สวัสดีครับคู่รักทุกคู่ วันนี้เราจะมาลองเปิดประเด็นใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีใครพูดถึง แต่น่าสนใจ

คำถามชวนคิดวันนี้มีอยู่ว่า...

"ถ้าในไทยไม่มีประเพณีการจ่ายสินสอดและไม่มีค่านิยมที่ต้องจัดงานแต่งงาน จะส่งผลให้คู่แต่งงานใหม่ตั้งตัวครอบครัวได้เร็วขึ้นมากน้อยแค่ไหน"

แค่ชื่อประเด็นก็อาจทำให้ พ่อตาแม่ยายและเว็ดดิ้งแพลนเนอร์คงร้องกรี๊ดดดด ทำไมถึงจะไม่จ่ายสินสอด  ทำไมถึงจะไม่จัดงานแต่ง มันเป็นขนมธรมเนียมประเพณีที่มีมาช้านานแล้วนะ เปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก ฯลฯ อย่าเพิ่งตกใจครับ

วันนี้เราแค่มาลองคิดกันเล่นๆ คาดเดาผลลัพธ์ว่าถ้า "ไม่มี" ..มันจะเป็นยังไง เท่านั้นเอง

ก่อนเราคุยประเด็นข้างบน เรามาดูความแตกต่างสไตล์การแต่งงานของคนแต่ละประเทศเท่าที่ผู้เขียนเคยประสบมา ผิดถูกอย่างไรแสดงความคิดเห็นมาได้

ไทย: ฝ่ายชายต้องจ่ายค่าสินสอดให้ครอบครัวเจ้าสาว และในทางปฏิบัติบางกรณีพ่อแม่เจ้าสาวก็จะคืนเงินสินสอดกลับไปให้คู่บ่าวสาว แต่บางกรณีก็ไม่ได้คืน ถือเป็นค่าน้ำนมเลี้ยงเจ้าสาวและเพื่อเป็นการพิสูจน์ความสามารถของเจ้าบ่าวนั่นเอง และก็มีการจัดงานแต่งงานโดยมีค่านิยมต้องแต่งเช้าและเลี้ยงบ่ายหรือเย็น โดยส่วนใหญ่มีค่านิยมว่างานแต่งควรจะใหญ่และหรูดูดี แขกผู้ร่วมงานแต่งชุดราตรีสูท

เกาหลีใต้: มีงานแต่งงานปกติ แต่ฝ่ายชายไม่ต้องจ่ายสินสอดให้ครอบครัวเจ้าสาว แต่จะรู้กันว่าฝ่ายชายต้องเป็นคนรับผิดชอบซื้อบ้านหรือคอนโดด้วยตัวเอง ส่วนฝ่ายหญิงจะดูแลค่าใช้จ่ายในบ้านช่วยสามี

สิงคโปร์: จัดงานแต่งในโบสถ์แบบเรียบง่าย และจัดงานเลี้ยงอาหารในโรงแรมแบบเรียบง่ายเช่นกัน แขกร่วมงานแต่งกายเหมือนชุดออฟฟิศทำงานของไทยเรา

เราพอจะมองเห็นความแตกต่างของวิธีคิดและพฤติกรรมการใช้เงินของคนแต่ละประเทศไหมครับ แต่ละแห่งก็มีวัฒนธรรมและสาเหตุที่มาของวิธีการใช้เงินต่างกัน เช่น สิงคโปร์เน้นความเรียบง่าย อาจจะมาจากบ้านเมืองเค้าคนมีฐานะร่ำรวยใกล้เคียงกันเขาจึงไม่จำเป็นต้องจัดงานหรูให้ดูแตกต่างจากคนอื่นเท่าคนไทยที่ยังมีความเหลื่อมล้ำรายได้อยู่มาก ส่วนไทยบ้านเรานั้นมีทรัพยากรมากมาย ผู้คนอาจจะสบายๆ ชิลล์ๆ ดังนั้นการที่ตั้งกติกาให้มีสินสอดก็เพื่อท้าทายความสามารถของเจ้าบ่าวว่าจะเอาตัวรอดได้หรือไม่เมื่อมีแรงกระตุ้นเป็นสินสอดแบบนี้
แต่ว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ประเพณีวัฒนธรรมบางอย่างที่เคยว่าดีอาจจะต้องปรับตัวกันบ้าง

ถ้าในไทยเรายกเลิกประเพณีการจ่ายสินสอดและจัดงานแต่งหรู จะทำให้คู่แต่งงานใหม่ตั้งตัวเร็วขึ้นจริงไหม เรามาดูตัวเลขของคู่รักคู่หนึ่งครับ

คู่แรก ฝ่ายสามีบอกกับผู้เขียนว่า " ถ้าผมไม่ได้จัดงานแต่งและไม่จ่ายสินสอดแล้วละก็ ผมกับภรรยาผมจะมีเงินเก็บทันที 1,000,000 บาท" เงินล้านบาทที่ว่านี้เขากับภรรยาใช้หมดไปภายในวันงานแต่งงานวันเดียว! และขณะนี้เขาก็ยังต้องหาเงินเพิ่มเพื่อความมั่นคงในชีวิต

มาดูกันอีกกรณี บ่าวสาวคู่นี้ แท้จริงเป็นคนร่ำรวยมาจากตระกูลพ่อค้าทั้งคู่มีศักยภาพจัดงานแต่งได้หรูหรายิ่งใหญ่ แต่ซินแสดันทักบอกว่าคู่นี้แต่งใหญ่ไม่ได้ แต่งใหญ่แล้วจะไม่ดี ต้องแต่งเล็กๆ และแล้วทั้งคู่จึงตัดสินใจจัดงานแต่งแบบจีนในบ้าน เรียกเฉพาะญาติมากินข้าว แล้วประกาศให้ทุกคนทราบว่าเป็นสามีภรรยากันแล้วผ่านสิ่งที่เรียกว่า "Facebook" เบ็ดเสร็จงบประมาณไม่เกิน 50,000 บาท ประหยัดโดยไม่ตั้งใจ และทุกวันนี้คู่นั้นก็กำลังจะมีลูกน้อยมีความสุขในชีวิตคู่แล้ว

นี่คือเรื่องจริงที่น่าหันกลับมาคิดว่าเราควรเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างหรือไม่

การใช้เงินก้อนโตไปกับงานอีเวนต์แค่วันเดียว หลายคนอาจจะบอกว่าคุ้มค่า แต่หลายคนอาจจะแอบเถียงในใจว่าถ้าใช้เงินน้อยกว่านั้นก็ดี

วันนี้ไม่ขอตัดสินใจว่าคิดและทำแบบไหนถูกหรือผิด จะขอตั้งคำถามปลายเปิดเอาไว้ให้ว่าที่คู่บ่าวสาวทุกคนลองคิดและตัดสินใจเอาเองว่า

"เบบี๋... เราจะทำยังไงดีกับงานแต่งงานของเรา (เพื่อให้เราตั้งตัวเร็ว)"

สวัสดีครับ