0002: Promptpay : อย่าลืม! เช็คให้แน่ใจก่อนที่จะ “พร้อม” ใช้งาน
สวัสดีครับกลับมาเจอกันอีกครั้งกับ Column “AomMoney News : Money News You Should Know” ใน AomMoney แห่งนี้ ... ที่จะทำหน้าที่สรุปทุกประเด็นข่าวการเงินสำคัญที่คุณต้องรู้ ทำให้ทุกคนเข้าใจทุกสถานการณ์การเงินกันแบบไม่มั่วนิ่ม ในภาษาที่เข้าใจง่าย อ่านแล้วเข้าใจ แชร์ไปได้บุญอีกต่างหาก (เกี่ยวมั้ย - -”)
สำหรับในตอนที่ 2 นี้ ยังคงอยู่กับผม “พรี่หนอม” TAXBugnoms ผู้ที่ไม่ยอมจบแค่เรื่องของภาษีและยังรับหน้าที่เขียนคอลัมน์นี้อีกด้วยครับ!!
หลังจากที่จบตอนที่ 1 ไปกับชื่อตอนที่ยาวเฟื้อยอย่าง 0001: สรุปทุกประเด็น E-Payment / AnyID / Promptpay : คืออะไร มีผลกระทบยังไง แล้วเราต้องเตรียมตัวกันอย่างไร ? ก็ได้เสียงตอบรับดีมากๆ แชร์กันไปกว่า 4 พัน วันนี้เรายังไม่จบกันกับประเด็นนี้ครับ เพราะยังมีกระแสของเรื่อง “ระบบพร้อมเพย์ หรือ PromptPay” ที่หลายๆธนาคารกำลังประกาศออกมาว่าให้เรารีบไปลงทะเบียนกันไวๆด่วนๆ คิดแล้วมันชวนสับสนเหลือเกินว่าจะไปลงที่ไหนดีกันล่ะเนี่ย
สำหรับประเด็นในวันนี้ เราจะมาดูกันต่อในเรื่องของ PromptPay และแนวคิดในการจัดการตัวเองเรื่องการลงทะเบียนใช้งานระบบนี้ ว่าจะทำให้ชีวิตของเราสะดวกขึ้นจริงไหมและอย่างไรบ้าง เอาล่ะ .. เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ
PromptPay คืออะไร?
พร้อมเพย์ หรือ Promptpay คือ วิธีการรับโอนเงินแบบใหม่ ที่จะมาแทนการใช้เบอร์บัญชีธนาคาร โดยเปลี่ยนใหม่เป็นการเชื่อมบัญชีธนาคารไว้กับ เลขประจำตัวประชาชน หรือ เบอร์โทรศัพท์ แทน ซึ่งจุดเด่นของพร้อมเพย์ก็คือ “ค่าธรรมเนียม” ที่ถูกโคตรๆ ตั้งแต่ฟรีไปจนสูงสุด คือ 10 บาทเท่านั้นเอง #แล้วที่ผ่านมาเราเสียค่าธรรมเนียมอะไรไปล่ะพี่ชายยยยยย
หมายเหตุ : เดิมพร้อมเพย์มีชื่อว่า เอนนี่ไอดี (AnyId) ซึ่งอ่านยากและทำให้งง เลยถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นพร้อมเพย์นี่แหละครับ ไม่ต้องงงกันไปนะครับผม
โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่างๆ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้ร่วมกันเปิดตัวบริการ PromptPay และให้เริ่มลงทะเบียนผูกบัตรประชาชนหรือเบอร์โทรศัพท์กับเบอร์บัญชีธนาคารได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2559 เป็นต้นไป (แต่มันวันหยุดธนาคารนี่หว่า ไม่เป็นไร ไปวันที่ 2 ก็ได้ครับผม) และคาดว่าระบบ Promptpay นั้นจะพร้อมใช้งานในเดือนตุลาคม 2559 ที่จะถึงนี้ครับ
ต้องเอาอะไรไปลงทะเบียนบ้าง?
โดยสิ่งที่เราต้องเตรียมสำหรับการลงทะเบียนใช้งาน PromptPay นั้น มีอยู่ 3 อย่างได้แก่ สมุดบัญชี/เลขที่บัญชีเงินฝาก (ออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน), เลขประจำตัวประชาชน และโทรศัพท์มือถือ (ต้องมีซิมในนั้นด้วยนะครับ)
ลงทะเบียนได้ที่ไหน?
สำหรับการลงทะเบียนนั้น สามารถทำได้ผ่านหลากหลายช่องทาง ตั้งแต่ สาขา, ตู้ ATM, Website, Mobile Banking, Call Center และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งแต่ละธนาคารก็จะมีช่องทางที่แตกต่างกันไป อันนี้คงต้องดูว่าเราจะเลือกธนาคารไหน และลองตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจก่อนที่จะไปลงทะเบียนนะครับ
ลงทะเบียนได้กี่บัญชี?
สำหรับ “เลขประจำตัวประชาชน” สามารถผูกได้เพียงบัญชีเดียวเท่านั้น แต่ "เบอร์โทรศัพท์มือถือ" นั้น บัญชีธนาคาร 1 บัญชีสามารถผูกกับเบอร์โทรศัพท์ได้สูงสุด 3 เบอร์ และในตอนนี้ ธนาคารยังไม่จำกัดจำนวนเบอร์โทรศัพท์ทั้งหมดที่สามารถผูกได้กับลูกค้าหนึ่งคนครับ
โดยระบบ Promptpay ในช่วงแรกจะยังใช้ได้เฉพาะการโอนเงินระหว่างบุคคลไปยังบุคคลเท่านั้น ยังไม่รองรับบัญชีนิติบุคคล และการรับโอนเงินสวัสดิการต่างๆ จากภาครัฐ ซึ่งตรงนี้คงต้องติดตามกันต่อไปครับ
หมายเหตุ : ขอบคุณที่มาข้อมูลบางส่วนจาก Blognone เรื่อง สัมภาษณ์ KBank ตอบทุกคำถาม กับการโอนเงินผ่านระบบ PromptPay / Any ID
ลงทะเบียนแล้วเสียอะไรไหม?
โดยการลงทะเบียนทั้งหมดนีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และไม่มีกำหนดปิดรับลงทะเบียนครับ สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป
ลงทะเบียนบัญชีไหนดี?
ดังนั้นเมื่อมาถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดในใจว่า ชั้นมีบัญชีธนาคารเป็นสิบกว่าบัญชีเลยนะเฟร้ยยย (แต่ไม่มีตังค์ในบัญชี - -”) แบบนี้จะทำยังไงดีล่ะ!! เบอร์โทรศัพท์ก็มีเบอร์เดียว บัตรประชาชนก็มีแค่ใบเดียว เอาล่ะครับ ถึงคราวของ Money You Should Know ที่จะให้แนวคิดสั้นๆ ในการวางแผนสำหรับเรื่องนี้แล้วครับผม โดยขอแบ่งแนวคิดออกเป็นสั้นๆ 2 ข้อดังนี้ครับ
1. ถ้าเป็นการมีไว้ใช้งานทั่วไป
ผมมองว่าการผูกบัญชีธนาคารที่เราใช้เป็นประจำหลักๆ ไว้ 2 บัญชี น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดครับ โดยบัญชีแรกอาจจะเป็นบัญชีที่ไว้ใช้รับเงิน (จากการทำงาน) หรือใช้จ่าย และอีกบัญชีเป็นบัญชีไว้สำหรับการเก็บออมหรือลงทุน เพราะต้องมีการโอนเงินไปๆมาๆระหว่างกันสูง ซึ่งตรงนี้จะทำให้เราประหยัดค่าธรรมเนียมได้มากเลยล่ะครับ (ถ้าใครเลือกทยอยโอนทีละ 5 พันไปเรื่อยๆก็จะไม่เสียค่าธรรมเนียมเลยครับ #แต่ต้องว่างหน่อยนะครับ)
2. ถ้าเป็นคนที่มีกิจการหรือทำธุรกิจต่างๆ
ควรแยกบัญชีส่วนตัวเป็นเลขบัตรประชาชน และบัญชีที่ใช้รับเงินจากลูกค้าเป็นเบอร์โทรศัพท์แทนครับ เพื่อความสะดวกในการแยกความเป็นส่วนตัวและการติดตามที่สะดวกกว่าครับ
จะผูกบัญชีดีไหม?
หนึ่งในคำถามยอดฮิตสุดคลาสสิกที่ถามกันเป็นประจำ ตั้งแต่บทความคราวก่อนว่าจะผูกบัญชีดีไหม รัฐอาจจะตรวจสอบเราได้ แบบนี้คงต้องจ่ายภาษีบานเลย คำตอบง่ายๆของผมก็คงเป็น “เอาที่สบายใจ” ครับ ถ้าใครคิดว่าการไม่ผูกแล้วยังสามารถหลบ เอ้ย ขายของได้ตามปกติ และมีความสุขกับสิ่งที่ทำ ผมว่ามันก็แล้วแต่สิทธิใครสิทธิมันนะครับผม
แต่ถ้าหากเลือกจะเข้าระบบแล้ว การใช้ระบบ Promptpay ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนซื้อมากขึ้น และเราในฐานะผู้ขายก็อาจจะได้รับโอกาสสร้างรายä
You might also like

กระแสของเล่นแรงไม่หยุด ‘Bloks Groups’ ผู้ผลิตของเล่น...
Forbes รายงาน ‘จู เหว่ยซง (Zhu Weisong)’ ประธานกรรมการและซีอีโอของ Bloks Group กลายเป็น...

‘งบประมาณฐานศูนย์’ หนึ่งใน MOU ของ “รัฐบาลก้าวไกล” ค...
งบประมาณฐานศูนย์’ (zero-based budgeting หรือ ZBB) เป็นกระบวนการตรวจสอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด...

หุ้นปันผล 5 ตัวที่จะสร้างรายได้ 200,000 ล้านให้ ‘วอร...
ในปี 2023 มีการคาดการณ์โดยนิตยสาร Fortune ว่าคุณปู่บัฟเฟตต์จะได้รับปันผลราว ๆ 5,700 ล้า...
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

