หลอกสมองตัวเองว่า ‘มันจะยากแค่ไหนกันเชียว?’ เคล็ดลับความสำเร็จของ Jensen Huang จากเด็กล้างจานสู่ผู้ก่อตั้ง Nvidia

หลอกสมองตัวเองว่า ‘มันจะยากแค่ไหนกันเชียว?’ เคล็ดลับความสำเร็จของ Jensen Huang จากเด็กล้างจานสู่ผู้ก่อตั้ง Nvidia

บางทีการไม่มีประสบการณ์ก็ถือเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จได้เช่นกัน

เมื่อ เจนเซน หวง (Jensen Huang) ถูกถามในรายการพอดแคสต์ Acquired เมื่อปลายปี 2023 ว่าหากวันนี้เขาอายุ 30 ปีอีกครั้งหนึ่ง เขาจะทำธุรกิจอะไร?

หวงตอบว่า “ผมจะไม่ทำเลย เพราะการสร้างบริษัท หรือการสร้าง Nvidia ยากกว่าที่ผมหรือคนอื่นๆ คิดไว้เป็นล้านๆ เท่า และถ้าในตอนนั้นเรารู้ว่าจะต้องเจอความเจ็บปวดอะไรบ้าง ต้องรู้ว่าตัวเองเปราะบางแค่ไหน และความท้าทายที่ต้องเผชิญหน้า ความอับอายขายขี้หน้า และอีกมากมายที่ผิดพลาด ผมไม่คิดว่าจะมีใครสร้างบริษัท ไม่มีคนมีสติคนไหนหรอกที่จะทำ”

พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า หากเรารู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้างระหว่างทางของการเริ่มต้นทำธุรกิจ ความท้าทาย ความลำบาก ความอับอายจากความล้มเหลว คงไม่มีใครหรอกที่อยากจะทำ

แล้วหวงมีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้ได้?

จากจุดเริ่มต้นในการเป็นพนักงานล้างจานที่ Denny's

เจนเซน หวง เกิดในไต้หวัน ก่อนจะย้ายมาอยู่ไทย และอพยพไปสหรัฐอเมริกาพร้อมกับครอบครัวตั้งแต่ยังเด็ก เขาเติบโตขึ้นมาในย่านที่มีฐานะยากจนและต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด หวงเรียนรู้คุณค่าของการทำงานหนักตั้งแต่อายุยังน้อย

ในวัย 15 ปี หวงเริ่มต้นจากการเป็นพนักงานเสิร์ฟ ล้างจาน เช็ดโต๊ะ ทำความสะอาดในร้าน Denny's (แฟรนไชส์ร้านอาหารสำหรับครอบครัว ที่จำหน่ายอาหารสไตล์อเมริกัน) เพื่อหาเงินแบ่งเบาภาระของครอบครัว

หวงให้สัมภาษณ์ว่า "Denny's สอนบทเรียนผมมากมายเลย ให้คุณถ่อมตัว สอนให้ทำงานหนัก และสอนให้มีใจบริการลูกค้า”

แต่ด้วยความหลงใหลในเทคโนโลยีและวิศวกรรม หวงจึงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอเรกอนในปี 1984 และปริญญาโทสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในปี 1992

หลังจากเรียนจบเขาไปทำงานในตำแหน่งนักออกแบบไมโครโปรเซสเซอร์ให้กับ AMD อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะนำพาตัวเองไปสู่การร่วมก่อตั้ง NVIDIA ในปี 1993 ด้วยการสร้างชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) สำหรับอุตสาหกรรมเกมที่กำลังเติบโตได้สวยในขณะนั้น

[ซึ่งไอเดียของการก่อตั้งบริษัท Nvidia กับเพื่อนๆ อีกสองคนก็เกิดขึ้นที่ Denny’s เช่นเดียวกัน]

“เอาจริงๆ นะ ผมไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไง คนอื่นๆ ก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่มีใครในกลุ่มเราที่รู้ว่าต้องทำอะไรสักอย่างเลย” หวงให้สัมภาษณ์กับรายการ “60 Minutes” ถึงช่วงเวลาที่เริ่มต้นบริษัทในวัย 30 ปี

ล้มลุกคลุกคลาน

แม้ว่าตอนนี้ Nvidia กำลังไปได้สวย และล่าสุดเพิ่งแซง Microsoft ขึ้นเป็นบริษัทในตลาดหุ้นที่มีมูลค่ามากที่สุดถึง 122,427 ล้านล้านบาท (MICROSOFT : 121,767 ล้านล้านบาท) จากกระแสความนิยมของชิป Nvidia ที่ใช้ในอุตสาหกรรม AI

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ไม่ง่ายเลย

ที่จริงแล้วในช่วง 3 ปีแรก บริษัทเกือบล่มสลายไปแล้วด้วยซ้ำเนื่องจากสัญญากับ Sega ล้มเหลว

ตอนขณะนั้น Nvidia กำลังพัฒนาชิปสำหรับเกมคอนโซลของ Sega แต่ปรากฏว่าสถาปัตยกรรมของชิปไม่สอดคล้องกับมาตรฐานซอฟต์แวร์ของอุตสาหกรรม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง DirectX ของ Microsoft ซึ่งกลายเป็นมาตรฐานสำหรับแพลตฟอร์มเกมในเวลาต่อมา

หวงตระหนักว่าหากต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับ Sega ต่อไป Nvidia จะสร้างเทคโนโลยีที่ด้อยกว่าและเข้ากันไม่ได้กับ Windows แต่หากไม่ทำตามสัญญา บริษัทก็จะหมดเงิน

มันเป็นทางเลือกที่ลำบากมาก ไม่ว่าจะหยุดสัญญาหรือทำต่อไป

แต่สุดท้ายเขาตัดสินใจสารภาพความผิดพลาดตรงนี้กับ Sega และขอให้หาพันธมิตรรายอื่น พร้อมทั้งขอให้ Sega จ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมด

อาจจะถือว่าเป็นโชคดีด้วย ที่ซีอีโอของ Sega เข้าใจและใจกว้างมากพอที่จะตกลงตามคำขอ ทำให้ Nvidia ได้เงินมาก้อนหนึ่งเพื่อต่ออายุไปอีก 6 เดือนในการพัฒนาชิปใหม่ (RIVA 128) ที่เข้ากันได้กับ DirectX และประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในที่สุด

หวงบอกว่า “ผมอายมากเลยที่ไปขอร้องแบบนั้น แต่ซีอีโอของ Sega ซึ่งสมควรได้รับการยกย่องและทำให้ผมทึ่งมากตกลงตามคำขอร้อง ความเข้าใจและความใจกว้างของเขาทำให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก 6 เดือน

หวงย้ำว่าการยอมรับความผิดพลาดและขอความช่วยเหลืออย่างถ่อมตนเป็นสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับคนที่ฉลาดและประสบความสำเร็จ แต่ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องและช่วยพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้

มองย้อนกลับไปตอนนี้ หวงเชื่อว่าความไม่ประสีประสาของเขาและเพื่อนๆ การที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจนั่นแหละที่เป็นเหมือน ‘ซูเปอร์พาวเวอร์’ ที่ป้องกันไม่ให้พวกเขาล้มเลิกกันไปกลางทางก่อนที่จะประสบความสำเร็จ เพราะไม่รู้ว่ามันยากขนาดไหนในการเริ่มต้นทำธุรกิจนั่นเอง

อย่างที่เขาบอกว่าตอนนี้ถ้ารู้แล้วว่ามันจะยากขนาดนี้ ย้อนกลับไปเมื่อสามสิบปีก่อนก็คงไม่ทำ

เคล็ดลับการเป็นผู้ประกอบการ

"ที่ Nvidia ผมได้ประสบกับความล้มเหลว ความล้มเหลวครั้งใหญ่ ที่ทำให้รู้สึกอับอายและขายหน้า" หวงกล่าวในพิธีรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันเมื่อเดือนพฤษภาคม 2023

หลังจากจบสัญญากับ Sega และเหลือเวลาอีก 6 เดือน ตอนนั้นหวงต้องปลดพนักงานไปมากกว่าครึ่ง และต้องหันมาทุ่มเทให้กับการพัฒนาชิปรุ่นใหม่อย่าง RIVA 128 อย่างรวดเร็ว

ชิปรุ่นนี้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรก โดยขายได้มากกว่า 1 ล้านชิ้นในช่วง 4 เดือนของปี 1997 ความสำเร็จครั้งนั้นพลิกโฉมชะตากรรมของ Nvidia และนำไปสู่การเป็นบริษัทมูลค่าสูงที่สุดในโลกในตอนนี้

แต่ก็อย่างที่หวงบอกครับว่าความเครียดและความเจ็บปวดในการนำธุรกิจผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากแบบนั้นอาจจะไม่ทำอีกหากมองย้อนกลับไป

แต่อีกนัยหนึ่ง เขาก็มองว่าสำหรับการเป็นผู้ประกอบการ ‘การไม่รู้’ ไม่เพียงแต่ทำให้มีความสุข แต่ยังจำเป็นอีกด้วย

"ผมคิดว่านั่นคือซูเปอร์พาวเวอร์ (พลังพิเศษ) ของผู้ประกอบการ" หวงกล่าว "พวกเขาไม่รู้ว่ามันยากแค่ไหน และพวกเขาถามแค่ว่า 'มันจะยากขนาดไหนกันเชียว?’”

หวงยังกล่าวต่อไปอีกว่า "จนถึงทุกวันนี้ ผมก็ยังหลอกสมองตัวเองให้คิดว่า มันจะยากขนาดไหนกัน เพราะคุณต้องทำแบบนั้น"

ไม่ว่าใครก็ตามที่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจสักอย่างหนึ่ง การมองไปข้างหน้าแล้วเห็นแต่อุปสรรคมากมาย เต็มไปด้วยความลำบากและความล้มเหลว บางทีเราอาจจะรู้สึกท้อแท้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้

“เคล็ดลับของการเป็นผู้ประกอบการ” หวงกล่าว “คือการต้องทำให้ตัวเองเชื่อว่ามันไม่ได้ยากหรอก เพราะ [ความจริง] มันจะยากกว่าที่คุณคิดเอาไว้มาก ถ้าผมเอาความรู้ทุกอย่างที่ตัวเองมีตอนนี้แล้วกลับไปเริ่มต้นเส้นทางเดิมอีกครั้ง ผมคิดว่ามันหนักเกินไป หนักเกินไปจริงๆ”

สำหรับหวงแล้วเขายังคงใช้เคล็ดลับนี้อยู่ทุกวัน มองโลกในแง่ดีอย่างไร้เดียงสาแบบที่เขามีในปี 1993 เพราะมันเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ “มันจะยากแค่ไหนกันเชียว?”

สรุป 3 ประเด็นสำคัญ

✅ 1. ความไม่มีประสบการณ์และความไม่รู้ในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการมือใหม่ อาจจะกลายเป็น "ซูเปอร์พาวเวอร์" ที่ช่วยให้พวกเขาไม่ย่อท้อและก้าวผ่านอุปสรรคไปได้ เพราะถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่ามันจะยากลำบากขนาดไหน หลายคนอาจไม่กล้าเริ่มต้นเลย

✅ 2. การยอมรับความผิดพลาดและกล้าขอความช่วยเหลืออย่างถ่อมตัวเมื่อประสบปัญหา เป็นคุณสมบัติสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการรอดพ้นจากวิกฤตและพลิกสถานการณ์กลับมาได้ แม้จะเป็นเรื่องยากและอาจทำร้ายความภูมิใจในตัวเองบ้าง แต่ก็จำเป็นต้องทำ

✅ 3. ประสบการณ์จากการทำงานหนักตั้งแต่เด็ก แม้จะเป็นงานธรรมดา เช่น พนักงานร้านอาหาร ก็สอนให้เรารู้จักการทำงานเป็นทีม มีใจรักในการบริการ และมีความถ่อมตน ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญของการเป็นผู้นำที่ดีและประสบความสำเร็จได้ในอนาคต

You might also like

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save