Youtube กู้วิกฤติความเชื่อมั่นนักโฆษณา ปรับกฎการทำรายได้อีกครั้ง
Youtube เข้มงวดมากขึ้นด้วยการปรับกฎการทำรายได้ของเหล่า Creator และ เจ้าของ Channel หลังจากมีเสียงวิพากย์วิจารณ์จากฝั่งผู้ลงโฆษณาและเจ้าของธุรกิจ เพราะพบว่าวิดีโอโฆษณาของพวกเขานั้นถูกเผยแพร่คั่นในวิดีโอที่มีการใช้ความรุนแรงและการเหยียดผิว
เป็นเรื่องเป็นราวกันมานมนานแล้ว ตั้งแต่ที่ Youtube เปิดโอกาสให้เหล่า Creator หารายได้จากการทำวิดีโอ โดยการยินยอมให้ Youtube แทรกวิดีโอโฆษณา แล้วแบ่งเงินกันตามสัดส่วนยอดเข้าชม ซึ่งที่จริงแล้วก็ควรจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดนักสร้างสรรค์วิดีโอคอนเทนต์มากขึ้น
แต่ก็ดันมีคนหัวหมอใช้วิธีการก๊อปปี้วิดีโอแล้วนำมาอัพโหลดเป็นของตัวเองบ้าง ทำคอนเทนต์ล่อแหลมประเภทใช้ความรุนแรง เหยียดผิว หรือใช้กลยุทธ์ด้านมืดอื่นๆ ที่ทำให้ยอดเข้าชมเพิ่งสูงขึ้น ทำให้ฝั่งธุรกิจไม่พอใจเพราะโฆษณาของพวกเขาไปอยู่ในที่ที่ไม่สมควร ทำให้ธุรกิจของพวกเขามีภาพลักษณ์ในทางลบอีกต่างหาก
หากย้อนไปเมื่อเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา Youtube ก็ได้มีมาตรการจัดการเรื่องนี้ครั้งหนึ่งแล้ว ด้วยการกำหนดว่า Channel หรือ Creator คนนั้นจะต้องมียอดเข้าชมวิดีโอมากกว่า 10,000 ครั้งเสียก่อน ถึงจะสามารถตอบรับการลงโฆษณาได้ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่คัดกรองก่อนจะเผยแพร่โฆษณาได้ง่ายขึ้น
แม้มาตรการที่ว่าจะช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นมาบ้าง แต่ปัญหาก็คือแชนแนลชื่อดังที่มียอดวิวหลักสิบร้อยและพันล้านนั้น ก็ดันเป็นฝ่ายที่ทำคอนเทนต์สุ่มเสี่ยงเสียเอง เช่น 2 กรณีล่าสุดอย่าง PewDiePie และ Logan Paul
ทำให้ล่าสุด Youtube ปรับกฎให้เข้มขึ้นกว่าเดิม โดยแชนแนลที่จะสามารถรับโฆษณาได้นั้นจะต้องมียอดฟอลโลเวอร์มากกว่า 1,000 คน และต้องมีชั่วโมงเข้าชมสะสมตลอดหนึ่งปีมากกว่า 4,000 ชั่วโมง ซึ่ง Youtube ก็ระบุว่าจากมาตรการใหม่นี้อาจจะส่งผลให้เหล่า creator ได้รับรายได้น้อยลงจากเดิมประมาณ 100 ดอลลาร์/ปี
และ Youtube เตรียมตั้งทีมสำหรับคัดเลือกวิดีโอแบบชิ้นต่อชิ้น แยกออกมาให้เป็นวิดีโอเกรดพรีเมียมเพื่อให้บริการลูกค้าผู้ลงโฆษณาโดยเฉพาะ คาดว่าคู่มือสำหรับการคัดแยกวิดีโอพรีเมียมสำหรับบังคับใช้ในสหรัฐฯ นั้นจะจัดทำแล้วเสร็จภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์ และไม่เกินสิ้นเดือนมีนาคมสำหรับประเทศอื่นๆ
You might also like

กระแสของเล่นแรงไม่หยุด ‘Bloks Groups’ ผู้ผลิตของเล่น...
Forbes รายงาน ‘จู เหว่ยซง (Zhu Weisong)’ ประธานกรรมการและซีอีโอของ Bloks Group กลายเป็น...

‘งบประมาณฐานศูนย์’ หนึ่งใน MOU ของ “รัฐบาลก้าวไกล” ค...
งบประมาณฐานศูนย์’ (zero-based budgeting หรือ ZBB) เป็นกระบวนการตรวจสอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด...

หุ้นปันผล 5 ตัวที่จะสร้างรายได้ 200,000 ล้านให้ ‘วอร...
ในปี 2023 มีการคาดการณ์โดยนิตยสาร Fortune ว่าคุณปู่บัฟเฟตต์จะได้รับปันผลราว ๆ 5,700 ล้า...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
