู่ตลอดเวลา”

ขุมพลังกองทุน K-STAR มี 2 รูปแบบที่ผู้ครอบครองเลือกได้ตามความต้องการ เมื่อผู้ครอบครองต้องการพลังของผลตอบแทน แต่ไม่ถนัดในการจับจังหวะทำกำไรด้วยตัวเองต้องเลือก ‘พลังแห่งความสบายด้วยการรับซื้อคืนอัตโนมัติ’ หรือK-STAR-A(R) ที่กองทุนจะซื้อคืนหน่วยลงทุนให้อัตโนมัติเมื่อมูลค่าของกองทุนปรับขึ้นถึงจุดที่กำหนด

ส่วนผู้ที่สามารถจับจังหวะทำกำไรเองได้ก็สามารถเลือก ‘พลังลงทุนต่อเนื่อง’ หรือK-STAR-A(A) ที่ค่อยๆสะสมผลตอบแทน เพื่อการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว แล้วให้ผู้ครอบครองขายทำกำไรด้วยตนเอง”

“K-STAR คือกองทุนหุ้นดาวเด่นที่ช่วยสร้างโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจาก K-STAR มีกลยุทธ์ปรับเปลี่ยนสัดส่วนของหุ้นเด่นรายกลุ่มอุตสาหกรรมตามสถานการณ์ตลาดเพื่อโอกาสในการทำกำไร
ช่วยให้ประกายแสงของกองทุนยังคงส่องสว่างอยู่เสมอ”

“สำหรับประเภทของกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ พลังงานและสาธารณูปโภค 17.90% พาณิชย์ 12.11% ขนส่งและโลจิสติกส์ 11.75% ธนาคาร 11.47% พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 8.73% และกลุ่มหลักทรัพย์อื่น 30.74% (ข้อมูล ณ 31 ก.ค.62)

“เมื่อมองตลาดหุ้นในปัจจุบัน แม้ว่าในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยยังคงได้รับความผันผวนจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะประเด็นสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน แต่ในระยะยาวยังมีโอกาสเติบโต เนื่องด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและสภาพคล่องในระบบที่มีอยู่สูง อีกทั้งยังคาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาจากภาครัฐ 

จึงส่งผลดีต่อการลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพ เพราะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูง และสามารถรับความเสี่ยงและความผันผวนของราคาหุ้นได้ รวมทั้งสามารถลงทุนในระยะยาวตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป”

กองทุน K-STAR จะมีผู้เชี่ยวชาญช่วยจับจังหวะการลงทุนให้ตามสไตล์ Active Fund โดยคัดสรรหุ้นไทยระดับท็อป ที่มีความโดดเด่นในแต่ละช่วงเวลา เหมาะกับผู้ที่ลงทุนได้ในระยะยาว เพื่อโอกาสในการทำกำไร โดยผลการดำเนินงานของกองทุน K-STAR-A(R) ตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 10.28% ย้อนหลัง 3 ปีอยู่ที่ 7.88% และย้อนหลัง 5 ปีอยู่ที่ 7.61% (ข้อมูล
ณ 31 ก.ค. 2562) ”

“Morningstar หน่วยงานระดับโลกได้ทำการประเมินผลการดำเนินงาน และจัดให้ K-STAR อยู่ในระดับ 5 ดาวของกลุ่ม Large-Cap Equity หรือกองทุนหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานดี ที่มีผลตอบแทนเติบโตอย่างโดดเด่น ด้วยเหตุนี้ K-STAR จึงเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่สามารถเปิดประตูสู่โลกใหม่แห่งความมั่งคั่งให้กับพวกเรา (Overall Rating โดย Morningstar? ข้อมูลวันที่ 31 ก.ค. 62)”

FUND HUNTER เข้าใจทันทีถึงที่มาของชื่อเกาะดาวจรัสแสง เมื่ออ่านรายงานของศูนย์บัญชาการจบ เพราะขุมพลังแห่งกองทุน K-STAR ที่โดดเด่นนี้เอง ทำให้เกาะแห่งนี้มีแสงสว่างอยู่ตลอดเวลาแม้ในยามค่ำคืน

เขาเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์การค้นหาหุ้นดาวเด่นจะช่วยให้พอร์ตการลงทุนของเขาเติบโตขึ้นในระยะยาว และก้าวสู่โลกใหม่แห่งความมั่งคั่งได้อย่างแน่นอน

เขาจึงไม่รีรอที่จะหยิบดาวจรัสแสงนี้เข้ามาเก็บในกระเป๋า แล้วรีบขับเครื่องบินลำเก่งนำขุมพลังไปเก็บเข้าพอร์ต เพื่อเสริมพลังกองทุนได้ที่ธนาคารกสิกรไทย หรือที่ตัวแทนสนับสนุนการขาย และหลายบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำมากมาย ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 500 บาท หรือถ้ามี App K-My Funds ก็สามารถลงทุนสะสมขุมพลังกองทุนได้สะดวกและง่ายขึ้น

เมื่อนำขุมพลังชิ้นใหม่เข้าไปเสริมพลังในพอร์ตการลงทุนเรียบร้อย FUND HUNTER กระโดดขึ้นเครื่องบินอีกครั้งแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังเกาะสุดท้าย ที่เขาเชื่อว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการจบภารกิจทั้งหมดอย่างสวยงาม “เกาะราชาวดี” ที่ซึ่งขุมพลังชิ้นสุดท้ายจะช่วยให้เขาครอบครองพอร์ตการลงทุนที่มีพลังทุกรูปแบบตามที่เขาคาดหวังเอาไว้

– ผลดำเนินงานในอดีต มิได้ยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต 

– ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ธอส. ปล่อยกู้ยาวๆ 40 ปี หมดอายุสิ้นปีนี้ 2 โครงการ

ลูกค้าธนาคารที่เป็นข้าราชการแม้จะรายได้ไม่สูงนัก แต่ก็ถือว่ามีสวัสดิการที่ดีมากจนหลายๆ คนยอมแลกกับอัตราเงินเดือนรายเดือนที่ไม่สูงนะครับ ตัวอย่างจากการให้สินเชื่อของธนาคารอาคารสงเคราะห์นี้ มีสินเชื่อที่เรียกว่าสินเชื่อลูกค้าสวัสดิการ ที่เป็นสินเชื่อข้าราชการอยู่ 3 โครงการด้วยกัน

คือโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อบุคลากรภาครัฐ ปี 2562, โครงการบ้าน ธอส. – กบข. เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการ ครั้งที่ 14 และโครงการให้สินเชื่อแก่ข้าราชการบำนาญโดยนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดเป็นหลักประกัน แต่ละโครงการกินระยะเวลายาวนานถึง 40 ปีด้วยกัน

เรานำมาแนะนำ 2 โครงการแรกนะครับ เพราะมีระยะเวลาในการยื่นคำขอกู้

1. โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อบุคลากรภาครัฐ ปี 2562

โครงการนี้ กำหนดระยะเวลายื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายใน 27 ธันวาคม 2562 หากธนาคารให้สินเชื่อเต็มวงเงินของโครงการ ก็อาจจะโครงการนี้สิ้นสุดก่อนกำหนดได้นะครับ 

วัตถุประสงค์ในการยื่นกู้ 

มีทั้งเพื่อซื้ออาคาร ห้องชุด ปลูกสร้างอาคาร หรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินเปล่าจากสถาบันการเงินอื่น หรือไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมอาคารและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อต่อเติม ขยาย หรือซ่อมแซม เพื่อชำระหนี้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย เพื่อซื้ออุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย

ระยะเวลาการกู้

ไม่น้อยกว่า 5 ปี (ทั้งกู้ใหม่และกู้เพิ่ม) ไม่เกิน 40 ปี อายุผู้กู้รวมกับจำนวนปีที่ขอกู้ ต้องไม่เกิน 70 ปี (ยกเว้นข้าราชการตุลาการ อัยการ และอื่นๆ) ที่มีอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี ให้ใช้อายุผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 75 ปี 

อัตราดอกเบี้ย

ปีที่ 1 = MRR-3.76% ต่อปี

ปีที่ 2 = MRR-3.00% ต่อปี

ปีที่ 3 = MRR-2.50% ต่อปี

ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา = MRR-1.00% ต่อปี

ยกเว้นกู้ชำระหนี้/ ซื้ออุปกรณ์

คุณสมบัติของผู้ยื่นกู้คือ

ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกกิจ พนักงาน/ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เรียกชื่ออย่างอื่นและลูกจ้างประจำที่เป็นผู้มีสิทธิขอกู้เงินตามคำนิยามในข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้

สำหรับผู้สนใจยื่นกู้ อ่านข้อมูลอย่างละเอียดที่ ธอส. ลิงก์นี้ได้เลยครับ (https://www.ghbank.co.th/product-detail/government-personnel-loan)

2. โครงการบ้าน ธอส. – กบข. เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการ ครั้งที่ 14 

โครงการนี้ กำหนดระยะเวลายื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายใน 30 ธันวาคม 2562 หากธนาคารให้สินเชื่อเต็มวงเงินของโครงการ ก็อาจจะโครงการนี้สิ้นสุดก่อนกำหนดได้นะครับ

วัตถุประสงค์การยื่นกู้

เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด เพื่อปลูกสร้างอาคารหรือเพื่อซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร เพื่อต่อเติมหรือขยายหรือซ่อมแซมอาคาร เพื่อซื้อที่ดินเปล่าที่เป็นทรัพย์ (NPA) ของ ธอส. เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุดจากสถาบันการเงินอื่น

เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุดจากสถาบันการเงินอื่น ไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมอาคารและสิ่งปลูกสร้าง ไถ่ถอนจำนองที่ดินเปล่า เพื่อชำระหนี้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นประโยชน์แก่ที่อยู่อาศัย

ระยุเวลาผ่อน

ไม่น้อยกว่า 3 ปี 6 เดือน และไม่เกิน 40 ปี และอายุผู้กู้ รวมกับจำนวนปีที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี (ยกเว้นข้าราชการตุลาการ อัยการ หรืออื่นๆ ที่มีอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี ให้ใช้อายุของผู้กู้เมื่รวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 75 ปี

อัตราดอกเบี้ย

ปีที่ 1 = 0% ต่อปี

ปีที่ 2 = MRR-2.75% ต่อปี

ปีที่ 3 = MRR – 1.75% ต่อปี

ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา = MRR – 1.25% ต่อปี

คุณสมบัติของผู้ยื่นกู้คือ

ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานรัฐวิสาหกกิจ พนักงาน/ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เรียกชื่ออย่างอื่นและลูกจ้างประจำที่เป็นผู้มีสิทธิขอกู้เงินตามคำนิยามในข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้ 

สำหรับผู้สนใจยื่นกู้ อ่านข้อมูลอย่างละเอียดที่ ธอส. ลิงก์นี้ได้เลยครับ (https://www.ghbank.co.th/product-detail/government-pension-fund-14th)

ที่มา

สินเชื่อลูกค้าสวัสดิการ

https://www.ghbank.co.th/product/loan/welfare-loans

โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อบุคลากรภารครัฐ ปี 2562

https://www.ghbank.co.th/product-detail/government-personnel-loan

โครงการบ้าน ธอส. – กบข. เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการ ครั้งที่ 14

https://www.ghbank.co.th/product-detail/government-pension-fund-14th

โครงการให้สินเชื่อแก่ข้าราชการบำนาญโดยนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดเป็นหลักประกัน

https://www.ghbank.co.th/product-detail/government-retired-officer

ติดตามความรู้เรื่องการเงินการลงทุนจาก aomMONEY

Line@ : @aommoney

Website : www.aomMONEY.com

Youtube : https://www.youtube.com/AommoneyTH

กลุ่มกองทุนไหนดี : https://www.facebook.com/groups/SelectedFund/

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save