จ่ายเงินค่าโฆษณาให้ Facebook กับ Google อย่างไรให้เป็นรายจ่ายธุรกิจได้?
ก่อนจะบอกว่า “ค่าโฆษณา” เป็นรายจ่ายธุรกิจได้หรือไม่ได้นั้นคงต้องถามคำถามแรกก่อนครับว่า
เราทำธุรกิจในรูปแบบไหน? ระหว่าง บุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล (บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน)
กรณีที่ 1 : บุคคลธรรมดาจ่ายค่าโฆษณา
ถ้าหากคำตอบคือ เรากำลังทำธุรกิจในรูปแบบ “บุคคลธรรมดา” คงต้องดูต่อไปวา เราเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบไหน ถ้าเลือกแบบเหมาตามอัตราที่กฎหมายกำหนด แบบนี้ต้องบอกครับว่า รายจ่ายค่าโฆษณาไม่สามารถใช้เป็นค่าใช้จ่ายได้ เพราะมันรวมอยู่ในอัตราเหมาหมดแล้ว (ยกตัวอย่างเช่น ขายของออนไลน์ สามารถหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 80% ซึ่งแปลว่าค่าใช้จ่ายทุกอย่างของธุรกิจถูกรวมอยู่ในนั้นแล้วครับ)
แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม : จัดการธุรกิจขายของออนไลน์ยังไง ให้สบายใจเรื่องภาษี
แต่ถ้าหากเราเลือกหัก “ค่าใช้จ่ายตามจริง” (ค่าใช้จ่ายตามจำเป็นและสมควร) แล้วล่ะก็ แบบนี้ถือว่าสามารถใช้เป็นค่าใช้จ่ายได้ครับ แต่ว่าต้องมีหลักฐานการจ่ายที่ชัดเจน ระบุว่าจ่ายเพื่องานของเราจริงๆงานไหนและจ่ายไปเท่าไรบ้าง ซึ่งตรงนี้รายละเอียดยิ่งชัดเจนเท่าไรก็ยิ่งมีประโยชน์มากๆ เลยล่ะครับ (อ้อ.. อย่าลืมด้วยนะครับว่า ชื่อผู้จ่ายค่าโฆษณานั้นต้องเป็นชื่อเราด้วยครับ)
ทีนี้มาดูกันต่อครับว่า ถ้าหากเราทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลอย่างบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนั้น จะมีหลักการในการพิจารณาเรื่องนี้อย่างไรบ้างครับ
กรณีที่ 2 : นิติบุคคลจ่ายค่าโฆษณา
สำหรับนิติบุคคล ผมขอเริ่มจากหลักการแรกก่อนครับว่า สามารถใช้เป็นรายจ่ายของธุรกิจได้ไหม ถ้าตามหลักการของผมที่เคยเขียนไว้ในบทความ 3 ขั้นตอนง่ายๆ เพื่อไม่ให้รายจ่ายธุรกิจคุณมีปัญหากับสรรพากร!! ก็คงต้องบอกว่าได้ครับ!!! เพราะว่า เป็นการจ่ายจริง เกี่ยวข้องกับกิจการ และมีหลักฐานการจ่ายครบถ้วน ยิ่งถ้าเป็นการจ่ายในนามบริษัทฯ นั้นยิ่งดีครับ เช่น ใช้บัตรเครดิตของบริษัทฯจ่ายโดยตรงครับ
ทีนี้ปัญหาคือว่า การจ่ายนั้นมันไม่ได้จ่ายในนามบริษัทฯ เพราะบางแห่งอาจจะใช้บัตรเครดิตกรรมการจ่ายไป แบบนี้จะยังไงต่อดี จะเอามาใช้เป็นรายจ่ายบริษัทได้ ถ้าเรามองเช่นเดียวกันกับหลักการค่าน้ำค่าไฟ ตามแนวทางที่กรมสรรพากรให้ไว้ ดังนี้ครับ
ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ที่มีใบเสร็จรับเงินออกในนามของเจ้าของอาคารผู้ให้เช่า บริษัทสามารถนำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ เนื่องจากเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการไม่ต้องห้าม ตามมาตรา 65 ตรี (14) (อ้างอิง : คำถามที่ถูกถามบ่อย) ซึ่งตรงนี้ถ้าหากสามารถทำใบเสร็จจาก Facebook เป็นชื่อบริษัทได้ แบบนี้ก็สบายเลยครับ
ประเด็นต่อมาคือ เมื่อเป็นรายจ่ายธุรกิจได้แล้ว คำถามคือต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือเปล่า ซึ่งคำตอบก็คือ “ไม่ต้อง” ครับ เพราะว่าการจ่ายดังกล่าวนั้น กฎหมายไม่ได้ระบุไว้ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายนั่นเองครับ (เงินได้ค่าโฆษณาถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) ซึ่งกฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ครับ)
มาตรา news : บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(3) (4) (5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 54 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
หมดเรื่องภาษีเงินได้แล้ว ยังเหลือเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มอีก
แต่เรื่องสุดท้ายที่น่ากลัวที่สุด นั่นคือ เรื่องของ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ครับ เพราะในกรณีที่ “บริษัท” หรือ "ห้างหุ้นส่วน" เป็นคนจ่ายค่าโฆษณา กฎหมายกำหนดได้ไว้ว่าต้องมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มอีกทอดหนึ่ง (อ้างอืงมาตรา 77/2 และมาตรา 83/6(2)) เพราะถือว่าเป็นการให้บริการในประเทศไทย (หากให้พูดตามภาษากฎหมาย คือ การให้บริการที่ทำในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ครับผม)
ดังนั้นแปลว่าจริงๆแล้วทาง Facebook หรือ Google นั้นมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยครับ ซึ่งในกรณีที่จ่ายเงินให้ต่างประเทศนี้ กฎหมายกำหนดโดยผลักภาระให้ "ผู้จ่าย" เป็นผู้มีหน้าที่ยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแทน โดยคิดจากยอด 7% ของค่าโฆษณาที่ได้จ่ายไป เช่น ค่าโฆษณา 10,000 บาท เราจะต้องจ่าย VAT อยู่ที่ news0 บาท และทางบริษัทมีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีดังกล่าวให้กับกรมสรรพากรด้วยแบบ ภ.พ. 36 ครับ ซึ่งภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน news0 บาทนี้ ธุรกิจของเราสามารถนำมาใช้เป็นภาษีซื้อของธุรกิจได้ด้วยครับ (มองง่ายๆว่าทาง Facebook หรือ Google ออกภาษีขายมาให้เรา)
แต่ในกรณีที่จ่ายไปในชื่อของ “กรรมการ” หรือ “พนักงาน” คำถามคือทางบริษัทฯยังต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่หรือไม่ ตรงประเด็นนี้ผมยังมองเหมือนเดิมครับว่า ถ้าหากเอามาเป็นรายจ่ายแล้วไม่ส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วอาจจะถือเป็นความผิดของบริษัทฯได้ เหมือนกัน (แหม่.. เอามาเป็นรายจ่าย แต่ไม่ส่งภาษีมูลค่าเพิ่มให้ซะงั้น มันก็แปลกๆเหมือนกันนะครับ)
ซึ่งถ้าหากตรงนี้ใครอยากจะวัดดวงโดยการไม่ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มก็ได้นะครับ (ผมลองแอบถามๆดูหลายๆที่ ก็พบความจริงว่าไม่มีที่ไหนยื่น ภ.พ. 36 เลย ฮ่าๆ) แต่ถ้าถูกตรวจสอบแล้ว อาจจะมีส่วนหนึ่งที่ต้องเสียเพิ่มนอกจากภาษี นั่นคือ เงินเพิ่ม ในอัตรา 1.5% ต่อเดือน เช่น จ่ายค่าโฆษณาไปในเดือนมกราคม ซึ่งมีหน้าที่ยื่นภายในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ไม่เคยยื่นเลย พอนับมาถึงเดือนนี้คือกันยายน ก็จะต้องเสียเงินเพิ่มอีก 7 เดือนครับ (ยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปที่มีการจ่ายเงินครับ)
สมมุติว่า ค่าโฆษณา 100,000 บาท ในเดือนมกราคม (VAT คือ 7,000 บาท) เมื่อมายื่นเดือนกันยายน (ภายในวันที่ 7) จะเสียเงินเพิ่มอีก 735 บาท (คำนวณมาจาก 7,000 x 1.5% x 7) รวมเป็น 7,735 บาท แต่เมื่อยื่นแล้วก็สามารถนำยอด 7,000 บาทมาเป็นภาษีซื้อในเดือนกันยายนได้ครับ (ใบเสร็จของสรรพากรถือเป็นใบกำกับภาษี) ส่วนเงินเพิ่ม 735 บาทที่ว่านี้ ไม่สามารถถือเป็นรายจ่ายของบริษัทได้นะครับ เพราะถือว่าเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามกฎหมาย ครับ
สรุป
สรุปอีกครั้งก่อนจากกันไปในบทความนี้ครับ สิ่งที่ต้องดูนั้นมีอยู่หลักๆ 3 เรื่อง นั่นคือ เรื่องของรูปแบบธุรกิจ ตามมาด้วยเรื่องของหลักฐานค่าใช้จ่าย และสุดท้ายคือเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเองครับ ดังนั้นตรวจสอบให้ดีกันด้วยนะครับผม
สุดท้ายนี้ผมว่าบทความนี้คงช่วยให้ใครหลายคนเข้าใจเรื่องค่าโฆษณาเหล่านี้มากขึ้นนะครับ และถ้าหากมีอะไรสงสัยก็สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เพจ TAXBugnoms ตลอดเวลาคร้าบบ วันนี้คงต้องลาไปก่อน สวัสดีคร้าบ
You might also like

กระแสของเล่นแรงไม่หยุด ‘Bloks Groups’ ผู้ผลิตของเล่น...
Forbes รายงาน ‘จู เหว่ยซง (Zhu Weisong)’ ประธานกรรมการและซีอีโอของ Bloks Group กลายเป็น...

‘งบประมาณฐานศูนย์’ หนึ่งใน MOU ของ “รัฐบาลก้าวไกล” ค...
งบประมาณฐานศูนย์’ (zero-based budgeting หรือ ZBB) เป็นกระบวนการตรวจสอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด...

หุ้นปันผล 5 ตัวที่จะสร้างรายได้ 200,000 ล้านให้ ‘วอร...
ในปี 2023 มีการคาดการณ์โดยนิตยสาร Fortune ว่าคุณปู่บัฟเฟตต์จะได้รับปันผลราว ๆ 5,700 ล้า...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
