สวัสดีครับ กลับมาพบกับผม TAXBugnoms เจ้าเก่าคนเดิมเพิ่มเติมที่เวปไซด์ Aommoney กันอีกครั้ง!! สำหรับบทความประจำสัปดาห์นี้เป็นการเพิ่มเติมจากบทความเดิมที่ผมเคยเขียนไว้ใน "บล็อกภาษีข้างถนน" ที่มีชื่อว่า 5 ขั้นตอนวางแผนภาษีสำหรับฟรีแลนซ์ไทย!! ซึ่งได้อธิบายขั้นตอนคร่าวๆในการวางแผนภาษีของฟรีแลนซ์กันไปบ้างแล้วครับ

แต่สำหรับบทความใหม่นี้ จะพูดถึง “เคล็ดลับ” ในการจัดการภาษีและการเงินของฟรีแลนซ์ พร้อมกับเทคนิคด้านการเงินต่างๆที่จะทำให้เรานำมาใช้วางแผนประหยัดภาษีพร้อมกับเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ชีวิตเราดีขึ้นอีก 2 เท่า!! หรือเรียกได้ว่าเป็นบทความอัพเดทล่าสุดพร้อมตัวอย่างที่จะทำให้ชาวฟรีแลนซ์ได้ลืมตาอ้าปากกันเลยทีเดียวครับผม (แหม่... ว่าเข้าไปนั่น!) เอาล่ะครับ!! เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาอารัมภบทเกินกว่า 2 ย่อหน้า ผมคงต้องขอลา เอ้ย! เรามาดูกันเลยดีกว่าครับว่าเคล็ดลับที่ว่านั้นมันมีอะไรบ้าง

1. จัดการประเภทรายได้ให้ถูกต้อง

สิ่งแรกที่ฟรีแลนซ์ต้องเจอในการวางแผนภาษีและการเงินของตัวเอง คือ การจัดการเลือกประเภทรายได้ทางภาษีให้ถูกต้องครับ โดยเราต้องรู้เป็นลำดับแรกครับว่า รายได้ของเรานั้นถือเป็นเงินได้ประเภทไหนตามกฎหมาย เพราะเงินได้แต่ละประเภทนั้นหักค่าใช้จ่ายได้ต่างกันครับ

โดยสำหรับเรื่องของการจัดประเภทรายได้นั้น ผมอยากจะแนะนำให้ฟรีแลนซ์มือใหม่หรือคนที่ไม่เข้าใจเรื่องภาษี เริ่มต้นจากบทความในซีรีย์ "ภาษีง๊ายง่าย" ทั้ง 3 ตอน คือ

- [ซีรีย์] ภาษีง๊ายง่าย [1] : เงินได้ของเราต้องเสียภาษีไหม?
- [ซีรีย์] ภาษีง๊ายง่าย [2] : เลือกค่าใช้จ่ายให้ถูกต้องงง
- [ซีรีย์] ภาษีง๊ายง่าย [3] : ปิดท้ายด้วยค่าลดหย่อน

และถ้าหากใครสนใจเรื่องนี้เพิ่มเติม ลองดูคลิปอธิบายเรื่องรายได้ของวิชาชีพอิสระและฟรีแลนซ์ประเภทต่างๆได้ในรายการ ภาษีสายแข็ง เพิ่มเติมเลยครับ (ฝากติดตามด้วยนะครับ ^^)

หลังจากที่อ่านกันจบแล้ว... TAXBugnoms คนเดิมขอย้ำเสริมอีกทีว่า ความแตกต่างของประเภทเงินได้ตามกฎหมายนั้น จะทำให้เราวางแผนภาษีได้ง่ายขึ้น เพราะเงินได้แต่ละประเภทนั้น สามารถหักค่าใช้จ่ายได้แตกต่างกันและทำให้ภาษีที่เสียนั้นมากน้อยต่างกันครับ เอาล่ะ เรามาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า (ขอขอบคุณตัวอย่างจากหนังสือ ฟรีแลนซ์ 101 ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ)

นายเก่า เป็นฟรีแลนซ์หนุ่มโสดมีรายได้ทั้งปี 1,000,000 บาท มีค่าใช้จ่ายจริงที่หักภาษีได้ 200,000 บาท ไม่แต่งงาน ไม่มีลูก และไม่มีอะไรเลย อยากทราบว่าในปีนี้ นายเก่า จะต้องเสียภาษีเป็นเงินเท่าใด

วิธีคำนวณภาษีสำหรับกรณีนี้ คือ เราต้องตีโจทย์ก่อนว่า นายเก่าเป็นฟรีแลนซ์ประเภทไหน และเงินได้ของนายเก่านั้นเป็นเงินได้แบบไหนอย่างไรบ้าง เพราะเงินได้แต่ละอย่างนั้น มันเสียภาษีแตกต่างกันดังนี้ครับ

2. วางแผนภาษีสอดคล้องกับ “จริต” และ “ความจำเป็น” ของตัวเอง

ขั้นตอนต่อมา คือ การวางแผนภาษีครับ เมื่อลองคำนวณภาษีตามข้อ 1 แล้ว (แนะนำเครื่องมือคำนวณภาษีดีๆ อย่าง iTAX ไว้ ณ ที่นี้ครับ) ดูต่อว่าเราเสียภาษีเท่าไรบ้าง แล้วมาดูกันว่า เรามีค่าลดหย่อนอะไรบ้าง ?

หลังจากนั้นให้ไปดูต่อครับว่าเราต้องการค่าลดหย่อนส่วนที่เป็นการออมเงินและลงทุนเพิ่มเติมอะไรอย่างไรบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะหนีไม่พ้น LTF, RMF และประกันชีวิตทั้งหลายทั้งปวงครับ ซึ่งตรงนี้ผมอยากให้ใช้วิจารณญานให้ดีตามความต้องการในการวางแผนการเงินของตัวเองมากกว่าการประหยัดภาษี ดังนั้นอย่าลืมพิจารณากันให้ดีด้วยนะครับ

อ้อและที่สำคัญอย่าลืมเรื่องการจัดการเอกสารหลักฐานภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องด้วยนะครับ ซึ่งผมเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้วในบทความที่มีชื่อว่า ฟรีแลนซ์ ห้ามหยุด ห้ามพัก ห้ามหัก ณ ที่จ่าย? : 3 เรื่องภาษีที่ฟรีแลนซ์ต้องรู้ อยากแนะนำให้ลองอ่านดูอีกทีครับผม

3. บริหารจัดการการเงินให้มีเงินฉุกเฉิน

สำหรับข้อสุดท้ายนั้น อาจจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าการวางแผนภาษีเสียอีกครับ นั่นคือการจัดการกระแสเงินสดของตัวเราเองไม่ให้มีปัญหา ซึ่งตรงนี้ต้องมาปรับทัศนคติกันก่อนครับว่า เงินที่เราได้มาจากากรทำงานนั้นมันไม่แน่นอน ดังนั้นต้องมีการสำรองเก็บไว้ให้เหมาะสม ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3-6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน แต่ถ้าหากเป็นฟรีแลนซ์จริงๆแล้วล่ะก็ ผมคิดว่ามีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายประมาณ 6 เดือนขึ้นไปน่าจะเป็นอะไรที่เหมาะสมที่สุดครับ

และสำหรับเคล็ดลับ 3 ข้อที่ผมเขียนมานั้น มันมาจากประสบการณ์ตรงในการเป็นฟรีแลนซ์ของตัวเองและจากการช่วยเหลือตอบปัญหาภาษีให้กับชาวฟรีแลนซ์ทั้งหลายในเพจ TAXBugnoms ครับ ซึ่งผมหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆพีๆน้องๆไม่มากก็น้อยครับ

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณเนื้อหาและรูปประกอบบางส่วนจากหนังสือ Freelance101 ที่ทาง สำนักพิมพ์เคล็ดไทย ได้อนุญาตให้ผมได้นำมาเผยแพร่ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ หากชาวฟรีแลนซ์ท่านใดสนใจหนังสือเล่มนี้ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไปครับ วันนี้ต้องลาไปก่อน สวัสดีคร้าบบบ